advertisement

ตร.พระสมุทรเจดีย์โชว์ผลงานรวบโจรลักรถรายใหญ่

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2555 20:32

ผู้การฯ สมุทรปราการ แถลงหลัง จนท.สภ.พระสมุทรเจดีย์ รวบผู้ต้องหาคดีลักรถกระบะตามใบสั่งรายใหญ่ ได้ของกลาง 5 คัน รวมมูลค่านับสิบล้าน โดยชุดสืบสวนแกะรอยคนร้ายผ่านเครือข่ายมือถือจนพบแหล่งกบดาน ด้านผู้ต้องหาสารภาพ ทำไปเพราะมีครอบครัวต้องดูแล ประกอบกับเคยเป็น ตร.ชุมชน ทำให้รู้จักกลุ่มคนรับซื้อรถมือ 2... 

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รอง ผบก. พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง รอง ผกก.( ป ) พ.ต.ท.อธิวัฒน์ นุชถาวร รอง ผกก.( สส ) พ.ต.ท.ปัญญา นันต๊ะแก้ว สว.สส. และ พ.ต.ท.รังษี ประทุมพร สว.สส.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ร.ต.อ.บุรี อมรพิชิต รอง สว.สส.สภ.พุทธมณฑล ร่วมกันแถลงผลจับกุมตัว นายสมชาติ เข็มทอง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ยานพาหนะเป็นรถกระบะจำนวนหลายคัน พร้อมของกลาง รถกระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บษ 3283 นครปฐม รถกระบะ อีซูซุ-ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ฟ้า ทะเบียน ตษ 2370 กทม. รถกระบะ อีซูซุ-ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ถฮ 6836 กทม. รถกระบะ อีซูซุ-ดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน ษต 5381 กทม. รถกระบะ อิซุซุ-ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ถย 3761 กทม. อาวุธปืน ยี่ห้อวอลเทอร์ ขนาด .380 ทะเบียน มค-1/6724 พร้อมกระสุน 6 นัด แผ่นป้ายทะเบียน 9 คู่ คู่มือทะเบียนรถ 3 เล่ม ใบอนุญาตขับรถ 3 ใบ อุปกรณ์ล็อกเบรก-พวงมาลัย 12 อัน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ สภ.พุทธมณฑล ว่ามีเหตุโจรกรรมรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บษ 3283 นครปฐม ของนายรักทรง ยาสาไชย อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่าง ประจำ ม.มหิดล โดยจอดรถคันดังกล่าวไว้ที่ลานจอดรถหมู่บ้านเอื้ออาทร ศาลายา ม.3 ต.มหาสวัสดิ์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม แล้วหายไปเมื่อประมาณ 01.00 น.ของวันนี้ (15 ม.ค.55) และจากการตรวจสอบผ่านระบบเครือข่ายการใช้เส้นทางรถและที่ตั้ง หรือ GPRS พบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซ.วัดใหญ่ ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

ทาง พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่สายตรวจ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ก่อนพบ นายสมชาติ กบดานอยู่ภายในบ้านพร้อมของกลาง เป็นรถกระบะ 5 คัน นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืน และอุปกรณ์เครื่องมือสำหรับการก่อเหตุโจรกรรมรถอีกหลายรายการ ก่อนประสาน พ.ต.ท.รังษี ประทุมพร สว.สส.สภ.พุทธมณฑล เดินทางเข้าร่วมตรวจสอบ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบหมายเลขตัวถังและทะเบียนรถยังพบว่า มีรถของกลางแจ้งหายไว้ทั้งในและนอกท้องที่ โดยมีแจ้งหายไว้ที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 1 คัน และยังพบรถกระบะ ทะเบียน ษต 5381 กทม. ของนายวินัย วิจิตรโสภณ ส.อบจ.นครปฐม ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.พุทธมณฑล ด้วยเช่นเดียวกัน

ด้าน นายสมชาติ เข็มทอง ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานเปิดอู่ซ่อมรถมาก่อนหน้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับมีครอบครัวต้องดูแลจำนวนหลายคน ก่อนหน้านี้ยังเคยทำงานช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในฐานะเป็น อาสาสมัครตำรวจชุมชน ของ สน.ภาษีเจริญ แต่ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว จึงทำให้รู้จักกับกลุ่มบุคคลมากหน้าหลายตา ตลอดจนกลุ่มคนที่รับซื้อรถมือสอง เพราะเห็นว่าตนเป็นตำรวจอาสา มีเครดิตที่ดี โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุ ตนจะเลือกรถกระบะ ชนิดสี่ประตู ซึ่งขายต่อได้ราคา ก่อนสะเดาะล็อกกุญแจประตู เปิดรถเข้าไปต่อสายตรงขับหลบหนี หรือบางคันมีการใช้ที่ล็อกพวงมาลัย ก็จะใช้เครื่องตัดหัวแก๊สตัดทิ้ง นำรถไปขายต่อให้กับนายหน้าที่รู้จักกันตามใบสั่งที่มีลูกค้าสั่งซื้อ และปล่อยขายทันที เมื่อได้รถมาในราคาไม่เกินคันละ 150,000 บาท และจะได้ค่าจ้างคันละ 5,000 – 20,000 บาท

ส่วน พ.ต.อ.กมล ปั้นศิริ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ เผยว่า สำหรับคดีนี้จะมีการแยกดำเนินคดีในแต่ละท้องที่ที่ผู้ต้องหากระทำความผิด โดยจะมีการส่งตัวดำเนินคดีท้องที่ สภ.พุทธมณฑล เสียก่อน จากนั้นก็จะมีการอายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมในท้องที่เขต จ.สมุทรปราการ สำหรับผู้ต้องหารายนี้ เชื่อว่าก่อเหตุมาแล้วจำนวนหลายครั้ง ในหลายท้องที่ อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างขยายผลตรวจจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการ และนายหน้าที่รับซื้อรถต่อจากผู้ต้องหา รวมทั้งผู้ที่รับซื้อในข้อหารับของโจรด้วย

 

โหวตข่าวนี้