วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกสีกากี!หยุดงาน"พัชรวาท"โผ 152 นายพลร่วง

ผบ.ตร.ผิดอะไร

เป็นคำพูดที่ได้ใจแทนความรู้สึก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พี่ชายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. กับกระแสข่าวโหมลือกระหึ่มเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร.

พล.อ.ประวิตรจำเป็นต้องออกมาพูดหลังจากคิดว่าเป็นเพียงแค่ข่าวลือเดี๋ยวก็คงจบ แต่เมื่อมีการขยายไปไกลขนาดที่หาเรื่องปลดโยกย้ายพล.ต.อ.พัชรวาท



ต้องออกมาเรียกร้องความชอบธรรมให้กับ พล.ต.อ.พัชรวาท

ปกป้องครอบครัววงษ์สุวรรณและต้อง การคำตอบจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

เป็นเสียงที่ทำให้ประชาชนทั่วไปต้องหันมาสนใจกับที่มาคำสั่งปลด ผบ.ตร.



มีเงื่อนไขปมใดกันแน่กับความจำเป็นที่ต้องปลดตำแหน่ง ผบ.ตร.

แต่ถ้าลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่คดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ พล.ต.อ. ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รอง ผบ.ตร. เข้ารายงานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จนเป็นที่มาของคดีไม่คืบหน้า หนอนบ่อนไส้ และเจอกับตอ

จะได้เห็นเงาลางของกระแสข่าวปลด พล.ต.อ.พัชรวาท



และมีความพยายามโยงคดีเข้ามาที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.

ปั่นกระแสโยกย้าย ผบ.ตร.เป็นระลอกคลื่นไม่เว้นวัน

ลากเข้าหาการเมืองเขย่าเก้าอี้ พล.ต.อ. พัชรวาท และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กระเส็นกระสายเข้าไปหา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ด้วยอีกคน



หนักข้อมาขย่มเก้าอี้ผู้ จัดตั้งรัฐบาล  นายสุเทพ  เทือก-สุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่าทีคัดค้านหนักคำสั่งปลด พล.ต.อ.พัชรวาท

นายสุเทพพูดไปตามพยานหลักฐานที่ได้มา ในเมื่อคดีไม่มีอะไรที่ พล.ต.อ.พัชรวาทเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปลดหรือโยกย้ายเก้าอี้ ผบ.ตร.



แต่ข่าวที่ปล่อยออกมาเป็นเรื่องจงใจ ไม่ใช่

เรื่องบังเอิญของกลุ่มคนที่คิดเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร.

ไม่มีอะไรที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ. พัชรวาท แต่เหตุผลสำคัญที่จะโยก ผบ.ตร.ให้พ้นเส้นทาง เพื่อแสดงให้เห็นว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้มีบารมีจริงจัดขั้วใหม่ตำรวจ

แต่ พล.ต.อ.พัชรวาทไม่ได้คิดตอบโต้ ใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว   คิดว่า ไม่นานข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นมาเอง แต่ยังมีข่าวโหมเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร.ดังขึ้นมาเรื่อยๆ



ยิ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดก็ยิ่งคลุมเครือ

ทำให้ข่าวปลด ผบ.ตร.เบียดขึ้นเป็นข่าวใหญ่เป็นที่สนใจกันมาก

ผสมโรงกับขบวนการเลื่อยขาเก้าอี้ ผบ.ตร. ก็เลยไปกันใหญ่

สอดรับคำสั่งแจ้งข้อหารุนแรงเพิ่มเติม ผบ.ตร.กับกรณีการสลายการชุมนุม 7 ตุลาคม นายตำรวจใหญ่ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ปฏิบัติทำตามคำสั่งต้องตกเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหา

แต่หลายฝ่ายยังเชื่อว่า   คดีลอบยิง

นายสนธิไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่เปิดขย่ม ผบ.ตร.  เพราะไม่ให้ความสำคัญทางคดี  เป็น แค่เชื้อไฟที่ผู้บงการจริงมาคิดหาเหตุปลด พล.ต.อ.พัชรวาทให้พ้นเส้นทาง

กระแสข่าวปล่อยยังแรงจัดไปหลายทิศทางอย่างที่เป็นข่าว

ทางหนึ่งกลุ่มที่เคลื่อนไหวต้องการคือคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ

ถึงขนาดว่ามีการยื่นข้อเสนอให้ ผบ.ตร.ลาพักราชการชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้จัดทำบัญชี

แต่เชื่อว่าคนอย่าง พล.ต.อ.พัชรวาทคงไม่ยอม

ไม่อย่างนั้นจะเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดที่สุดของวงการสีกากี

หากมีการฝ่าฝืนปลดหรือโยกย้ายต้องพึ่งศาลปกครอง

เชื่อว่าจะเป็นคดีใหญ่    ที่มีผลต่ออนาคตอีกหลายคนเช่นเดียวกัน

ถ้าเป็นเช่นนั้น เชื่อว่านายกรัฐมนตรีต้องทบทวนหนัก เพราะผู้ที่ใช้อำนาจการเมืองอาจต้องรับผิดชอบเต็มๆกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

นี่คือกระแสข่าวที่ออกมาถี่ยิบกับวิกฤตการณ์จะปลด

ผบ.ตร.ที่ชื่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ส่วนข่าวที่ปล่อยออกมาให้ยุติคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายโผนายพล เนื่องจากต้องรอพระราชกฤษฎีกาโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีผลในวันที่ 16 สิงหาคม รายชื่อจึงยังไม่ได้นำขึ้นโปรดเกล้าฯ

การยื้อดึงดันคำสั่งแต่งตั้งออกไปไม่ได้ เป็นผลดีกับรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ไม่รู้ว่าขณะนี้มีอะไรต่อมิอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมือง

คนที่มีตำแหน่งสูงระดับ ผบ.ตร.คิดจะปลดกันได้ง่ายดายเหลือเกิน

แต่ที่น่าเจ็บปวดก็คือสีกากีด้วยกันที่ลงไปเล่นกันเอง ยอมพังบ้านที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำเลี้ยงชีวิตมา คงต้องหันกลับมาทบทวนอะไรถูกต้องชอบธรรม

คงเป็นหน้าที่ตำรวจรุ่นน้องที่เจริญเติบโตขึ้นมา ต้องมาคอยซ่อมแซมบ้านหลังเก่าที่ผุกร่อนไปเรื่อยๆ

ทุกวันนี้ตำรวจเหมือนหน่วยงานที่ ล้มลุก คลุกคลาน ต้องมานั่งนับหนึ่งกันใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

ความแตกแยกของผู้ใหญ่ในองค์กรตำรวจที่พูดกันมานานว่ามาจากนักการเมือง คนสนับสนุน คนใกล้ชิด   ที่คิดเข้ามามีอำนาจ   บทบาทเหนือตำรวจ

น่าอนาถใจตั้งแต่อดีตไม่เคยมีรัฐบาลไหน  ที่ไม่สั่งให้ตำรวจทำงาน  นโยบายทุกรัฐบาลเป็นผลงานที่ตำรวจทำให้ทั้งนั้น แต่ไม่มีใครสนใจ ตำรวจไหนไม่สนองนโยบายรัฐบาลและผู้มีอำนาจสั่งปลด ผบ.ตร.และ ผบช.

ไม่มีใครบอกได้ว่าเมื่อไรที่การเมืองจะเลิกก้าวก่ายองค์กรตำรวจ

นายอภิสิทธิ์จะรู้ไหมว่า ทุกวันนี้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจทุกระดับชั้น   ต้องวิ่งเต้นฝ่ายการเมือง คนใกล้ชิดและผู้ที่รัฐบาลให้ความเกรงอกเกรงใจเพื่อมีคำสั่งให้จัดลงในตำแหน่งที่ต้องการ

สภาพความเป็นจริงของตำรวจที่โงหัวไม่ขึ้นกับการแทรกแซงของฝ่ายการเมืองลงมา

ทั้งที่ชีวิตรับราชการตั้งแต่ยศ ร.ต.ต. ไต่เต้าขึ้นมากว่าที่จะถึงตำแหน่งสูงสุด  ต้องทุ่มเทเสียสละ เสี่ยงชีวิตต้องแลกมาทั้งชีวิต

แต่ผลสุดท้ายต้องมาพึ่งพาฝ่ายการเมือง ที่มีอำนาจเด็ดขาดปลดพ้นตำแหน่งได้ทันที

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ไม่ได้แตกต่างจากอดีต อ.ตร. หรืออดีต ผบ.ตร.ที่ต้องพบ ชะตากรรมกดดันหนัก

แม้ผลงานที่ทุ่มเททำเพื่อพัฒนาศักยภาพขององค์กรตำรวจไม่ได้นำมาคิดทบทวนแม้แต่น้อย

จนในที่สุดหวยก็ออกมาเหมือนพบกันครึ่งทาง   เมื่อนายอภิสิทธิ์ยืนยันชัดเจนว่า ผบ.ตร. ยินยอมที่จะหยุดงานชั่วคราวคือการพักร้อนเพื่อให้คดีเดินหน้าไปโดยที่ไม่เกี่ยวข้อง

ที่สำคัญโผนายพล 152 นายที่ผ่านพ้น ก.ตร.ไปแล้วจะต้องกลับมาพิจารณาใหม่ แต่ ไม่ใช่ในระยะนี้ นายกรัฐมนตรียืนยันชัดว่าจะยังไม่มีการแต่งตั้งโยกย้ายใดๆ จนกว่าจะถึงเดือนตุลาคมตามฤดูกาลแต่งตั้ง

จึงดูเสมือนการสั่งปลด ผบ.ตร.ยังกระทำไม่ได้ด้วยลายลักษณ์อักษร

แต่ชะตากรรมของ  ผบ.ตร.ที่ชื่อ "พัชร-วาท วงษ์สุวรรณ" ก็ไม่อาจหนีวนเวียนกรรมของสีกากีที่การเมืองหยิบยื่นให้ไปได้

อดีตเป็นเช่นไรสีกากีก็ชอกช้ำเหมือนเดิม.

ทีมข่าวอาชญากรรม

1 ส.ค. 2552 20:30 1 ส.ค. 2552 20:31 ไทยรัฐ


advertisement