advertisement

หญิงชราอุตรดิตถ์ป่วยเป็นอัมพาต ไม่มีเงินค่ารักษาตัว

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 23 ก.ค. 2555 09:58

วอนช่วยหญิงชราเมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ ฐานะยากจน ป่วยเป็นอัมพาตครึ่งตัว เดินไม่ได้ อาศัยอยู่เพียงคนเดียว ขณะที่ญาติพี่น้องก็หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเงินช่วยรักษา และเงินซื้ออาหาร...

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ ได้รับแจ้งจาก นางสุดารัตน์ สอนถา ประธานคณะการรมการพัฒนาบทบาทสตรี ประจำตำบลฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ว่าพบหญิงชรา อายุประมาณ 62 ปี ป่วยเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ ไปไหนมาไหนต้องอาศัยการถัดตัว แถมร่างกายซีกขวามือเท้าอ่อนแรง พูดจาไม่ได้ อยู่คนเดียว ฐานะยากจน ไม่มีเงินรักษาพยาบาลตัวเอง หลังจากรับแจ้งแล้วจึงได้เข้าพื้นที่ทันที โดยนางสุดารัตน์ ได้พาไปยังบ้านเลขที่ 102 ม.8 ต.ฝายหลวง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่ายกสูง

ผู้สื่อข่าวพบ นางชิดชนก น้อยสถิต หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "นาก" อายุ 62 ปี เมื่อนางชิดชนก หรือนาก เห็นผู้สื่อข่าวและชาวบ้านไปเยี่ยมที่บ้าน ถึงกับร่ำไห้ โดยนางระเบียบ แพ่งเกี่ยว อายุ 67 ปี พี่สาวของนางนาก ได้ให้ข้อมูลว่า นางชิดชนกเคยไปทำงานเป็นแม่บ้านที่กรุงเทพฯ และล้มในห้องน้ำ ต่อมาได้มารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพิษณุโลก และกลับมารักษาตัวอยู่ที่บ้านใน จ.อุตรดิตถ์ และเดินทางไปรักษาตามหมอนัดทุกครั้ง ซึ่งจะมี อปพร.ของ ต.ฝายหลวง นำรถมารับไปส่งที่โรงพยาบาลลับแล ต่อมาในระยะหลังไม่ได้ไป เพราะไม่มีเงินในการเดินทางไปรักษา ในช่วงที่ไปรักษานั้น ตนให้ลูกสาวของตนพาไปทุกครั้ง และฐานะทางบ้านของตนก็หาเช้ากินค่ำ รับจ้าง รายได้แทบจะไม่เพียงพอ และยังต้องดูแลน้องสาวที่ป่วยเป็นอัมพาตอีก สำหรับข้าวปลาอาหารก่อนที่ตนจะออกไปทำงาน จะนึ่งข้าวเหนียวใส่กระติบไว้ พร้อมทั้งกับข้าวมาส่งก่อนไปทำงานทุกวัน

สำหรับนางชิดชนก หรือนากนั้น ขณะนี้มีเงินช่วยเหลือจากผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาท ตนก็ได้รับเงินจากเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ เดือนละ 600 บาทเหมือนกัน เงินของนางนากตนได้นำมาซื้อข้าวและกับข้าวส่งให้กิน แต่ก็ไม่เพียงพอ ตนต้องหาข้าวและอาหารส่งให้น้องสาวและอาศัยอยู่ที่บ้านคนเดียว สำหรับการขึ้นทะเบียนคนพิการนั้นได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ต้องรอการตอบรับ ซึ่งจะใช้เวลาในการขึ้นทะเบียนคนพิการประมาณ 6 เดือน สำหรับนางชิดชนก หรือนาก เดินไม่ได้ เวลาจะไปไหนก็ต้องอาศัยการถัดร่างกาย ค่อยๆ ไป สำหรับสามีของนางชิดชนกเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว จึงต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ที่ไหนบอกว่ามีหมอดีรักษาหาย ก็จะพาไป แต่ก็รักษาไม่ได้

นางระเบียบ กล่าวด้วยว่า ตนสงสารน้องสาว แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง เพราะอาชีพของตนก็หาเช้ากินค่ำ รายได้ไม่เพียงพอ ตนจึงดูแลน้องสาวได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น อยากขอวอนให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะไม่รู้ว่าจะไปติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร.

 

โหวตข่าวนี้