advertisement

อึ้ง! เขมรปนหนูนา-หนูบ้าน ชำแหละส่งขายไทย ไม่ผ่านตรวจโรค

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2555 16:59

ด่านอรัญประเทศ ตรวจสอบพบ ซากหนูนาชำแหละส่งขายตลาดโรงเกลือ กรรมกรกัมพูชายอมรับ อาจมีหนูบ้านผสม เผยส่งขายเฉลี่ยวันละ 3 ตัน ยังไม่มีหน่วยไหนตรวจสอบ ชาวบ้านหวั่นติดโรคฉี่หนูที่ปะปนมา แม่ค้าเผยพ่อค้าภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก นิยมมาซื้อไปปรุงอาหารขาย

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ขณะที่ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา ร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว และ พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว อยู่นั้น ได้ตรวจพบกรรมกรชาวเขมรเข็นรถเข็นสองล้อ บรรทุกสินค้าจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ เข้ามาในประเทศไทย โดยมุ่งหน้าจะเข้าตลาดโรงเกลือ เมื่อถึงจุดตรวจร่วม จนท.จึงขอตรวจค้นรถเข็น พบภายในบรรจุซากหนู ซึ่งถลกหนังและแหวะอกควักไส้ออกแล้ว บรรจุในถุงพลาสติก ถุงละประมาณ 5 กก.น้ำหนักรวมกว่า 300 กก.โดยใช้ผ้าพลาสติกคลุมปิดบังจำนวนหลายคัน เมื่อ จนท.สอบถาม กรรมกรชาวกัมพูชาอ้างว่าเป็นหนูนาจากฝั่งกัมพูชาจะนำเข้ามาส่งพ่อค้า แม่ค้าชาวไทยในตลาดโรงเกลือ วันละประมาณ 3,000 กก. หรือ 3 ตัน

จากการตรวจสอบของ จนท. พบว่าซากหนูที่อยู่ในถุงพลาสติกบางซากมีสีเขียวคล้ำและส่งกลิ่นเหม็นแล้ว ปะปนเข้ามาด้วย แต่ จนท.ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากำกับดูแล ส่วนกรรมกรชาวกัมพูชาซึ่งไม่ยอมเผยชื่อ เปิดเผยว่า ในฝั่งปอยเปต มีพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาตั้งโต๊ะรับซื้อหนูนาจากชาวบ้าน ซึ่งมีความนิยมออกหาจับทั้งหนูนา และนำหนูบ้านมาชำแหละถลกหนังพร้อมทั้งแหวะอกควักไส้ออกแล้วปะปนกันนำมาส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชา เพื่อส่งเข้ามาขายฝั่งไทย ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท แต่เมื่อมาส่งถึงตลาดโรงเกลือ จะได้ราคา กิโลกรัมละ 70 บาท

ทั้งนี้ กรรมกรชาวกัมพูชายังเผยอีกว่า ชาวกัมพูชาในตลาดปอยเปต จะไม่กล้าซื้อหนูนากิน เนื่องจากทราบว่า ชาวบ้านกัมพูชามักนำหนูบ้านและหนูนา มาปะปนกันเพื่อขาย จึงกลัวว่าจะเกิดติดเชื้อจากหนูบ้าน 

ด้านนายวิบูลย์ ศรีมั่นคงธรรม หน.ด่านกักกันสัตว์ที่ 2 ภาคตะวันออก เผยว่า ซากหนูนาที่ชาวเขมรนำเข้ามาในตลาดโรงเกลือนั้น อยู่นอกเหนือ พ.ร.บ.ควบคุมโรคสัตว์ ของกรมปศุสัตว์ น่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ แต่ จนท.ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ก็ได้เก็บตัวอย่างส่งหน่วยเหนือเพื่อตรวจหาโรคแล้ว

ส่วน นายสำราญ เดชศรี จนท.ด่านอาหารและยาอรัญประเทศ เผยว่าซากหนูที่ชาวกัมพูชานำเข้ามาในตลาดโรงเกลือ ยังเป็นซากสัตว์ ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นสัตว์ที่เป็นศัตรูพืช จึงยังไม่เข้า พ.ร.บ.อาหารและยาของ อย. ส่วน จนท.ด่านตรวจพืชอรัญประเทศ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อหัวหน้าด่านตรวจพืชอรัญประเทศ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่ นายนิยม (ไม่ยอมเผยนามสกุล) อายุ 42 ปี พ่อค้าชาวไทย เผยว่าได้รับซื้อซากหนูนา จากตลาดโรงเกลือ ไปส่งขายตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งพ่อค้าเหล่านั้นจะนำไปย่างขายตามข้างถนน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ขับรถผ่านไป-มา ได้ซื้อไปรับประทาน ส่วนใหญ่จะไปย่างขายตามจังหวัดที่ปลูกข้าวมากๆชาวบ้านจะได้เชื่อว่าเป็นหนูนาจากพื้นที่จริง และยอมรับว่าไม่รู้ว่าหนูนากัมพูชาจะมีหนูบ้านปะปนมาด้วยหรือไม่ แต่ก็กลัวเหมือนกัน เพราะแม้แต่บ้านเรายังมีการระบาดของโรคฉี่หนู ซึ่งอันตรายมาก แต่หนูเขมรไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบเรื่องโรคระบาดบ้างหรือเปล่า

จากการสอบถาม นายซก วัน ซึ่งเป็นแรงงานเขมรที่รับจ้างเข็นรถบรรทุกหนูนาดังกล่าว เปิดเผยว่า ทุกวันจะรับจ้างเข็นรถบรรทุกสินค้าที่มีหนูนาที่ชำแหละ และถลกหนังแล้ว จำนวนกว่า 300 กิโลกรัมจากพ่อค้าชาวเขมรในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ข้ามมาส่งที่ตลาดโรงเกลือเป็นประจำ ซึ่งการนำหนูนาเข้ามาในฝั่งประเทศไทยนั้น จะไม่ถูก จนท.ไทย ตรวจสอบแต่อย่างใด

ด้านแม่ค้าชาวไทยอีกราย ที่มารับซื้อหนูจากกัมพูชาในตลาดโรงเกลือ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมกินหนูนากันมากขึ้น จนทำให้หนูนาในประเทศไทยลดน้อยลงจนแทบจะหากินไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าคนไทยส่วนใหญ่จึงหันมาสั่งซื้อหนูนาจากประเทศกัมพูชาทางด้านตลาดโรงเกลือกันมากขึ้น โดยหนูนาที่สั่งซื้อจากประเทศกัมพูชานั้น จะซื้อเฉพาะหนูนาที่ชำแหละและถลกหนังแล้วเท่านั้น ราคาที่รับซื้อจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 70 ถึง 100 บาท โดยในแต่ละวันจะสั่งหนูนาเขมรเข้ามาประมาณ 3 ถึง 4 ตัน หลังจากซื้อหนูนาแล้ว พ่อค้าแม่ค้าคนไทยจะรีบนำหนูนาดังกล่าวไปประกอบเป็นอาหาร เช่น หนูนาย่าง แกงป่าหนูนา และอื่นๆตามที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งลูกค้าจะเข้าใจว่าเป็นหนูนาไทย ทำให้ยอดการจำหน่ายอาหารที่ปรุงจากหนูนาเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว นักบริโภคคนไทยจะชอบกินหนูนามาก เพราะมีรสชาติอร่อย นักบริโภคส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ การนำเข้าหนูนาจากกัมพูชานั้น ไม่มีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบโรคที่อาจปะปนมากับหนูนาเขมร เช่น โรคฉี่หนู ที่กำลังมีการระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ที่สำคัญหนูนากัมพูชาที่ชำแหละและถลกหนังแล้วไม่สะอาด ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแต่อย่างใด.

โหวตข่าวนี้