advertisement

ฉุนโทรจีบเมีย หนุ่มแข้งโหด เตะก้านคอเพื่อนดับ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 30 ก.ค. 2555 18:27

รวบทรชนแข้งโหด เตะก้านคอทีเดียวเพื่อนดับ สารภาพฉุนชอบโทรจีบภรรยา จึงเตะสั่งสอนพร้อมลั่น "เมียใครใครก็รัก" ไม่คิดว่าจะถึงชีวิต สุดท้าย ตร.กล่อมจึงยอมมอบตัว ชดใช้กรรมในเรือนจำ…

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.  พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี และ ร.ต.อ.ชินภานุ จิตอามาตย์ รองสว.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมตำรวจสอบสวนชุดคมประจักษ์ แถลงข่าวผลการจับกุม นายกระต่าย หรือ "ต่าย" ศรีวิเชียร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/18 ถนนโพนพิสัย ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยก่อเหตุเตะก้านคอเพื่อนร่วมงาน 1 ครั้ง คือ นายเมธา หรือ "แมว" คลังกระปุ่ม อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 409 ม.3 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี จนล้มทั้งยืน ศรีษะบริเวณท้ายทอยฟาดพื้นอย่างแรง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเหตุเกิดที่บริเวณลานจอดรถ บริษัทวุฒิชัยเจริญขนส่ง ซ.บ้านม่วง ถนนสายเลี่ยงเมือง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ กทม. ก่อนจะโทรศัพท์ติดต่อขอเข้ามอบตัวในตอนเช้าวันที่ 30 ก.ค. หลังถูกตำรวจโทรศัพท์ไปกดดันให้เข้ามอบตัวเพียง 6 วัน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองทะเลาะกับผู้ตาย ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน ในเรื่องที่ผู้ตายชอบโทรศัพท์ไปจีบภรรยาตน หลังเข้าทำงานได้เพียง 5 วัน โดยตนได้ยืมโทรศัพท์หาภรรยาที่เปิดร้านเสริมสวยอยู่ใน กทม. หลังจากนั้นผู้ตายก็แอบโทรไปจีบภรรยาและตนก็เตือนไปหลายครั้ง แต่ผู้ตายไม่สนใจ พอดื่มสุราจนเมามายก็จะทำเช่นเดิม กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังเลิกงาน นายแมวก็โทรไปหาภรรยาตนอีก ทำให้ตนไม่พอใจอย่างมาก จึงเดินตรงเข้าไปเตะเข้าที่ก้านคอ 1 ครั้ง จนผู้ตายล้มลงศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง ซึ่งตนหวังสั่งสอนให้เข็ดหลาบ จากนั้นก็เข้าไปช่วยพยุงลุกขึ้นนั่งบนแคร่ไม้ พร้อมบอกว่า “ทีหลังอย่าโทรไปจีบเมียคนอื่นอีก เมียใครใครก็รัก” และผู้ตายยังกล่าวขอโทษตนด้วย บอกว่าจะไม่ทำแแบนี้อีก หลังจากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ โดยไม่ทราบว่านายแมวนอนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.อารี เปิดเผยว่า หลังจากนายแมวกลับบ้านก็เล่าเรื่องราวให้มารดาฟัง พร้อมบ่นว่าปวดศีรษะมาก ทางญาติจึงยกแคร่ไม้ไผ่มาให้นายแมวนอนย่างไล่เลือดลมจากอาการช้ำใน โดยก่อไฟไว้ใต้แคร่ ซึ่งเป็นรักษาตามแบบฉบับโบราณ กระทั่งกลางดึกวันเดียวกันนายแมวก็เสียชีวิต แพทย์และตำรวจได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพระบุว่าเกิดจากอาการเลือดคั่งในสมอง บริเวณท้ายทอยบวมปูด ต่อมาเมื่อผู้ต้องหารู้ว่านายแมวเสียชีวิตแล้วก็รีบเดินทางไปหาภรรยาที่ กทม. ตำรวจจึงโทรศัพท์ติดต่อพูดคุย จนผู้ต้องหาที่มีนิสัยนักเลง ทำผิดต้องยอมรับผิด แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่คิดว่าจะบานปลายถึงขั้นเสียชีวิต และยอมมอบตัวในที่สุด

พ.ต.อ.อารี เปิดเผยอีกว่า ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.ชินภานุ เป็นหัวหน้าชุดนำทีมตำรวจและสื่อมวลชน เดินทางไปรับตัวนายกระต่าย ที่บ้านเลขที่ 84/4 ซ.เสนีย์พิทักษ์ชน ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายคะนอง ศรีวิเชียร อายุ 69 ปี บิดาของนายกระต่าย และผู้ต้องหายังได้ขอตำรวจให้ช่วยพาไปกราบลาแม่ ที่อยู่บ้านเลขที่ 62/38 ซ.1 ปณ. ถ.วัฒนานุวงศ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ด้วย เนื่องจากยังไม่ได้ทดแทนพระคุณพ่อแม่ หลังออกจากเรือนจำกลางนครราชสีมา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์รถยนต์โดยใช้อาวุธมีด ซึ่งก่อเหตุปล้นมาแล้ว 5 ครั้ง ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร กาญจนบุรี ชลบุรี และนครราชสีมา โดยใช้อุบายหาเช่ารถพร้อมคนขับ ก่อนจะลงมือใช้มีดปล้นรถไปขายตามเต็นท์รถมือสอง ศาลตัดสินจำคุก 11 ปี จึงรู้สึกสำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองกระทำ และขอชดใช้กรรมในแดนทรชน (คุก) อีกครั้ง ดีกว่าจะหลบหนีไปตลอดชีวิต.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement