advertisement

จนมุมกลางกรุงชำแหละ 'สัตว์ป่า' เสือ-ช้าง-กระทิง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2555 04:00

ตำรวจบุกจับแหล่งชำแหละ สัตว์ป่าย่านบางชัน ตะลึงซากสัตว์ป่าสตัฟฟ์ ทั้งลูกเสือโคร่ง ม้าลาย กวางป่า หัวสัตว์นานาชนิด นอกจากนี้ ยังพบซากหนังช้างแช่ฟอร์มาลินอยู่ในถังน้ำแข็งขนาดใหญ่ด้วย  เจ้าของบ้านอ้าง เตรียมนำมาสตัฟฟ์ตามออเดอร์สวนสัตว์ และห้างสรรพสินค้า ตำรวจไม่สน ประสาน บก.ปทส. นำตัวไปสอบสวนขยายผลหานายทุนล่าสัตว์ป่า  เชื่อเป็นแก๊งแม่สอด เผยเบื้องหลังการจับกุม ตำรวจตาไว เห็น 1 ในคนงานแล่เนื้อสัตว์เฟอะฟะ เดินออกมาซื้อกระดาษทิชชูทั้งที่มือยังเปื้อนเลือด เลยเรียกมาสอบถามจนรู้แหล่ง

ทลายแหล่งชำแหละสัตว์ป่าครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 ก.พ. ขณะที่ พ.ต.ท.สุขกรี คันศร รอง ผกก.ปป.สน.บางชัน พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชูพันธุ์ รอง ผกก.สส.สน.บางชัน และเจ้าหน้าที่ ปส.บก.น.4 ปฏิบัติหน้าที่อยู่ปากซอยพระยาสุเรนทร์ 12 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา ระหว่างนั้นพบตัวนายอนุชา แซ่ม้า อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/12 ซอยอิสลามบำรุง ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เดินผ่านมาอย่างมีพิรุธ สังเกตเห็นคราบเลือดที่มือสองข้าง จึงขอตรวจค้นและสอบถาม โดยนายอนุชารับว่ากำลังชำแหละซากสัตว์ป่า อยู่ภายในบ้านเลขที่ 64/5 ซึ่งอยู่ในซอยดังกล่าว จึงประสาน พ.ต.ท.อรรคพล สุดสาย สว.กก.2.บก.ปทส.ให้เดินทางมาร่วมนำตัวนายอนุชาเข้าตรวจสอบ


บ้านดังกล่าวเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น นายอนุชาพาคณะเจ้าหน้าที่เดินไปบริเวณหลังบ้าน พบคนงาน 4 คน กำลังช่วยกันชำแหละซากเสือโคร่งเพศผู้ 1 ตัว น้ำหนัก 400 กิโลกรัม ความยาวเกือบ 3 เมตรนอกจากนี้ ยังพบกระดูกซี่โครงที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้ ใส่ถุงดำ 3 ถุง จึงสั่งให้หยุด พร้อมควบคุมตัวคนงานทั้งหมด ทราบชื่อต่อมาว่า นายยูซุป แซ่ม้า อายุ 61 ปี พ่อของนายอนุชา นายสมบัติ น้อยชมพู อายุ 49 ปี นางภัทรธมพรรณ มุ่งเกี้ยวกลาง อายุ 40 ปี นางนวล คำจู อายุ 53 ปี และนางบุญชู ขวัญเขียว อายุ 64 ปี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว น.ส.ณัฐสุดาพรรณ เรืองศรี อายุ 38 ปี เจ้าของบ้าน จากการตรวจสอบภายในบ้าน มีซากสัตว์ป่าจำนวนมาก อาทิ ลูกเสือโคร่งสตัฟฟ์ ม้าลายสตัฟฟ์ กวางสตัฟฟ์ หัวจระเข้ เต่า หนังงู หัวกระทิง ซากควายป่า และหัวกะโหลกสัตว์นานาชนิด ส่วนถังแช่น้ำแข็งขนาดใหญ่ พบหนังช้างทั้งตัวแช่ฟอร์มาลินอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐานนำมาตรวจสอบที่ สน.บางชัน

น.ส.ณัฐสุดาพรรณให้การเบื้องต้น มีอาชีพรับสตัฟฟ์สัตว์ส่งตามสวนสัตว์ และตามห้างสรรพสินค้า โดยซากเสือที่กำลังแล่เอาเครื่องในอยู่นั้น นายอนุชาเป็นผู้นำมาที่บ้านตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อให้ชำแหละ ได้ค่าจ้างตัวละ 5,000 บาท ตนจึงไปจ้างคนงานแถวบ้านมาช่วยกันชำแหละ ให้ค่าจ้าง 700 บาท ต่อคน ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา นายอนุชาได้นำซากเสือโคร่งมาให้ตนชำแหละ 1 ตัว ส่วนหนังช้างที่แช่ฟอร์มาลินไว้ เพื่อเตรียมนำมาสตัฟฟ์ตามออเดอร์ด้วย
ด้านนายอนุชาให้การว่า ทำงานรับจ้างขับรถทั่วไป ส่วนซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวเป็นของนายอ๊อด เจ้านาย พักอยู่ย่านบางกรวย สั่งให้ตนและนายยูซุป ขับรถมาที่บ้านหลังนี้ เพื่อนำซากเสือโคร่ง 2 ตัว มาชำแหละ ได้ค่าจ้าง 20,000 บาท โดยนายอ๊อดร่วมเดินทางมาด้วย ก่อนช่วยกันเอาผ้าใบแบกใส่ซากเสือโคร่งทั้ง 2 ตัว มาไว้หลังบ้าน จากนั้นนายอ๊อดได้กลับไปก่อน โดยสั่งว่า ถ้าแล่เสร็จแล้วให้โทรศัพท์มาบอก จนกระทั่งชำแหละเสือตัวแรกเสร็จ ใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง หลังแยกหนัง เนื้อ และเครื่องในออกแล้ว นำเอาเศษซากกระดูกที่ไม่ต้องการใส่ถุงดำออกไปวางไว้หน้าประตูบ้านรวมแล้ว 3 ถุง ก่อนที่จะเดินออกไปซื้อกระดาษทิชชู่หน้าปากซอย แต่มาเจอตำรวจเสียก่อน

ขณะที่ พ.ต.ท.อรรคพลเปิดเผยว่า แก๊งลักลอบค้าสัตว์ป่าแก๊งนี้เป็นแก๊งแม่สอด โดยจะส่งเอาซากสัตว์แต่ละชนิดที่มีนายทุนสั่งมาสตัฟฟ์ ส่วนเนื้อและเครื่องในบางส่วนถูกส่งไปประเทศจีน คาดว่านำไปดองยาหรือทำยาจีนยาโป๊ ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะต้องยึดซากสัตว์ทั้งหมดที่ไม่มีใบอนุญาต เบื้องต้นแจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่า พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดและของกลางไปไว้ที่ สน.บางชัน เพื่อลงบันทึกประจำวัน ก่อนจะประสานกองบังคับการปราบปรามทรัพยากรและสัตว์ป่า (บก.ปทส.) มารับตัวกลุ่มผู้ต้องหาและของกลางไปดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนหาตัวนายอ๊อด นายทุน เป็นเบาะแสไล่ล่ากลุ่มขบวนการค้าซากสัตว์ต่อไป

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement