advertisement

ศาลฎีกายกฟ้องคดี 'ลัทธิมูนนิซึ่ม' เป็นอั้งยี่

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.ย. 2554 20:45

ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง "นพ.เล็ก" ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมแห่งความสามัคคี หรือ "ลัทธิมูนนิซึ่ม" ที่ถูกจับเมื่อ 20 ปีก่อน ฐานเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร...

 

1 ก.ย. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 906 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง นพ.เล็ก ทวีเติมสกุล ประธานมูลนิธิวัฒนธรรมแห่งความสามัคคี หรือ "ลัทธิมูนนิซึ่ม" กับพวก ซึ่งเป็นสมาชิกรวม 8 คน จำเลยในความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ อั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกง

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ฟ้องสรุปว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งได้ศึกษาและมีความเลื่อมใสในลัทธิมูนนิซึ่มในประเทศเกาหลี มีแนวคิด 3 ประการคือ คนอุดมคติ ครอบครัวอุดมคติ และเหนือสรรพสิ่ง โดยจะนำคนอุดมคติมาสมรสกันเป็นครอบครัวอุดมคติ จึงได้จัดตั้งมูลนิธิวัฒนธรรมแห่งความสามัคคี เผยแพร่ลัทธิ โดยการให้สมาชิกชักชวนด้วยวาจา และแจกแผ่นปลิวโฆษณาให้เข้าร่วม เรียกเก็บค่าสมาชิก 40 บาทต่อคนต่อปี การกระทำของจำเลยทั้ง 8 คน มีเจตนาที่จะให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน โดยวิธีประกาศ โฆษณา แจกจ่ายเอกสาร เผยแพร่สิ่งตีพิมพ์ ชักชวนด้วยวาจาแก่ประชาชน

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2546 ให้ยกฟ้อง โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 8 เป็นความผิดตามฟ้องโจทก์ ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2547 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 8 ได้ร่วมกันสอนให้สมาชิกกระด้างกระเดื่อง ไม่เคารพเชื่อฟังบิดามารดา โดยสมาชิกส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและวัยรุ่นเข้าร่วมทำกิจกรรมในมูลนิธิซึ่งมีหลายด้าน จนลืมหน้าที่การศึกษาเล่าเรียน ประกอบอาจถูกบังคับให้เลิกติดต่อกับเพื่อนสมาชิก จึงเป็นพฤติกรรมส่วนตัว การกระทำของจำเลยทั้ง 8 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฟ้อง

ภายหลัง นพ.เล็ก กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นสมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อ 21 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเหมือนตราบาปติดตัว ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทั้งที่การก่อตั้งมูลนิธิฯมุ่งเน้นทำงานส่งเสริมความรัก ความสามัคคีของสถาบันครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อให้เกิดสันติสุข รู้สึกดีใจที่คำพิพากษาทั้งสามออกมาเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า พวกตนและมูลนิธิฯ ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับความผิดเรื่องความมั่นคง อั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกง เพราะทำงานในเรื่องส่งเสริมการศึกษา ยกระดับมาตรฐานด้านศีลธรรม จริยธรรม และความสามัคคีของคนในชาติ เพื่อสาธารณประโยชน์ อย่างแท้จริง ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมืองใดๆ

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement