บริการข่าวไทยรัฐ

น้อยใจพ่อ! หนุ่มลูกร้านทอง รับฉีกเงินล้านทิ้งถังขยะ

ปิดคดีฉีกเงินล้านทิ้งถังขยะชลบุรี "หนุ่มลูกร้านทอง" รับเป็นคนทำอ้างปมน้อยใจพ่อ ด้าน ผบช.ภ. 2 ระบุเป็นปัญหาครอบครัว และเงินดังกล่าวไม่ใช่เงินจากยาเสพติด ผู้ฉีกจึงไม่มีความผิดเนื่องจากเป็นเงินของบิดาซึ่งเหมือนเป็นเงินของตัวเอง...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จว.ชลบุรี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวกรณีฉีกธนบัตรว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 55 พ.ต.ท.ปิยะวัฒน์ นามดุ้ง พนักงานสอบสวน สภ.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบเศษชิ้นส่วนธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ถูกฉีกทำลายนำมาทิ้งไว้ในถังเก็บขยะของเทศบาลตำบลหัวกุญแจ ที่ตั้งอยู่ริมถนนสายเทศบาลสาย 3 หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว จึงพร้อมกับ พ.ต.อ.ชีวิน เนื่องจำนงค์ ผกก.สภ.คลองกิ่ว เดินทางไปตรวจสอบพบธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ถูกตัดและฉีกเป็นชิ้นๆ อยู่ก้นถัง น้ำหนักรวมประมาณ 1.3 กิโลกรัม และสายรัดธนบัตรสีขาวของ ธ.กสิกรไทย หมายเลข 9924014 ชนิด 1,000 บาท คิดเป็นเงิน 1.3 ล้านบาท เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร

ต่อมานายวรพงศ์ หรือ หยู๋ โรจน์สัตตรัตน์ อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 191/12 หมู่ 1 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เจ้าของร้านทอง ห้างทองรุ่งเจริญ ตั้งอยู่ในตลาดหัวกุญแจ ต.คลองกิ่ว ได้พา นายวรพันธ์ หรือ เบิร์ด โรจน์สัตตรัตน์ อายุ 30 ปี บุตรชาย เข้าพบ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี แจ้งว่าธนบัตรที่ถูกฉีกแล้วนำไปทิ้งถังขยะนั้นเป็นของตนเอง และผู้ที่ฉีกธนบัตรนั้นคือ นายวรพันธ์ บุตรชายคนที่ 2 ของตน ส่วนสาเหตุที่นายวรพันธ์ ทำลายธนบัตรเกิดจากเมื่อ 2 ปีก่อนตนไปเปิดร้านทองอีกแห่งที่พัทยาให้บุตรชายคนโตดูแล และนำเงินไปลงทุนจำนวนมาก ทำให้นายวรพันธ์ เกิดน้อยใจจึงแอบเก็บเงินที่ขายทองได้ซุกซ่อนไว้ กระทั่งก่อนเกิดเหตุกลัวตนจะรู้ว่าแอบเก็บเงินที่ขายทองได้ไว้เป็นจำนวนมาก เลยเอาไปทำลายทิ้งเพื่อจะปกปิดความผิดของตัวเอง

พล.ต.ต.จำนงค์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี กล่าวว่า นายวรพันธ์ ยอมรับว่า เป็นผู้ฉีกทำลายธนบัตรดังกล่าวโดยใช้กรรไกรตัดและใช้ไฟเผาเงินบางส่วน แล้วนำเศษชิ้นส่วนธนบัตรใส่ถุงกระดาษไปทิ้งในถังขยะของเทศบาลตำบลหัวกุญแจ ห่างจากบ้านพักตัวเองประมาณ 30 เมตร สาเหตุเกิดจากเกิดความเครียด น้อยใจ และไม่พอใจที่ผู้เป็นพ่อซึ่งมีบุตรรวม 3 คน แบ่งเงินให้ลูกไปลงทุนเปิดร้านทองไม่เท่าเทียมกัน จึงแอบขโมยเงินครั้งละ 20,000-30,000 บาท สะสมแอบเก็บไว้เรื่อยๆ เป็นเวลาประมาณ 2 ปี จนวันเกิดเหตุไม่สบายใจ เกรงว่าบิดาจะตรวจพบเงินและจับได้ ประกอบกับน้อยเนื้อต่ำใจจึงทำลายธนบัตรทิ้ง

นายวรพันธ์ กล่าวว่า หลังจากทำลายเงิน เพราะกลัวบิดารู้แล้ว ก็มีข่าวว่าตำรวจจะนำลายนิ้วมือที่ติดธนบัตรไปพิสูจน์ เลยเกิดความกลัวจึงยอมเล่าให้บิดาฟัง ก่อนที่บิดาจะพาเข้าพบและเล่าสาเหตุให้ พล.ต.ต.จำนงค์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ทราบอย่างละเอียด ทั้งนี้ ขอฝากบอกกับทุกคนว่า ก่อนจะทำอะไรที่ไม่สบายใจหรือน้อยใจก็อย่าได้วู่วามหรือคิดสั้น

พล.ต.ท. ปัญญา ผบช.ภ. 2 กล่าวว่า ขั้นตอนการทำลายเงินด้วยการใช้กรรไกร, จุดไฟเผาเป็นบางส่วน และฉีกทั้งหมดเป็นปัญหาครอบครัวไม่ใช่เงินยาเสพติด และผู้ฉีกก็ไม่มีความผิดเนื่องจากเป็นเงินของบิดาซึ่งเหมือนเป็นเงินของตัวเอง.