advertisement

'พระเกษม' เป็นข่าวอีก สำนักพุทธฯเล็งเอาผิด

โดย 21 ก.ย. 2554 02:20

"พระเกษม" เจ้าตำรับห้ามกราบไหว้พระพุทธรูป ตกเป็นข่าวอีกเมื่อมีคลิปเผยแพร่แสดงอาการเตะถีบโต๊ะเก้าอี้ พร้อมพูดจาหยาบคาย เจ้าตัวยอมรับเป็นคนโพสต์เอง เพื่อตอบโต้พระผู้ใหญ่...

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลานี้ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง กรณีมีคลิปวิดีโอที่ถูกนำขึ้นไปโพสต์เผยแพร่ทางเว็บไซต์ชื่อดัง "ยูทิวบ์" (www.youtube.com) เกี่ยวกับคำสอนของ พระเกษม อาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ โดยเนื้อหาในคลิปจะเป็นภาพของ พระเกษม ขณะเตรียมจะฉันจังหัน (ฉันเช้า) ที่โรงรับจังหันเช้า วันที่ 18-18 ส.ค. โดยมีพระสงฆ์ 3-4 รูป กำลังเดินตักอาหารบนโต๊ะกลางที่ตั้งไว้กลางศาลา มีญาติโยมนั่งอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง

จากนั้นปรากฏภาพเป็นพระภิกษุรูปหนึ่ง ซึ่งก็คือ พระเกษม เดินออกท่าทางโวยวายเอะอะ พูดถึงการติดป้ายในโรงฉันอาหารว่า "อย่าเสียงดังพวกสัตว์นรก" ซึ่งพระเกษมได้พูดในคลิปว่าตนเป็นคนเขียนเอง ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเตะถีบโต๊ะ เก้าอี้ และพูดว่า "ทุเรศ กูไม่อยากให้ใครมาวัดกู แต่กูจำเป็น" อีกทั้งยังเตะข้าวของ และอาหารของพระภิกษุด้วยกันจนล้มระเนระนาด โดยไม่สนพระภิกษุรูปอื่นที่กำลังตักอาหารแต่อย่างใด

นอกจากนั้น ยังมีการใช้คำพูดที่หยาบคายในขณะที่เทศนาต่อหน้าพระภิกษุ และแม่ชี  และยกเท้าชี้หน้าใส่ต่อประชาชนที่มาเฝ้าถวายอาหารเพล โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ญาติโยมที่ไปทำบุญต่างก็พากันนั่งเงียบจ้องมองพระเกษม แสดงกิริยาดังกล่าว โดยที่ไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ภายหลังจากคลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยในสังคมออนไลน์มีการโพสต์ตั้งกระทู้ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพระเกษม และยังมีการนำคลิปการเทศนาสั่งสอนญาติโยมของพระเกษม มาโพสต์เพิ่มด้วย ซึ่งคลิปที่โพสต์เพิ่มนี้ อ้างว่าพระเกษมเทศน์ผิดแผกไปจากพระภิกษุรูปอื่นๆ และยังใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเว็บไซต์ของวัดป่าสามแยก http://www.samyaek.com ก็มีบรรดาลูกศิษย์ของพระเกษม โพสต์ตั้งกระทู้ถึงการนำคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ด้วย แต่ทั้งหมดจะเป็นการปกป้องการกระทำของพระเกษม อาทิ ให้วางจิตเป็นกลาง หลวงปู่ (พระเกษม) สอนถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่สุดแล้ว บ้างก็โพสต์หลักธรรม กาลามสูตร 10 เป็นต้น

นายวิโรจน์ ไผ่ย้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2551 ชาวบ้านใน จ.พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว ให้ดำเนินคดีกับพระเกษม เพราะลบหลู่และเหยียดหยามพระพุทธชินราชจำลอง ย่ำยีต่อพระพุทธรูป ด้วยการเหยียบฐานพระพุทธรูปและตบพระพักตร์พระพุทธชินราชจำลอง พระเกษมเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2551 พร้อมให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลบหลู่ศาสนา แต่ยอมรับว่ากระทำการดังกล่าวจริง

ส่วนกรณีคลิปวิดีโอล่าสุดนี้ ได้เก็บรวบรวมภาพทั้งหมดเข้าปรึกษาหารือกับพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบภาพทั้งหมดว่าเข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์หรือไม่อย่างไร ซึ่งจากการตรวจสอบคาดว่าถ่ายทำเมื่อไม่นานมากนี้ ภาพที่เห็นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ท่ามกลางญาติโยม และแม่ชีที่กำลังทำบุญตักบาตร หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นคนถ่ายและเผยแพร่วิดีโอนี้ พร้อมทั้งดูภาพอย่างละเอียดว่าการแสดงกิริยาที่ปรากฏมีความผิดหรือไม่ เกิดจากความตั้งใจถ่ายทำหรือไม่ ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้น จะเข้าดำเนินการตรวจสอบที่ดินของวัดว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พระเกษม ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวโพสต์ลงในเว็บไซต์ด้วยตนเอง เพราะต้องการตอบโต้พระผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่มาหาว่าอาตมาอยากดัง แล้วโอ้อวด และทำตัวแตกต่าง แต่อาตมาไม่ได้อยากดัง อาตมาทำทุกอย่างตามพระธรรมวินัยและพระไตรปิฎกเขียนเอาไว้ ไม่ได้ผิดเพี้ยน ใครคิดว่าอาตมาทำผิด อยากจะมาจับ ก็จับได้เลย ใครอยากจะมาแจ้งความดำเนินคดีกับอาตมาก็มาแจ้งได้เลย

สำหรับพระเกษม ตกเป็นข่าวครึกโครมทางหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อต่างๆ เมื่อผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว เมื่อปี 2551 กรณี พระเกษมได้นำแผ่นป้ายข้อความว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" ไปติดไว้ที่ฐานองค์พระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งประดิษฐานอยู่บนศาลาในบริเวณสำนักสงฆ์สามแยก และยังใช้เท้าเหยียบฐานพระพุทธรูปจำลอง และใช้มือตบบริเวณพระพักตร์ของพระพุทธรูป ซึ่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นยกฟ้องเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2553 เชื่อว่าพระเกษมไม่มีเจตนากระทำแก่วัตถุอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาอัน เป็นการเหยียดหยามศาสนา

ต่อมาวันที่ 19 เม.ย. 2553 อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว ซึ่งจากการนำสืบในชั้นศาล พระเกษมให้การอ้างว่า ได้ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกที่เผยแพร่ในประเทศไทยทั้ง 5 ฉบับโดยละเอียด ไม่มีฉบับใดบัญญัติว่าพระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า มีแต่บัญญัติให้พระธรรมวินัยเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า.

 

โหวตข่าวนี้