advertisement

หลวงพ่อคูณหายอาพาธแล้ว เตรียมเดินทางกลับวัดบ้านไร่พรุ่งนี้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ม.ค. 2555 20:15

แพทย์แจงหลวงพ่อคูณอาการดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติแล้ว เตรียมเดินทางกลับวัดบ้านไร่พรุ่งนี้ ขณะยังต้องรับอาหารเหลวผ่านหน้าท้องไปตลอดชีวิต

วันนี้ (29 ม.ค.2555) ความคืบหน้าการเตรียมนำพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กลับไปจำวัดที่วัดบ้านไร่อีกครั้ง ภายหลังจากที่ได้เข้ารับการรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอดที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา มานานเกือบ 9 เดือน เนื่องจากล่าสุด อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ อีกทั้งกุฏิปลอดเชื้อที่ทางคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชและคณะลูกศิษย์ได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาใหม่ได้เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

ล่าสุด วันนี้ หลวงพ่อคูณ ซึ่งยังคงพักรักษาอาการอาพาธ อยู่ที่ห้องพิเศษ 9821 ชั้น 8 ตึกเฉลิมพระเกียรติ ภายในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตื่นจากจำวัดเมื่อช่วงเช้ามืดด้วยสีหน้าแจ่มใส และทำกิจวัตรประจำวันก่อนที่จะรับอาหารเหลวทางสายยางผ่านหน้าท้องประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นทางคณะลูกศิษย์และคณะแพทย์ได้นำหลวงพ่อคูณทำกายภาพบำบัดด้วยการขยับแขนขาและเดินคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงปั่นเครื่องปั่นจักรยานอยู่ภายในห้องพัก ประมาณ 15 นาที เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกล้ามเนื้อของร่างกาย เนื่องจากหลวงพ่อคูณ นอนพักรักษาอาการอาพาธมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งหลวงพ่อคูณมีทีท่าพอใจและสดชื่นอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก ก่อนที่คณะแพทย์จะให้หลวงพ่อคูณพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับวัดบ้านไร่ในวันพรุ่งนี้

 


นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ เปิดเผยว่า อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณจนถึงวันนี้ ทุกอย่างเป็นปกติพร้อมที่จะกลับวัดในวันพรุ่งนี้ 100% ภายหลังจากที่ทำการผ่าตัดรับอาหารเหลวผ่านทางหน้าท้อง หลวงพ่อคูณได้รับสารอาหารเต็มที่ ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 42 กิโลกรัมแล้ว จากเดิมที่เข้ามารักษาตัวเริ่มแรก มีน้ำหนักตัวเพียง 35 กิโลกรัมเท่านั้น ทำให้ขณะนี้สภาพร่างกายของหลวงพ่อแข็งแรงเป็นปกติ รวมถึงสภาพจิตใจทุกอย่างกลับมาเป็นปกติเช่นเดิม จดจำดี การโต้ตอบสื่อสารกับลูกศิษย์และคนอื่นๆเป็นปกติ อารมณ์แจ่มใส ปฏิกิริยาโต้ตอบของร่างกายทำได้ดี ไม่มีปัญหาต้องกังวล ส่วนอาการป่วยต่างๆ ทั้งในส่วนของการติดเชื้อ ปอดบวม เบาหวาน ถุงลมโป่งพอง อยู่ในการควบคุมของทางคณะแพทย์ทุกอย่าง ไม่มีอาการแทรกซ้อนแต่อย่างใด อาการวัณโรคปอดขณะนี้หลวงพ่อไม่อยู่ในฐานะที่จะแพร่เชื้อวัณโรคได้อีกแล้ว แต่ทางคณะแพทย์จำเป็นที่จะต้องให้ยารักษาอาการวัณโรคไปอีกประมาณ 1 ปี หรืออาจจะ 1 ปีครึ่ง เพื่อรักษาอาการให้หายขาด เรียกได้ว่าขณะนี้หลวงพ่อคูณกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงอย่างมาก และพร้อมที่จะเดินทางกลับวัดได้ในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อคูณจะต้องรับอาหารเหลวผ่านทางหน้าท้องไปตลอดชีวิต เนื่องจากหากปล่อยให้หลวงพ่อคูณฉันอาหารเอง จะได้สารอาหารไม่เพียงพอ และอาจจะทำให้ร่ายกายทรุดโทรม และทรุดหนักลงอีกได้

ส่วนความพร้อมในการเดินทางกลับวัดบ้านไร่นั้น ตามกำหนดการในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (30 ม.ค.2555 ) หลวงพ่อคูณจะต้องรับอาหารเหลวผ่านทางหน้าท้อง ทำกายภาพและพักผ่อนร่างกายให้ปรับสภาพเรียบร้อยก่อน พอถึงเวลาประมาณ 11.00 น. ทางคณะแพทย์พร้อมคณะลูกศิษย์จะนำหลวงพ่อคูณขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับวัดบ้านไร่ โดยจะมีรถฉุกเฉินของคณะแพทย์โรงพยาบาลมหาราชร่วมเดินทางไปด้วย ส่วนการเตรียมพร้อมที่วัดบ้านไร่นั้น กุฏิปลอดเชื้อก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว ซึ่งภายในกุฏิได้ผ่านการตรวจสอบเชื้อโรคทั้งหมด พร้อมกับมีการติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นครบครันเหมือนเช่นที่ห้องพักพิเศษภายในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ที่หลวงพ่อคูณพักรักษาตัวอยู่ทุกอย่าง เพื่อรองรับกับทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น

นพ.พินิศจัย กล่าวอีกว่า หลังจากที่หลวงพ่อคูณ กลับไปพักรักษาตัวที่วัดบ้านไร่แล้ว สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากก็คือ ห้ามให้บุคคลอื่นเข้าใกล้หลวงพ่อคูณเกินระยะ 2 เมตร นอกจากลูกศิษย์คนสนิทที่จะต้องดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อและคณะแพทย์พยาบาลเท่านั้น เนื่องจากหลวงพ่อคูณติดเชื้อได้ง่าย ทั้งจากการหายใจและการสัมผัส พร้อมกันนี้จะมีทีมแพทย์พยาบาลที่จะคอยดูแลอาการของหลวงพ่อคูณตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการทำกิจนิมนต์ให้พรญาติโยมนั้น สามารถทำได้แต่ต้องเปลี่ยนจากการเคาะหัวหรือการที่ให้ลูกศิษย์เข้าใกล้ เป็นการจับสายสิญจน์ และต้องให้บรรดาลูกศิษย์อยู่ห่างจากหลวงพ่อในรัศมีอย่างน้อย 2 เมตร เท่านั้น นพ.พินิศจัย กล่าว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement