advertisement

เจ้าของ 'พิตบูล' เก็บตัวเงียบ-หมาไม่อยู่ ทนายยื่นมือช่วยเหยื่อโหด

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 3 ส.ค. 2555 21:38

เจ้าของบ้านสุนัขพันธุ์โหด "พิตบูล" รุมขย้ำชาวนาจนแขนขาด ปิดบ้าน-หอบสุนัขหนี ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงผวา วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยมาตรวจสอบ เกรงจะกัดลูกหลานซ้ำรอย...

จากกรณี นายสัมพันธ์ ต้นดี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7/6 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐว่า นายสมนึก ต้นดี อายุ 55 ปี บิดา ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูล 4 ตัว ของเพื่อนบ้าน รุมขย้ำกัดทั่วร่างกาย จนแพทย์ต้องตัดแขนทิ้ง และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากเจ้าของบ้านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์โหดอ้างว่าเป็นของคนงาน พร้อมเสนอเงินให้ 1 แสนบาทนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 42/12 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ที่ทางผู้เสียหายยืนยันว่าเป็นบ้านของเสี่ยเจ้าของสุนัขพันธุ์พิตบูลทั้ง 4 ตัว พบว่าหน้าบ้านมีเพียงรถยนต์และรถ จยย.จำนวน 4 คัน จอดอยู่ในโรงรถหน้าบ้าน โดยมีรั้วล้อมรอบขอบชิด ส่วนรั้วด้านหน้าเป็นแบบสแตนเลส เมื่อผู้สื่อข่าวกดกริ่งเรียก ก็ไม่มีผู้ใดออกมาพบแต่อย่างใด จากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างก็บอกว่า บ้านหลังดังกล่าวได้เลี้ยงสุนัขไว้หลายตัว รวมทั้งมีฟาร์มเลี้ยงไก่ อยู่หลังบ้านด้วย ซึ่งทุกวันที่ผ่านมาจะเห็นสุนัขพันธุ์พิตบูล 4-5 ตัว โดยมีตัวเล็ก 2 ตัว และตัวใหญ่อีก 2-3 ตัว แต่เมื่อมีข่าวออกมา ก็ไม่เห็นสุนัขดังกล่าวแล้ว จึงไม่รู้ว่าเจ้าของนำไปหลบซ่อนไว้ที่ไหนหรือไม่

ด้านชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่ง กล่าวว่า ในบริเวณพื้นที่ย่าน ม.1-3 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีบรรดาคนชอบเลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบูล ได้นำสุนัขพันธุ์โหดมาเลี้ยงกันหลายบ้าน จึงขอฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ เข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากทุกคนที่มีบ้านเรือนอยู่ใกล้เคียงต่างหวาดกลัว เกรงว่าถ้าเจ้าของไม่ดูแล หรือไม่มีสถานที่กั้นอย่างดี หมาพันธุ์โหดนี้ก็อาจจะเข้ามาขย้ำกัดลูกหลานชาวบ้านอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพบว่า สุนัขพิตบูลนั้นได้กัดสุนัขและสัตว์เลี้ยง แม้แต่วัว-ควายของชาวบ้านก็ถูกกัดตายมาแล้ว และยิ่งมารู้ข่าวว่ากัดชาวนาผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ ยิ่งทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปตามๆ กัน

ขณะที่บ้านของนายสมนึก ชาวนาผู้เคราะห์ร้าย ได้มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องที่เพิ่งทราบข่าว ต่างเดินทางมาเยี่ยมเยียน รวมทั้งบรรดาผู้สื่อข่าวจากสถานีต่างๆ ก็มาขอทำข่าวกันจนบ้านดูคับแคบไปถนัดตา ซึ่งนายสมนึกก็ได้กล่าวขอบคุณทุกคนที่เดินทางมาให้กำลังใจว่า ถึงแม้แขนตนจะพิการ แต่ก็ไม่ท้อต่อชีวิตโชคชะตา เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ เพราะในวันเกิดเหตุ หากตนไม่ได้รับความช่วยเหลือจากสองพ่อลูกป่านนี้คงไม่รอด สำหรับการเรียกร้องกับเจ้าของหมานั้น มีทนายความคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในด้านกฎหมาย เพราะครอบครัวของตนเป็นชาวนา ไม่มีความรู้ในเรื่องกฎหมายแต่อย่างใด ส่วนบาดแผลนั้นแพทย์ได้นัดให้ไปตรวจในวันที่ 8 ส.ค.นี้


ด้านนายสุริยนต์ สวนกัน อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ผู้ช่วยชีวิต เผยนาทีระทึกว่า ในวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังเดินขึ้นบ้าน ก็ได้ยินเสียงสุนัขกรรโชกและคำราม ซึ่งตนจำเสียงได้ว่าต้องเป็นสุนัขพันธุ์พิตบูลของบ้านเสี่ยคนหนึ่งอย่างแนนอน เพราะเจ้าสุนัขทั้งหมดเคยมารุมกัดสุนัขที่บ้านตนตายไป 2 ตัว จากนั้นก็ได้ยินคล้ายเสียงคนร้องให้ช่วย และเพื่อความแน่ใจตนจึงเรียก นายยุทธนะ สวนกัน อายุ 28 ปี ลูกชาย ให้ขึ้นมาช่วยฟังว่าเสียงนั้นดังมาจากทางทิศทางใด เมื่อแน่ใจว่ามีคนร้องขอความช่วยเหลือ ตนกับลูกชายจึงตัดสินใจคว้าเหล็กแป๊บคนละท่อน พร้อมทั้งขับรถ จยย.มาตามทาง และเมื่อไปถึงก็เห็นสุนัขพันธุ์พิตบูล ซึ่งเป็นตัวใหญ่ 2 ตัว และตัวเล็กอีก 1 ตัว กำลังรุมกัดแขน-ขานายสมนึกอย่างโหดเหี้ยม


ขณะนั้น นายสมนึก เหยื่อสุนัขโหด ดูเหมือนกำลังจะหมดแรงและอยู่ในท่านั่ง ตนกับลูกจึงรีบคว้าเหล็กฟาดสุนัขดังกล่าว จนพวกมันยอมปล่อยแล้วล่าถอยวิ่งออกไป จากนั้นตนจึงรีบบอกให้ลูกชายขี่รถ จยย.ไปเอาโทรศัพท์ที่บ้าน โทรเรียกนายปทุม ธรรมรส ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.เชียงรากใหญ่ ให้มาช่วยเหลือ โดยหลังจากที่ลูกชายขี่รถออกไปแล้ว ตนก็คอยประคองร่างนายสมนึกที่กำลังจะหมดสติไว้ พบว่าที่แขนขวามีบาดแผลจากคมเขี้ยวสุนัขสภาพเหวอะหวะ และตามลำตัวมีเลือดไหลโทรม ทันใดนั้น จู่ๆ สุนัขทั้ง 3 ตัว ก็วิ่งย้อนกลับมายืนประจันหน้ากับตน พวกมันพร้อมที่จะวิ่งเข้ามาขย้ำตนกับนายสมนึกอีก แต่โชคดีที่ลูกชายกับชาวบ้านมาสมทบทัน จึงช่วยกันไล่สุนัขทั้งหมดไปได้ในที่สุด.

โหวตข่าวนี้