advertisement

โกงสอบรับราชการ จุดเริ่มต้นมะเร็งร้าย สอบสีไหน คนสีนั้นมีเอี่ยว

โดย พลิกแฟ้มอาชญากรรม 18 มิ.ย. 2555 14:49

“ต้องขอแสดงความเสียใจต่อทุกคนที่ถูกจับทุจริตข้อสอบด้วย จะให้เข้าสอบไม่ได้ เพราะเริ่มต้นจะเป็นตำรวจก็ทำการทุจริตแล้ว ฉะนั้นก็อย่าเข้าเป็นตำรวจเลย!!”

นี่คือคำพูดของ พล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี รอง ผบช.ภ.2  หลังทำการจับกุมผู้ทำการโกงสอบเข้าเป็นนายสิบตำรวจ ซุกซ่อนเครื่องสื่อสารส่งสัญญาณบอกข้อสอบ หน่วยที่ 2 โรงเรียนจั่นอนุสรณ์ ถนนเศรษฐกิจ หมู่ 5 ต.บ้านสวน อ.เมืองชลบุรี จำนวน 65 คน กับหน่วยที่ 5 โรงเรียนชลกันยานุกูล หลังศาลากลางจังหวัดชลบุรี จำนวน 30 คน รวม 95 คน ในวันที่ 10 มิ.ย.



และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงขบวนการทุจริตสอบรับราชการที่สังคมต้องตะลึง!

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกที่มีคุณวุฒิ ม.6 ขึ้นไปสอบเข้าอบรมเป็นนายสิบตำรวจทั่วประเทศ จำนวน 10,000 อัตรา แต่มีผู้สมัครจากทั้งประเทศเกือบ 3 แสนคน โดยให้แบ่งเปิดรับการสอบไปทั่วประเทศ ซึ่งจากการสอบสวนขยายผลผู้ที่ถูกจับทุจริตทั้ง 95 คน พบว่า กลุ่มผู้รับจ้างบอกข้อสอบได้ส่งสัญญาณจากหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง กทม.ซึ่งก่อนจะถึงวันสอบได้มีการซักซ้อมความเข้าใจถึงวิธีการใช้เครื่องและการรับสัญญาณ ก่อนเข้าสอบกลุ่มผู้รับจ้างจะส่งสัญญาณสั่นถี่ๆเตือนให้ผู้สมัครรู้ก่อน เมื่อถึงเวลาสอบก็จะส่งสัญญาณบอกข้อสอบ เช่น ถ้าเครื่องสั่น 1 ครั้ง หมายถึงคำตอบ ก.ไก่ สัญญาณสั่น 2 ครั้ง หมายถึงคำตอบ ข.ไข่ โดยผู้สมัครสอบต้องเสียเงินค่าเครื่องส่งสัญญาณเครื่องละ 4,000 บาท และค่าใช้จ่ายอีกคนละประมาณ 350,000-400,000 บาท

แต่เมื่อมีการใช้เครื่องสแกนตรวจวัตถุสิ่งแปลกปลอมผู้สมัครทุกรายก่อนเข้าห้องสอบ ก็ตรวจพบอุปกรณ์เครื่องสื่อสารส่งสัญญาณที่ผู้สมัครซุกซ่อนไว้ภายในเป้ากางเกงในและก้น หลังจับกุมได้ ก็มีการขยายผลไปยังสนามสอบอื่น คือ จ.นครสวรรค์ ในหลายโรงเรียนที่ใช้เป็นสนามสอบเจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจยึดอุปกรณ์คล้าย วิทยุสื่อสารกับผู้เข้าสอบร่วม 100 คน ซึ่งแต่ละสนามสอบจะปรากฏว่ามีรถตู้สีขาวต้องสงสัยป้วนเปี้ยนอยู่ในละแวกสนาม สอบ แต่หลังจากมีการควบคุมตัวผู้ที่ทุจริตเข้าสอบได้ ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวหายไป ตำรวจอยู่ระหว่างการสกัดจับรถคันดังกล่าวแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นรถที่ขบวนการรับจ้างบอกข้อสอบใช้เป็นจุดส่งสัญญาณ

การสอบเข้าเป็นนายสอบตำรวจครั้งนี้กลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ครึกโครมขึ้นมา ก็เพราะว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับผู้ที่ทำการโกงข้อสอบได้ถึง 234 ราย โดยอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.2 จำนวน 95 ราย บช.ภ.3 จำนวน 30 คน บช.ภ.5 จำนวน 4 ราย และ บช.ภ.6 จำนวน 105 ราย ส่วนใหญ่จะซุกซ่อนเครื่องมือสื่อสารระบบสั่นที่บริเวณอวัยวะเพศและก้น

อีก 2 วันถัดมา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมแก๊งโกงข้อสอบได้ 5 คน คือ 1. นางเตือนใจ พงษ์พันธ์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555/37 หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์ อ.เมืองศรีสะเกษ เป็นครูสอนชั้นอนุบาล โรงเรียนเทศบาล 2 รัชมังคลานุสรณ์ และสามียังเป็นตำรวจ สภ.เมืองศรีสะเกษ 2. นายธนากร วิเศษ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 9 ต.หนองไฮ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ 3. นางศตพร วิเศษ อายุ 37 ปี ภรรยาของนายธนากร 4. นายปัญญาศักดิ์ นิลเพ็ชร อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 5 ต.ศรีแก้ว อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ และ 5. นายสมชาย แสงทอง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ที่ 4 ต.ลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ พร้อมของกลางเงินสดที่เรียกรับจากผู้สมัครเข้าสอบคัดเลือกรวม 10,500,000 บาท เอกสารประจำตัวผู้สมัครสอบจำนวนมาก วิทยุสื่อสารติดซิมโทรศัพท์ที่ใช้เป็นตัวกระจายสัญญาณ 2 เครื่อง แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ตัวรับสัญญาณที่ยึดได้จากตัวผู้สมัครเข้าสอบคัดเลือกจำนวน 22 เครื่อง จับผู้เข้าสอบที่ทุจริต 34 คน นอกจากนี้ ยังจับกุมผู้ที่ปลอมแปลงบัตรประชาชนเพื่อเข้าสอบแทนบุคคลคนอื่นได้ 1 คน คือ นายสิรภพ ทองรับแก้ว อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/252 หมู่ที่ 2 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ โดยแจ้งข้อกล่าวหาปลอมและใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม

นางเตือนใจ สารภาพว่าจะนัดผู้ที่จะเข้าสอบมาพบในโรงแรมใกล้สนามสอบ โดยจะเรียกรับเงิน 10,000-30,000 บาท เป็นค่ามัดจำ จากนั้นจะเรียกค่าใช้จ่าย 350,000 บาท นอกจากนี้ จะมีการสอนใช้วิธีอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ส่วนเงินที่ได้กว่า 10.5 ล้านบาท ได้นำไปฝากไว้กับญาติซึ่งบวชเป็นพระ ที่วัดหนองบัวไชยวาน โดยเงินทั้งหมดถูกมัดไว้เป็นมัด มัดละ 350,000 บาท เขียนชื่อของผู้สมัครสอบติดไว้ด้วย บรรจุไว้ในกระเป๋าหนัง 2 ใบ

ต่อมาไม่นานมีการออกหมายจับ นายดาชัย อุชุโกศลการ อายุ 43 ปี ตำแหน่งรองประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย (สาขาลำปาง) และเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ลำปางในนามกลุ่มพลังลำปาง เบอร์ 2 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.ค.นี้ ขณะนายดาชัย พร้อมทีมงานหาเสียงกำลังแจกแผ่นพับเพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่บริเวณตลาดสด บ้านฟ่อน หมู่ 2 ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง ท่ามกลางความตกใจของผู้มาจับจ่ายซื้ออาหารจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหา นายดาชัย เป็นผู้โยงใยการทุจริตสอบ โดยผู้ต้องสงสัยทุจริตจำนวน 5 คน ได้มีการซัดทอด และเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่านายดาชัย เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครราชสีมา

เรื่องราว "โสมม" ในวงการสีกากีนี้ ทำให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. มีคำสั่งยกเลิกการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเข้ารับราชการนายสิบตำรวจประจำปี 2555 นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการอีก 4 ชุด ประกอบด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนในภาพรวมตั้งแต่เริ่มสมัครจนถึงการสอบ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะกรรมการร่วมกับสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศฯตรวจสอบหลักฐานที่ยึดได้ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง จเรตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในแต่ละ บช. มีความบกพร่องหรือไม่ มีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบหรือไม่ และ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ประชุมผู้เกี่ยวข้องหาทางป้องกัน ให้การสอบครั้งต่อๆไปมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากที่สุด

"ตอนนี้รู้ตัวผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นขบวนการหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นกลุ่มคนมีความรู้ร่วมมือกับหลายๆ ฝ่าย มีตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจรู้ขั้นตอนการทำงานของกลุ่มทุจริตนี้แล้ว ขอเตือนว่าเรารู้ว่าคุณทำมาหลายครั้ง ไม่ใช่เฉพาะการสอบตำรวจเท่านั้น พวกคุณร่ำรวยมากแล้ว ฉะนั้นอย่าทำอีก โดยครั้งนี้เราไม่ปล่อยให้กระทำผิดซ้ำ" พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ กล่าว

การกวาดล้างขบวนการทุจริตเดินหน้าไปอย่างเข้มข้น ต่อมาได้มีคำสั่งย้าย ร.ต.อ.สนั่นพล กัลยานาม อายุ 36 ปี รอง สวป.สภ.เมืองศรีสะเกษ และ ด.ต.วชิรานุสรณ์ พงษ์พันธ์ ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองศรีสะเกษ สามีของนางเตือนใจ 1 ในกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับ และเป็นคนพาไปตรวจยึดเงินจำนวน 10.5 ล้านบาท ไปช่วยราชการที่ตำรวจภูธรภาค 3 เป็นเวลา 30 วัน จากนั้นวันที่ 16 มิ.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนครราชสีมาสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อีก 4 คน ซึ่ง 2 ใน 4 คน คือ พ.จ.อ.สามารถ ออกช่อ อายุ 40 ปี สังกัดกรมพลาธิการ กองทัพอากาศ และ นายชัชวาลย์ สอนชัยภูมิ อายุ 29 ปีพนักงานราชการสังกัดเดียวกัน

และต้องตกตะลึง! เมื่อพบหลักฐานเด็ด คือ สมุดบันทึก 3 เล่ม บันทึกบัญชีรายชื่อของผู้สมัครสอบพร้อมเลขบัตรประจำตัว ประชาชน รายละเอียดการชำระเงิน สนามสอบ มีรายการบันทึกมากกว่า 100 รายการในระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ในรายการบันทึกยังระบุถึงการสอบบรรจุข้าราชการอีกหลายเวที ทั้งการสอบ ก.พ. การสอบภาค ก. (ท้องถิ่น) การสอบบรรจุตำรวจชั้นประทวนที่รับผู้จบปริญญาตรีบรรจุเข้าเป็นตำรวจชั้น ประทวนเมื่อปี 2552 และ 2554 ในพื้นที่ทั้งภูธรภาค 3 และภาค 8 โดยในปี 52 มีการจัดส่งผู้สอบทั้ง 53 คน และปี 2554 ส่งผู้สอบอีก 20 คน มีค่าใช้จ่ายคนละ 300,000-500,000 บาท ทุกคนสามารถสอบได้ทั้งหมด หรือมีผลงาน 100% เต็ม

นอกจากนี้ยังมีรายชื่อของนางสาวคนหนึ่ง ที่ระบุการสอบปลัดอำเภอที่จ่ายเงินไปแล้ว 300,000 บาท แต่ยังค้างเงินอีก 170,000 บาท และรายชื่อของผู้สอบผ่านการสอบนักเรียนนายร้อยอีก 1 คน ล่าสุดก็มีรายชื่อการสอบบรรจุนายสิบตำรวจรอบนี้จำนวน 34 คน ที่มีผู้สมัครสอบทุกคนจ่ายเงินค่าโกงข้อสอบก้อนแรกไปแล้ว และอีกหลายคนยังค้างชำระอยู่ แต่สุดท้ายก็ถูกตำรวจจับได้เสียก่อนโดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกเป็น ภาพถ่ายหลักฐานสำคัญทั้งหมด

แนวทางการสอบสวนได้มุ่งหน้าไปยัง กลุ่มติวเตอร์ดังหน้า ม.รามคำแหง เนื่องจากมีข้อมูลจากหลายฝ่ายตรงกันว่า "แก๊งนี้" มาจากย่านดังกล่าว ส่วนเรื่องการจัดสอบใหม่นั้น จะมีการจัดสอบใหม่ภายใน 2-3 เดือน ซึ่งการโกงของคนส่วนน้อย ทำให้คนส่วนใหญ่ต้องได้รับความเดือดร้อนไปด้วย

“ติวเตอร์หมู” หรือ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาบาลานซ์ ที่เปิดโรงเรียนกวดวิชานักเรียนเตรียมทหารที่บริเวณ ม.รามคำแหง ยอมรับว่า รู้ว่ามีกระบวนการโกงข้อสอบมานานแล้ว ซึ่งส่วนตัวเปิดสอนกวดวิชาตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. 2525 แต่มาทราบว่ามีการโกงก็ประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมา รู้ว่าสถาบันแห่งใดที่หน้ารามฯ มีการสอนให้โกงบ้าง ซึ่งสถาบันพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง และมักจะเปิด-ปิดประจำภายใน 2 ปี ส่วนกลุ่มที่เปิดสอนเก่าแก่ และมีชื่อเสียงเขาจะไม่ทำเพราะจะกระทบกับลูกค้า เนื่องจาก เขาเปิดมานานมีต้นทุนชื่อเสียงมาก ที่สำคัญการติวแต่ละครั้งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ก่อนสอบอย่างน้อย 6 เดือน

“วิธีการโกง ผมตอบตรงๆ ว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำได้ยังไง เพราะข้อสอบก็มีตั้ง 8 ชุด ซึ่งเขาจะใช้เทคโนโลยีแบบไหนที่ทำให้รู้ว่าข้อสอบชุดไหน ผมก็นึกไม่ออก ส่วนเรื่องส่งคนปลอมเข้ามาสอบ ผมเชื่อว่าสามารถเช็คได้ง่าย หากมีการเช็คกับทะเบียนราษฎร์ก็จะสามารถจับได้ง่ายมาก  แต่ที่แน่ ๆ มันเกี่ยวกับคนมีสี โกงสอบสีไหน สีนั้นก็เกี่ยวแน่นอน เพราะมิเช่นนั้นก็คงไม่สามารถรู้ข้อสอบได้ อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการจะปราบ สามารถทำได้ ด้วยการส่งคนเข้าไปแฝงตัว ก็จะจับได้หมด” ผู้คร่ำหวอดวงการติวเตอร์ตำรวจ กล่าว

คงต้องหวังให้รัฐบาลเร่งปราบปรามขบวนการทุจริตสอบรับราชการนี้ให้สิ้นซาก เพราะเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของมะเร็งร้ายที่กัดกินวงการราชการไทย แม้กฎหมายจะมีบทลงโทษไม่หนัก แต่สามารถสกัดกั้นกลุ่มคนที่อาจจะเข้ามาสร้างปัญหาในภายหลังได้บ้างก็ยังดี!!.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement