advertisement

รวบผู้ต้องหา ปลอมเอกสาร เช่าซื้อรถมือ2

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 27 ก.ค. 2555 02:27

สกลฯ ตำรวจแถลงข่าว รวบขบวนการฉ้อโกงรถรายใหญ่ พบก่อเหตุมาแล้วนับ 10 ครั้ง โดยนำเอกสารปลอมมาเช่าซื้อรถยนต์มือสองที่เต็นท์รถ แต่ไม่ยอมจ่ายค่างวด...

เมื่อเวลา 16.00 น วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.พิพัฒน์ มนาปี ผกก.สส.ภ.จว.สกลนคร พ.ต.อ.ดิเรก ยศนันท์ ผกก.สภ.กุสุมาลย์ พ.ต.ท.เสกสรร อินทรสิทธิ์ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ท.บรรดิษฐ์ วงศ์กาศ สว.สส.ฯ หน.ชปส.ภ.จว.สกลนคร ร.ต.ต.สุริยะพงษ์ คำศิริ รองสว.ฯพร้อมด้วยชุด ชปส.ภ.จว.สกลนคร ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ นางเนตรนันทินี คเฌศร์อดิศา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 373 หมู่ 3 ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด นายกมล สอนดี อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 1 ต.โชคชัย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” โดยหลอกลวงซื้อขายรถยนต์ พร้อมของกลางรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บจ 6768 นครพนม และรถยนต์เก๋งโตโยต้ารุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กค 9359 กาฬสินธุ์

พฤติการณ์การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2555 ที่ผ่านมา มีนายนันทพงษ์ ทิมฉิมพลี ,นายอินทวี ใจเสรี และนายธนกร กางบุญเรือง ผู้เสียหายซึ่งเปิดเต็นท์รถยนต์อยู่ที่ อ.เมืองสกลนคร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ว่ามีบุคคลนำเอกสารปลอมมาเช่าซื้อรถยนต์มือสองไปตั้งแต่ประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 2555 แล้วไม่ยอมจ่ายค่างวด เมื่อติดตามสอบถามกับผู้ต้องหาก็เกิดการบ่ายเบี่ยง อ้างว่านำรถไปจำนำกับกลุ่มพ่อค้าในจังหวัดสุรินทร์ อ้างว่าอยู่กับพี่สาวบ้าง ผู้เสียหายดังกล่าวเกรงว่าจะถูกหลอกลวง จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน


หลังจากนั้นชุด ชปส.ภ.จว.สกลนคร ได้ออกติดตามสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับขบวนการของ นางเนตรนันทินี คเฌศร์อดิศา พร้อมพวกทันที กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ก.ค.55 ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองเข้ามาหลอกลวงผู้เสียหายอีกราย จึงได้วางแผนการจับกุมตัว จนสามารถจับกุมตัวได้ ชุดสืบสวนได้สืบค้นจากทะเบียนประวัติอาชญากรรม พบว่าผู้ต้องหาก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาหลายครั้ง และตัวผู้ต้องหามีการเปลี่ยนแปลงชื่อ-นามสกุลมามากกว่า 4 ชื่อ ซึ่งลักษณะการก่อเหตุจะกระทำในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคดีล่าสุด นางเนตรนันทินี คเฌศร์อดิศา ได้ร่วมกันกับพวกหลอกซื้อรถยนต์ ในเขตจังหวัดมหาสารคาม และหลบหนีหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม จึงวางแผนให้ผู้เสียหายติดต่อกับผู้ต้องหามาซื้อขายรถยนต์กันในราคา 2 หมื่น โดยนัดหมายกันที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 เขตเทศบาลนครสกลนคร เมื่อผู้ต้องหามาตามนัด จึงแสดงตัวเข้าจับกุม หลังจากจับกุมตัวได้ และตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ชุดสืบสวนได้ขยายผลหาเครือข่ายที่รับจำนำรถไว้ และสามารถติดตามรถมาให้ผู้เสียหายได้ 1 คัน ซึ่งผู้ต้องหาไปจำนำไว้ที่จังหวัดมหาสารคาม ส่วนอีก 2 คัน ทราบว่าได้ไปจำนำไว้กับคนชื่อเจ๊เย็น ที่จังหวัดสุรินทร์ จำนำไว้ในราคาคันละ 170,000 บาท หลังจากนี้ชุดสืบสวนจะขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จากนั้นจึงนำตัวส่ง ร.ต.ท.ภูวนาถ เครือตาแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จว.สกลนคร กล่าวว่า ผู้ต้องหามีพฤติกรรมฉ้อโกงผู้เสียหาย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงรายชื่อมากกว่า 4 ชื่อ และนามสกุลก็เปลี่ยน ตกแต่งหน้าตาเพื่อหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ เมื่อไปก่อคดีไว้ ซึ่งกลุ่มหลอกซื้อรถยนต์จะเน้นตามเต็นท์รถที่เปิดอยู่ทั่วไป โดยในพื้นที่จังหวัดสกลนครมีมากกว่า 100 เต็นท์ โดยจะส่งนายหน้าติดต่อขอซื้อรถที่ต้องการขาย และจะเน้นรถที่ต้องการขาย ดาวน์ในราคาถูก และรับว่าจะปิดงวดให้ ในการซื้อขายมีการทำสัญญาซื้อขายผ่านเต็นท์ เมื่อคนร้ายนำรถไปแล้วก็จะเชิดรถหนีไม่ปิดงวด ปล่อยให้เต็นท์และเจ้าของรถที่จะขายต้องส่งงวดเอง แล้วนำไปจำนำในราคาสูงขึ้นกว่า 100 เท่า จาก 2 หมื่นบาทเป็น 2-3 แสนบาทแล้วแต่สภาพ

ด้านนายอินทวี ใจเสรี อายุ 55 ปี ผู้เสียหาย เจ้าของเต็นท์รถท่าแร่บริการ ที่ตั้งอยู่ริมถนนสกลนคร ท่าแร่ ในเขตเทศบาลตำบลท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร กล่าวว่า ในเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา ตนตกลงกับเจ้าของรถที่ต้องขาย เป็นรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กค 9359 กาฬสินธุ์ โดยมีนายหน้ามาติดต่อขอซื้อดาวน์รถจากเต็นท์ของตนในราคา 4 หมื่นบาท โดยต้องปิดงวดอีก 3 แสนบาท หลังจากตกลงทำสัญญาจ่ายเงินค่านายหน้า ตนได้ 2 พันบาท ต่อมาได้พบว่าทางบริษัทไฟแนนซ์ได้ส่งหนังสือแจ้งมายังเจ้าของรถว่า ให้ชำระงวดเนื่องจากขาดการชำระงวดมาแล้ว 3 เดือน เป็นเงินจำนวน 20,000 บาท ซึ่งเจ้าของได้ติดต่อมายังตนเนื่องจากการขายรถไม่เรียบร้อย และตนได้สอบถามไปยังนางเนตรนันทินี ซึ่งนางเนตรนันทินีได้บ่ายเบี่ยงว่ารถไปจำนำอยู่ที่โน่นบ้างที่นี่บ้าง ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ ซึ่งหลังจากถูกจับกุม นางเนตรนันทินีได้ต่อรองว่าให้ไปไถ่รถที่เต็นท์แห่งหนึ่งที่จังหวัดสุรินทร์ในราคา 4 หมื่นบาท.

 

โหวตข่าวนี้