advertisement

ปู่ร้องปวีณาฯ หลานวัย10ปีถูกผู้มีอิทธิพลจ่อยิงดับ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ย. 2554 07:44

ปู่ร้องมูลนิธิปวีณาฯ หลานชายวัยแค่ 10 ขวบ ถูกหัวหน้าส่วนโยธา อบต.นาคำ สกลนคร จ่อยิงโหดเผาขน 4 นัดซ้อน ดับคาที่ ขณะเข้าไปหาปลามาทำอาหาร ญาติเข้าแจ้งความ แต่เรื่องเงียบหาย เชื่อเพราะเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. นายสมปอง พันธุราศี อยู่บ้านเลขที่ 216/1 หมู่ 5 ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี (องค์กรสาธารณประโยชน์) เลขที่ 84/14 ม.2 ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กรณี ด.ช.อนันต์ พันธุราศี อายุ 10 ปี หลานชาย เข้าไปตกเบ็ดหาปลาในบริเวณบ้านของนายพิศนุ ยืนยง หัวหน้าส่วนโยธา อบต.นาคำ โดนใช้อาวุธปืนยาวจ่อยิงระยะเผาขน 4 นัดซ้อนเสียชีวิตคาที่

นายสมปอง กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2554 เวลาประมาณ 21.00 น. ด.ช.อนันต์ หรือน้องเป้ง พันธุราศรี ผู้ตาย และ ด.ช.นันทวัฒน์ หรือน้องต่อ รุ่งเรือง อายุ 9 ขวบ ซึ่งเป็นหลานชายของตนทั้งสองคน ได้พากันไปตกปลาในบ่อน้ำข้างบ้านของนายพิศนุ ซึ่งยังก่อสร้างไม่เสร็จ ไม่มีรั้วบ้าน และตัวนายพิศนุเองก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ โดยในช่วงกลางวัน จะมีชาวบ้านนำวัวไปเลี้ยงอยู่เป็นประจำทุกวัน

โดยบ้านดังกล่าว อยู่ห่างจากบ้านของยาย นางเข็มทอง พันธุราศี อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นยายของเด็กทั้งสองคน เพียงประมาณ 200 เมตร ด.ช.เป้งไปตกปลา ต้องการนำมาประกอบอาหารตามประสาเด็ก ในขณะที่น้องเป้ง เข้าไปที่บ่อน้ำ แต่น้องต่อไม่ได้เข้าไปด้วยเพราะกลัวผี จึงรอพี่ชายอยู่บริเวณรอบๆ บ่อ โดยน้องต่อบอกกับตนว่า ยังไม่ทันที่พี่ชายจะหย่อนเบ็ด น้องต่อก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น

นายสมปอง กล่าวอีกว่า น้องต่อเล่าให้ฟังว่า พี่ชายใช้มือซ้ายกุมที่ต้นขา และตะโกนให้น้องชายช่วยด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดว่า “ต่อ ช่วยอ้ายหน่อยแหน่ อ้ายถูกยิง” น้องต่อกำลังจะวิ่งเข้าไปช่วยพี่ชาย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาดำๆ เดินเข้ามายิงพี่ชายซ้ำอีกสองนัด ด.ช.ต่อ ตกใจมาก จึงได้รีบวิ่งกลับไปคว้าจักรยานที่ทิ้งไว้หน้าบ้าน แล้วขี่ไปหานางเข็มทอง แต่ระหว่างที่กำลังถีบจักรยานไปหายายนั้น น้องต่อบอกกับตนว่า ได้ยินเสียงปืนอีกหลายนัด เมื่อไปถึงผู้เป็นย่า จึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ย่าฟัง เพื่อหาทางช่วยเหลือพี่ชายตน

นายสมปองกล่าวอีกว่า หลังจากที่ยายทราบเรื่อง ก็ตกใจมาก หลังจากนั้นได้รีบออกไปที่บ้านของนายพิศนุ เพื่อไปหาหลายชาย แต่ก็ไม่พบ จึงได้เดินทางกลับมาที่บ้านเพื่อตั้งสติ

จนกระทั่งเวลา 00.15 น. ได้มีเพื่อนบ้านที่ทำงานอยู่ที่ รพ.วานรนิวาส มาเรียกยายให้ไปดูศพเด็กที่โรงพยาบาลว่า ใช่หลานของยายหรือเปล่า ยายกับญาติพร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปดูศพดังกล่าว ซึ่งผลปรากฏว่า ศพดังกล่าว เป็นศพของ ด.ช.อนันต์ หรือน้องเป้งจริง โดยสภาพศพของน้องเป้งถูกปืน ขนาด จุด 22 ยิงเข้าที่หน้าขาซ้าย ใต้ราวนมด้านซ้าย ต้นคอและหน้าอก รวม 4 นัด และมีร่องรอยฟกช้ำตามใบหน้า ลักษณะถูกทำร้าย

ต่อมา ตนจึงทราบจากเจ้าหน้าที่พยาบาลว่า ผู้ที่นำตัวหลานชายส่งโรงพยาบาลวานรนิวาสนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วานรนิวาส แล้วตนยังทราบอีกว่ามีนายพิศนุฯ เป็นคนแจ้งความว่า มีเด็กเข้าไปลักทรัพย์ในบ้าน และให้ข้าราชการระดับ ซี 7 หลายคน ช่วยประกันตัวออกไปในคืนนั้น

ส่วนตนได้เข้าแจ้งความในวันที่ 23 ส.ค.ว่าหลานชายถูกยิงตาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งผ่าศพเพื่อชันสูตรพลิกศพที่ รพ. ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น แต่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ยังไม่มีอะไรคืบหน้าในเรื่องของคดี พอถามเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกผลัดไปเรื่อยๆ โดยบอกว่ารอผลพิสูจน์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ประมาณสิ้นเดือน ต.ค. ก่อน ถึงจะเริ่มยื่นสำนวนคดีเพื่อฟ้องศาลได้

นายสมปอง กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเรื่องคืนนั้น ด้านภรรยานายพิศนุ ได้เข้ามาติดต่อโดยยื่นข้อเสนอให้เป็นเงินจำนวน 5 หมื่นบาท แต่ทางแม่ตน คือ ยายเข็มทอง ไม่ยอม และยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องอาจจะเงียบหาย จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือแต่อย่างใด ไม่มีใครมาร่วมงานศพเลย ไม่มีแม้แต่หน่วยงานราชการใดๆ เข้ามาช่วยเหลือ นอกจากครูในโรงเรียนที่เข้ามาช่วยดูแล จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อมูลนิธิปวีณา ฯ

ภายหลังที่นางปวีณา หงสกุล กล่าวเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ขนาดเป็นเด็กยังถูกยิงจนเสียชีวิต แค่เรื่องเข้าไปหาปลาเท่านั้นเอง และขณะนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พล.ต.ต.อุดม จำปาจันทร์ ผู้บังคับการ จ.สกลนคร และ พ.ต.อ.กองพล สาราษฎร์ ผกก. สภ. วานรนิวาส ให้เร่งดำเนินคดี ให้ได้รับความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามผลการดำเนินคดีต่อไป.

โหวตข่าวนี้