ปิดถนนโดนแน่ ศาลจำคุก ม็อบเชียงราย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ปิดถนนโดนแน่ ศาลจำคุก ม็อบเชียงราย

โดย 24 ก.ค. 2552 13:35
7,976 ครั้ง


ศาลลงดาบเชือดแล้วรายแรกพวกชอบปิดถนนทำชาวบ้านเดือดร้อน 3 แกนนำม็อบชาวนาปิดถนนเชียงราย-พาน ประท้วงราคาข้าวตกต่ำ ศาลสั่งจำคุกคนละ 1 ปี แต่ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 6 เดือนไม่รอลงอาญา...

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (24 ก.ค.) พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.เชียงราย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงราย ได้มีคำพิพากษาในคดีที่ตำรวจแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหาจำนวน 3 คน ประกอบไปด้วยนายอำพล เวียงสิมา อายุ 32 ปีบ้านเลขที่ 37 หมู่ 14 ต.ป่าหุ่ง อ.พาน จ.เชียงราย ส.ต.อ.ภูชิชย์ โสลา อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 49 หมู่ 9 ต.สันกลาง อ.พาน และนายมานิตย์ คำปุก อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 179 หมู่ 4 ต.สันติสุข อ.พาน ซึ่งได้นำประชาชนไปปิดถนนพหลโยธินสายเชียงราย-พาน พื้นที่ อ.พาน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีการช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวนาปรังที่ตกต่ำ แต่เนื่องจากเป็นการปิดถนนที่ทำให้การจราจรติดขัดตำรวจจึงแจ้งข้อหาตามความ ผิด พรบ.ทางหลวง และ พรบ.จราจรทางบก รวมทั้ง พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง เหตุเกิดเมื่อช่วงต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

โดยศาลจังหวัดเชียงราย ได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยทั้ง 3 คนมีความผิดตาม พรบ.ทางหลวง พ.ศ.2535 พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 พรบ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทง ฐานปิดกั้นถนนและจอดรถกีดขวางทางจราจรบนทางหลวง ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฏหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ทางหลวง พ.ศ.2535 ซึ่งมีโทษหนักที่สุดลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง โดยไม่ได้รับอนุญาตปรับคนละ 200 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิพากษามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 100 บาท การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณประโยชน์โดยส่วนรวม และไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง ดังนั้น เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างจึงเห็นสมควรไม่ให้รอการลงโทษ

ด้านพล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ซึ่งจะต้องอยู่ในกรอบกฏหมายกำหนด ไม่ก้าวล่วงสิทธิของผู้อื่น ทางตำรวจก็มีความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจประชาชนที่ออกเรียกร้อง แต่เมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายจึงจำเป็นต้องดำเนินคดีทุกรายไม่มียกเว้น ดังนั้นหากจะมีการชุมนุมเรียกร้องสิทธิใดๆ ตามรัฐธรรมนูญอีกก็ขอให้มีการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่เพื่อจะได้มีการอำนวยความสะดวกให้ถูกต้อง หากเดินทางไปที่ศาลากลางจังหวัดก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากจะมีหลายฝ่ายช่วยประสานงานฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องไปปิดถนน โดยขั้นตอนก็ไม่ซับซ้อนเพียงแต่แจ้งให้เจ้าหน้าที่บนศาลากลางให้ได้รับทราบ ก่อนในเบื้องต้นเท่านั้น.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement