advertisement

เฒ่า 64 ผูกคอตายหนีโรครุมเร้า จิตแพทย์แนะหากซึมเศร้าให้พบหมอ

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 12 ก.ค. 2555 00:26

พ่อเฒ่า 64 ผูกคอตายในห้องน้ำหลังบ้าน หนีโรครุมเร้า พบ 2 วันในพื้นที่อุดรธานี มีคนฆ่าตัวตายแล้ว 3 คน จิตแพทย์ชี้พฤติกรรมการฆ่าตัวตายในสังคมไทยปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แนะญาติผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อย่าให้อยู่คนเดียว ให้นำตัวมารับคำปรึกษา

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 11 กรกฎาคม ร.ต.ท.สุรพรชัย วงศ์ผาคุณ พงส.สบ.1 สภ.เมือง อุดรธานี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ว่ามีคนผูกคอเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 117 ม.4 ต.บ้านตาด จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบซึ่งเป็นรายที่ 2 ที่ฆ่าตัวตายในวันเดียวกัน จากเมื่อเช้านี้มีหญิงกระโดดตึกโรงพยาบาล 7 ชั้นเสียชีวิต

ที่เกิดเหตุภายในห้องน้ำหลังบ้าน ญาติได้นำศพลงมาแล้ว ทราบชื่อนายวิชาญ เจตบุตร อายุ 64 ปี เป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ สวมเสื้อโปโลสีเขียว กางเกงขายาวสีขาว ใช้เชือกไนลอนสีขาวผูกคอกับขื่อในห้องน้ำเสียชีวิต จากการชันสูตรตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย สถานที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แพทย์ระบุเสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจประมาณ 2 ชั่วโมง

สอบสวน นางปราณีต ทักคุ้ม อายุ 37 ปี ลูกสาวผู้ตาย ให้การว่า พ่อป่วยเป็นโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ กระดูกทับเส้นประสาท ปวดตามข้อ โรคเครียด และโรควูบ พ่อเคยเกิดอาการวูบหมดสติในห้องน้ำหลายครั้ง และมักจะบ่นอยู่บ่อยๆ ว่า ไม่สามารถทำงานช่วยเหลือครอบครัวได้ โดยทุกวันลูกหลานจะออกไปทำไร่ ปล่อยให้พ่ออยู่บ้านคนเดียว ก่อนเกิดเหตุเช้าวันนี้ตนออกไปทำไร่ตามปกติ และกลับมาบ้านเวลาประมาณ 13.30 น.ก็ไม่พบพ่อ สอบถามเพื่อนบ้านก็ไม่มีใครพบเห็น จึงออกตามหาพบว่าพ่อผูกคอตัวเองเสียชีวิตในห้องน้ำหลังบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายมีโรคประจำตัวหลายโรครุมเร้า ทำให้ต้องนอนอยู่บ้านคนเดียว จึงเกิดอาการคิดมาก และไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน เลยคิดสั้นฆ่าตัวตายหนีโรครุมเร้าดังกล่าว จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่ จ.อุดรธานี เดือนกรกฎาคม มีผู้ฆ่าตัวตายแล้ว 5 ราย โดยเฉพาะที่ อ.เมือง เพียง 2 วัน คือ วันที่ 10-11 กรกฎาคม มีผู้ฆ่าตัวตายถึง 3 ราย โดย นพ.บุญช่วย เทพยศ หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช รพ.ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า กรณีที่มีการฆ่าตัวตายเกิดขึ้นใน จ.อุดรธานี ช่วงนี้บ่อยครั้ง เป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนประเภทหนึ่ง ในลักษณะของการพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งในสังคมไทยปัจจุบันมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการศึกษาวิจัยพบว่า เจตนาของการฆ่าตัวตายมาจากการนำความคับข้องใจของตนเองมาแสดงออกอย่างรุนแรงเพื่อประชดผู้คนรอบข้าง เพื่อแสดงความโกรธ เรียกร้องให้ผู้ใกล้ชิดได้รู้ ได้เข้าใจถึงความกดดันที่มีอยู่ ผนวกกับความผิดพลาด ผิดหวัง ถือเป็นความล้มเหลวในจิตใจ และลงโทษตัวเอง

“การป้องกันไม่ให้เกิดความเครียดจนไปก่อเหตุถึงกับฆ่าตัวตาย ทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี มีคลินิกจิตเวชที่จะเปิดบริการให้ผู้ป่วย หรือผู้ที่มีอาการเครียด ซึมเศร้า สามารถเข้ารับคำปรึกษากับจิตแพทย์ได้ หรือหากญาติพี่น้องสังเกตเห็นว่า ญาติพี่น้องมีอาการซึมเศร้า อย่าให้อยู่คนเดียว ให้นำตัวมารับคำปรึกษา เพื่อหาทางแก้ไขสุขภาพจิตให้ดีขึ้น ซึ่งทุกวันนี้มีผู้มารับคำปรึกษากับจิตแพทย์ทุกวัน” นพ.บุญช่วย กล่าว.

โหวตข่าวนี้