advertisement

หนูน้อยป่วยเนื้องอกสมอง เผชิญโลกมืด ร่างกายหยุดเติบโต

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 10 ก.ค. 2555 21:30

"น้องโอปอ" ชาวสุโขทัยป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องผ่าตัดแต่เจอผลข้างเคียง ตาบอดทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ 6 ขวบ แถมร่างกายหยุดการเจริญเติบโต ต้องใช้ชีวิตเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้ ด้านผู้ปกครองมีฐานะยากจน ลำบาก ไม่มีเงินรักษาวอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ...

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 178 ม.1 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย หลังรับแจ้งว่ามีเด็กหญิง ที่ต้องเผชิญโลกมืดตั้งแต่อายุยังน้อย เนื่องจากเข้ารับการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง นอกจากนี้ ร่างกายยังหยุดการเจริญเติบโตอีกด้วย ได้พบกับ นางสมบูรณ์ สีด้วง อายุ 42 ปี กำลังนั่งอยู่กับ ด.ญ.ปาริชาติ หรือ น้องโอปอ เถาวัลย์ อายุ 11 ปี บุตรสาว ซึ่งหากมองดูผิวเผิน จะเหมือนเด็กปกติทั่วไป หน้าตาน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส ดวงตากลมโต แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ทั้ง 2 ข้าง และ มีน้ำหนักตัวเพียง 17 กก.เท่านั้น

นางสมบูรณ์ สีด้วง ผู้เป็นแม่ เล่าให้ฟังว่า ตอนคลอดบุตรสาว เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2544 ทุกอย่างเป็นปกติ จนกระทั่งน้องโอปออายุได้ 7 ขวบ เริ่มมีอาการซึม และซูบผอมลง ตนจึงพาไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำ อ.ทุ่งเสลี่ยม พบว่า มีเนื้องอกในสมอง และถูกส่งตัวไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มาแล้วถึง 2 ครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2551 และ พ.ศ.2552 ซึ่งจากการผ่าตัดในครั้งนั้น แพทย์ระบุว่าการผ่าตัด จะมีผลกระทบต่อประสาทตา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิทไม่สามารถมองเห็นได้ และที่แย่กว่านั้นคือ น้องโอปอจะหยุดการเจริญเติบโตโดยสิ้นเชิง กล้ามเนื้อทุกส่วนคงที่ ไม่สูงขึ้น ไม่อ้วนขึ้น น้ำหนักเท่าเดิม และ ต้องใช้ชีวิตเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

นางสมบูรณ์ เล่าให้ฟังว่า นายจรัล เถาวัลย์ พ่อของน้องโอปอ เสียชีวิตตั้งแต่ตนท้องได้ประมาณ 6 เดือน หลังคลอดตนเองต้องหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งมี นายแก้ว สีด้วง อายุ 89 ปี บิดา ซึ่งป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ นางคำ สีด้วง อายุ 85 ปี มารดา และน้องโอปอ ด้วยการเป็นลูกจ้างขายเสื้อผ้าในตลาด รายได้วันละ 100 บาท ความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก รายได้ไม่พอเพียงสำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัว เนื่องจากฐานะทางบ้านยากจน ประกอบกับตนเองก็มาป่วยเป็นมะเร็งที่เต้านมอีก ต้องใช้เงินไปหาหมอซื้อยามาทานอยู่เป็นประจำ โชคยังดีที่มีญาติและเพื่อนบ้านที่เห็นใจ คอยให้ความช่วยเหลือตามมีตามเกิด คอยดูแลน้องโอปอและพ่อกับแม่ เวลาที่ตนไปรับจ้างในตลาด บางครั้งเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกสาวจะได้ไม่เป็นภาระกับใคร เนื่องจากน้อยใจในโชคชะตา แต่ก็นึกสงสารพ่อกับแม่ที่แก่ชราแล้ว จะไม่มีใครดูแล ซึ่งทั้งสองคนจะคอยปลอบและให้กำลังใจตนและน้องโอปอมาตลอด

นางสมบูรณ์ เล่าด้วยน้ำตานองหน้าว่า จนถึงขณะนี้ แม้น้องโอปอจะอายุ 11 ปีแล้วก็ตาม แต่ยังดูตัวเล็กมาก มีน้ำหนักเพียง 17 กก. เท่านั้น ด้านการรักษา ตนยังมองไม่เห็นหนทางเลย ทั้งๆ ที่อยากให้น้องโอปอ มีสภาพร่างกายเจริญเติบโตเหมือนเด็กทั่วไป เคยปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก็แนะนำว่าอาจต้องใช้วิธีฉีดฮอร์โมนกระตุ้นใต้ผิวหนัง เดือนละครั้ง แต่ฮอร์โมนดังกล่าว จัดอยู่ในบัญชียานอกระบบ ซึ่งค่าใช้จ่ายแพงมาก ราคาเข็มละ 16,000 บาท และ ต้องฉีดต่อเนื่องทุกเดือน ซึ่งตนคงไม่มีปัญญาหาเงินมากมายขนาดนี้มารักษาบุตรสาวได้แน่นอน จึงจำยอมก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป

สำหรับท่านที่มีจิตเมตตา อยากให้ความช่วยเหลือ ครอบครัวของน้องโอปอ สามารถบริจาคโดยโอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ชื่อบัญชี ด.ญ.ปาริชาติ เถาวัลย์ เลขที่บัญชี 609-2-71634-1

โหวตข่าวนี้