advertisement

อดีตไกด์เครียดหนี้สินรุงรังจ่อหัวดับพร้อมเมียฝรั่ง

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 7 ก.ค. 2555 05:15

สุดสลด อดีตไกด์กับเมียชาวฝรั่งเศส มีปัญหาหนี้สิน ทะเลาะกันเป็นประจำ หาทางออกไม่ได้ ฝ่ายชายจึงใช้ปืนจ่อยิงเมียตัวเองดับ ก่อนปลิดชีพตัวเองตายตาม คาห้องนอน หลานชายกลับมาบ้านถึงกลับผงะ ...

เมื่อคืนวันที่ 6 ก.ค. 2555 พ.ต.ท.วิทยา วงศ์ใหญ่ พนักงานงานสอบสวน สบ.3 สภ.สารภี  รับแจ้งเหตุผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในหมู่บ้านเอ็มเอส วิลเลจ เลขที่ 99/103 หมู่ที่ 5 ต.หนองผึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านชั้นเดียวภายในห้องนอน พบศพนายอำพล สฏาทู อายุ 47 ปี เจ้าของบ้าน ถูกอาวุธปืนยิงศีรษะ และนางชิลี อายุ 47 ปี ภรรยาผู้ตายชาวฝรั่งเศส ถูกยิงเข้าที่กกหูซ้าย ด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้นแบบไทยประดิษฐ์ โดยพบปืนตกอยู่ที่ปลายเตียงนอน มีลูกกระสุนปืน เบอร์ 12 ตกอยู่ใต้เตียงจำนวน 1 ปลอก และปลอกกระสุนที่ยิงแล้วค้างอยู่ในรังเพลิงอีก 1 ปลอก

จากการสอบสวนนายภมร สฏาทู อายุ 25 ปี หลานชายนายอำพล ซึ่งพบศพเป็นคนแรกให้การว่า ในช่วงเช้าตนเองได้ออกไปหาเพื่อนที่อ.ดอยสะเก็ด แต่ก่อนออกจากบ้าน นายอำพล ได้สั่งให้ล็อคกุญแจประตูหน้าบ้าน พอกลับมาถึงบ้านได้เห็นถุงผ้าสีขาวเขียนข้อความว่า"โทรกลับหาอ้าย”ตึ๋ง”ด้วยนะ" จึงเก็บเอาไว้ที่โต๊หินอ่อนหน้าบ้าน จากนั้นเข้าครัวทำอาหาร กระทั่งได้เหลือบตามองไปในห้องนอนของน้า พบเลือดไหลมันสมองกระจายเต็มห้อง จึงเปิดประตูเข้าไปดู พบว่าทั้งสองถูกยิงเสียชีวิต จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ทางด้าน พ.ต.อ.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผกก. สภ.สารภี เปิดเผยว่า จากการตรวจสถานที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สิน หรือขโมยเข้าบ้าน เท่าที่สอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายทั้งสองมีปัญหาเรื่องหนี้สิน และมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำ ที่ผ่านมานายอำพล ผู้ตาย เคยเป็นไกด์ ทัวร์ และออกจากงานมาขับรถแท็กซี่ ต่อมาไม่ได้ขับ ส่วนภรรยาชาวฝรั่งอยู่บ้านไม่ได้ทำงาน โดยทั้งสองอยู่กินกันมาได้ประมาณ 20 ปี และมาซื้อบ้านหลังที่เกิดเหตุนี้ได้ 2 ปี กระทั่งนายอำพล ประกาศขายบ้านให้กับเพื่อนที่ชื่อตึ๋ง ซึ่งจะเข้ามาพบนายอำพล แต่ว่าประตูบ้านได้ล็อกเอาไว้ จึงเขียนข้อความใส่ถุงผ้าสีขาวเสียบไว้ที่ประตูรั้วหน้าบ้านและเดินทางกลับ กระทั่งหลานชายผู้ตายมาเจอศพ คาดว่านายอำพล เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงภรรยา ก่อนจะยิงตัวเองตายตาม ซึ่งเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ยิงเสียงปืนดัง แต่คิดว่าเป็นเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า จึงไม่ได้สนใจ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement