advertisement

"นพดล ดวงพร" สุดปลื้มได้เป็น มหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 เม.ย. 2555 19:30

นพดล ดวงพร ศิลปินมรดกอีสาน ปลื้มสุดขีด เข้ารับพระราชทานปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีศึกษา มรภ.ร้อยเอ็ด มอบให้ในโอกาสที่สำเร็จการศึกษา ปี 2553-2554 ของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ มรภ.สกลนคร...

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2555 ที่หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปีการศึกษา 2553-2554 ซึ่งในวันนี้ ทรงพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จำนวน 4,487 คน ในจำนวนนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ได้คัดเลือกให้ นายณรงค์ พงษ์ภาพ หรือ ศิลปินชื่อดัง นภดล ดวงพร เข้ารับพระราชทาน ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาดนตรีศึกษา ยังความปลาบปลื้มปีติแก่เจ้าตัว ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความซาบซึ้ง

นายนพดล ดวงพร กล่าวหลังเข้ารับพระราชปริญญาว่า รู้สึกดีใจ ปลาบปลื้มใจ ในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และรู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ที่ยังเห็นคุณค่าและประโยชน์ของตน จริงๆแล้ว เด็กสมัยนี้เข้ารับปริญญาอายุยังน้อย ไม่เหมือนตนที่รับปริญญาอายุ 70 ปี สำหรับการเรียนแล้วเรื่องอายุไม่สำคัญ และยังแนะนำศิลปินนักแสดงรุ่นน้อง ขอให้ซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพของตัวเอง อย่าทรยศประชาชนคนดู ขอให้รักษาความดีเอาไว้ สำหรับตนแล้วตั้งแต่ออกจอกท้องแม่มา ไม่เคยรู้ว่ารสชาติของสุรา หรือบุหรี่เป็นอย่างไร หากน้องๆ ที่ต้องการมาอยู่ในวงเพชรพิณทอง ทำแบบตนได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็จะรับไว้ ทุกวันนี้ยังรับงานแสดงอยู่ หากใครคิดว่า นพดล ควงพรยังใช้ประโยชน์ได้ นภดลก็จะพร้อมแสดงให้ในราคากันเอง

ประวัติ นพดล ดวงพร เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2484 - มีชื่อจริงว่า ณรงค์ พงษ์ภาพ เกิดที่อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี บิดาเป็นหมอลำกลอน มารดาเป็นนักร้องเพลงโคราช ณรงค์ พงษ์ภาพ เคยเป็นเด็กในวงดนตรีคณะพิพัฒน์ บริบูรณ์ นานหลายปี ต่อมาได้เป็นลูกศิษย์และร่วมวงดนตรีจุฬารัตน์ของครูมงคล อมาตยกุล ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อ นพดล ดวงพร ให้ ต่อมาได้แยกไปก่อตั้งวงดนตรี เพชรพิณทอง ที่โด่งดังในภาคอีสาน ในปี 2514 ช่วงหลังเป็นนักแสดงภาพยนตร์และ ละครโทรทัศน์ โดยที่ผ่านมาได้สร้างลูกศิษย์ให้มีชื่อเสียงอยู่หลายคน อาทิ นกน้อย อุไรพร ชุติมา ดวงพร นพรัตน์ ดวงพร วิเศษ เวณิกา เป็นต้น ฯลฯ

ในด้านผลงานภาพยนตร์ คือ เรื่อง วิวาห์พาฝัน ครูบ้านนอก (2521) รับบทเป็น ครูใหญ่คำเม้า หนองหมาว้อ (2522) 7 สิงห์ตะวันเพลิง (2522) จับกัง กรรมกรเต็มขั้น (2523) - รับบทเป็น ด้วง ผู้ใหญ่มากับทุ่งหมาเมิน (2523) - รับบทเป็น ไอ้จ้อย นักสืบฮาร์ด (2525) ครูข้าวเหนียว (2528) คนกลางแดด (2530) 15 ค่ำ เดือน 11 (2545) - รับบทเป็น หลวงพ่อโล่ห์ สำหรับผลงานละครมี โคกคูนตระกูลไข่เพลงรักริมฝั่งโขง (2550) เรไรลูกสาวป่า (2551) รางวัลที่ได้รับ รับยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม เมื่อปี พ.ศ. 2532 รางวัลสุพรรณหงส์ ประจำปี 2545 ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ประจำปี 2545 ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ปี พ.ศ. 2552 รางวัลศิลปินมรดกอีสาน ประจำปี 2552 โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้มอบ

นอกจากนี้ นพดล ยังได้เป็นผู้อำนวยการผลิตและสร้างสรรค์งานนำเอาประวัติศาสตร์เมืองอุบล และเรื่องราวความเปลี่ยนแปลงของเมืองอุบล มาบอกเล่าผ่านบทเพลง ในวาระที่เมืองอุบล ครบรอบ 200 ปี ใน พ.ศ.2535 เพื่อเฉลิมฉลองฉลอง 200 ปีอุบลราชธานี โดยมีผู้ประพันธ์เพลง คือ ชลธี ธารทอง พงษ์ศัดิ์ จันทรุกขา ณรงค์ โกษาผล สยาม รักษ์ถิ่นไทย ธนรรษต์ ผลพันธ์, ประพนธ์สุริยะศักดิ์ เฉลิมพร เพชรศยาม นคร พงษ์ภาพ นับเป็นการระดมนักแต่ง นักร้อง คนเมืองอุบล และที่มีชื่อเสียง มาสร้างสรรค์เพลงเมือง รวม 22 เพลง ซึ่งมีทั้งเพลงเก่าและเพลงใหม่ที่ตั้งขึ้น และบางเพลงได้มีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ เช่นเพลงลูกแม่มูล ของครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา เป็นต้น

เหตุการณ์ที่เป็นความประทับใจไม่รู้ลืมของนพดล คือ ได้ยกวงไปแสดงที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น พอดีกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปที่นั่น และพระองค์ทรงทอดพระเนตรเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่คล้ายกีตาร์ แต่ว่ามีเพียง 3 สาย ดีดได้ไพเราะมากๆ นั่นคือ พิณ ในหลวงทรงเห็นว่าเป็นของแปลกและมีเสียงที่ไพเราะมาก พระองค์ท่านทรงรับสั่งขอลองดีดดูอย่างสนพระทัยเป็นพิเศษ ยังความปลาบปลื้มใจให้แก่นพดลเป็นที่สุด และสิ่งที่นพดลจำใส่เกล้าไว้ไม่มีวันลืม คือ ในหลวงทรงมีรับสั่งว่าให้รักษาศิลปะดนตรีพื้นบ้านอันนี้ไว้ให้ดีๆ นพดล ดวงพร ก้มลงกราบแทบพระบาทด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ นพดลถือว่านี่คือมงคลชีวิตที่ยิ่งใหญ่อย่างที่สุดแล้ว

ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงดนตรีตนเองเสียใหม่ จากวงนพดล ดวงพร เป็นวงเพชรพิณทอง เอาชื่อ พิณ ที่ในหลวงทรงโปรดฯ มาเป็นมงคลนาม และหวังจะสนองพระราชปรารภของพระองค์ท่านด้วย นั่นจึงเป็นที่มาที่ไปของชื่อวง เพชรพิณทอง มาจนถึงทุกวันนี้ และสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของวง เพชรพิณทอง คือ ทองใส ทับถนน มือพิณอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่เล่นประจำอยู่กับคณะมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งวงเพชรพิณทอง และนพดล ดวงพร คือ นักรบทางวัฒนธรรมของภาค ที่เกิดขึ้นจากมันสมองและการสั่งสมประสบการณ์ของนพดล ดวงพร เป็นการมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยวด้วยตัวของตัวเอง ไร้ผู้สนับสนุนจากหน่วยงานหรือบุคคล แต่เป็นความแน่วแน่ในอันจะจรรโลงและอนุรักษ์สิ่งดีงาม พร้อมๆ กับการผสมผสานของใหม่เข้าด้วยกัน

อาวุธสำคัญของวงดนตรีและของบุคคลผู้นี้ คือ การใช้ภาษาอีสาน ขณะที่สังคมอีสานกำลังเกิดความสับสนในอัตลักษณ์ของตัวเอง ท่ามกลางการดูถูกชาติพันธุ์ของสังคมไทย ที่มีต่อคนลาวต่อชาวอีสาน โดยปรากฏการณ์อย่างนี้ได้ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมบนแผ่นดินอีสานตามมา คือ ได้เพาะเชื้อความรังเกียจกำพืดของตัวเอง ดูถูกตัวเอง เกลียดความเป็นลาวในสายเลือดตัว และพยายามหนีสุดชีวิตเพื่อให้พ้นไปจากความเป็นลาว เป็นคนอีสาน เพชรพิณ ทอง และ นพดล ดวงพร ก็โผล่ออกจากเงามืด และออกมายืนท้าทาย ต่อสู้ฟาดฟัน และที่สุด นพดลและเพชรพิณทองก็ประสบชัยชนะ นำพาผู้คนในภาคและคนเชื้อสายลาวในจังหวัดอื่น แม้กระทั่ง คนลาวในต่างแดนและคนลาวในประเทศ สปป.ลาวเองก็ยังได้รับอานิสงส์ และเก็บรับความภาคภูมิใจพร้อมกัน

นพดล ดวงพร เป็นนักสู้ชีวิต และเป็นนักสู้ผู้ยืนหยัดในความเชื่อของตน เขาสร้าง “วงดนตรีพูดอีสาน” เพชรพิณทอง จนเป็นที่ยอมรับแก่ผู้คน สร้างศิลปินนักร้อง นักแสดงอย่างมากมาย ก่อให้เกิดรายได้ เกิดการสร้างงาน ตลอดจนมีการเผยแพร่และนำเอาศิลปะการแสดงแบบอีสานอย่างกว้างขวางและยาวนาน ตลอดจนการรับใช้สังคมโดยร่วมมือกับส่วนราชการอย่างต่อเนื่อง นพดลเป็นนักรบผู้กล้าแกร่ง และยืนหยัดต่อสู้ยาวนาน วงดนตรีเพชรพิณทอง เป็นวงดนตรีวงเดียวที่มีอายุมากที่สุด สามารถยืนระยะและเก็บรับความนิยมจากแฟนๆ ได้ยาวนานที่สุด.

โหวตข่าวนี้