advertisement

ชาวตรังสุดทน'โรงงานแปรรูปไม้ยาง'พ่นพิษตลอดเวลา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ส.ค. 2554 23:07

โรงงานแปรรูปไม้ยางขนาดใหญ่ จ.ตรัง พ่นพิษเขม่าควัน กลิ่น และเสียงดัง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างหนัก ต้องนำผ้ามาปิดปากปิดจมูกตลอดเวลา ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการร้องเรียนไปแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 ส.ค.2554 นายโสภณ วงศ์หนองเตย เป็นแกนนำชาวบ้าน ม.1 บ้านลำน้ำศักดิ์สิทธิ์ ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ร่วม 80 คน ได้รวมตัวชุมนุมประท้วงบริเวณหลังโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราขนาดใหญ่ บนเนื้อที่ 13 ไร่ ชื่อ หจก.เอส ดี ที พาราวู้ด โดยนายเสน่ห์ ทองศักดิ์ ผู้ประกอบไม้ยางพาราชื่อดัง จ.ตรัง ร่วมหุ้นกับ นายเดชอัศม์ กางอิ่ม สมาชิกองค์การบริหารส่วน จ.ตรัง เขต 3 อ.เมืองตรัง เป็นทายาทของนายชาลี กางอิ่ม นายกเทศมนตรีนครตรัง คนปัจจุบัน ซึ่งการออกมาประท้วงในครั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านสุดทนกับเขม่าควันดำ กลิ่น และเสียงรบกวนชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลานานกว่า 15 วันแล้ว นับจากวันแรก 28 ก.ค.2554 ที่ผ่านมา ได้ทำพิธีเปิดโรงานอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองทุกระดับ นักธุรกิจ แห่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี

นายโสภณ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านมีการร้องเรียนผ่านมายัง นายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง, อุตสาหกรรมจังหวัดตรัง, กรมทรัพยากรน้ำ แต่เรื่องกลับเงียบหาย โดยอุตสาหกรรมจังหวัดได้มีการทำหนังสือชี้แจงมายังชาวบ้านว่า โรงงานดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างรอออกใบอนุญาต ยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการใดๆ ได้ แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัด กลับปล่อยให้ทางโรงงานไม้ยางดำเนินกิจการกันได้อย่างไร ซึ่งผลกระทบหลังจากโรงงานเปิดเดินเครื่อง ได้ส่งผลต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชนเปลี่ยนไป เพราะได้ปล่อยเขม่าควันดำ และกลิ่นฉุน รวมทั้งเสียงดังรบกวนชาวบ้าน จนทำให้ได้รับผลกระทบทั้งด้านสุขภาพกายและจิตใจ สภาพแวดล้อมในชุมชนเป็นพิษ ใบไม้ พืชผักมีเขม่าควันสีดำเกาะติดเต็มต้น ขณะนี้ชาวบ้านต้องนำผ้ามาปิดปาก ปิดจมูกอย่างที่เห็น ซ้ำร้ายน้ำในลำห้วยลำน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีเขม่าควันและกลิ่นเจือปน จนไม่สามารถนำมาใช้อุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้

ขณะที่ นายอนันต์ หรือหลวงนัฐ ฉางแก้ว อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 ม.1 บ้านคลองห้วยนาง ต.หนองช้างแล่น อ.ห้วยยอด เผยว่า บ้านของตนอยู่ห่างจากสถานที่ตั้งโรงงานประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากเขม่าควันดำที่พ่นออกมาเตาเผาไหม้ของโรงงาน ซึ่งมีลักษณะเป็นตะกอนสีดำ เกาะติดใบไม้ และถ้วยจานล้างออกก็ยาก ทำให้ระบบทางเดินหายใจติดขัด เด็กเล็กเริ่มมีปัญหาสุขภาพ โดยก่อนหน้าที่จะมีการก่อตั้งโรงงานดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดตรัง ร่วมกับอำเภอห้วยยอดได้รุดลงพื้นที่ เพื่อทำประชาพิจารณ์กับกลุ่มชาวบ้านผู้อยู่ใกล้เคียงโรงงาน ซึ่งตอนนี้พวกตนเป็นชาวบ้าน จำนวน 24 คน ที่ลงรายชื่อเห็นด้วยกับการทำประชาพิจารณ์ไป เข้าใจว่าเป็นการสร้างลานเทพักไม้ รับซื้อไม้ยางพารา ตามที่เจ้าหน้าที่ฯ บอกกล่าว แต่มาทราบภายหลังว่ามีการสร้างโรงงานแปรรูปไม้ยาง เท่ากับเป็นการหลอกลวงประชาชน

ส่วน นายเปื่อม หรือลุงจีน วิมลเมือง อายุ 60 ปี กล่าวอีกว่า บ้านของตนอยู่ห่างจากโรงงานแปรรูปไม้ยางพารา ประมาณ 50 เมตร ตอนนี้ตนและลูกหลานเริ่มมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จึงต้องนำผ้าปิดปาก ปิดจมูกมาคาดไว้ และทุกครั้งที่มีการปล่อยเขม่าควันออกมา ทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณรัศมีรอบๆ โรงงานเลวร้ายมาก และนับวันปัญหายิ่งหนักขึ้นๆ และอาจจะบานปลายออกไปอีก ถ้าหากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองผู้รับผิดชอบและเกี่ยวข้อง ยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่ลงมาดูพื้นที่จริง ที่ชาวบ้านกำลังประสบปัญหาอยู่ และในช่วงนี้ขอให้ทางโรงงานหยุดประกอบกิจการไปก่อนอย่างเด็ดขาด จนกว่าจะมีใบอนุญาตเปิดโรงงานอย่างถูกต้อง และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนรายล้อม ซึ่งหลังนี้หากยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ พวกตนจำเป็นต้องลุกขึ้นต่อสู้ เดินทางไปชุมนุมประท้วงที่หน้าศาลากลาง จ.ตรัง ต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุด หจก.เอส ดี ที พาราวู้ด ได้ส่งตัวแทนคือ นายกิตติศักดิ์ จันทร์ดี อายุ 38 ปี ช่างซ่อมบำรุงประจำโรงงาน ออกมาเจรจากับชาวบ้านกลุ่มผู้ชุมนุม กล่าวชี้แจงว่าปัญหาเขม่าควัน ที่ฟุ้งออกมาจนสร้างความรำคาญให้ชาวบ้าน เกิดจากระบบเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ และทางโรงงานกำลังศึกษาทดลองระบบอยู่ ซึ่งจะทดลองด้วยการเผาขี้เลื่อยตกวันละ 10 ตัน จนกว่าจะได้ระบบการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ และหากได้ระบบเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ปัญหาเขม่าควันดังกล่าวจะหายไป ส่วนเรื่องเสียงยอมรับมีปัญหาบ้างในบางช่วง ซึ่งจะนำปัญหาไปแจ้งให้กับทางเจ้าของโรงงานทราบ จึงขอความเห็นชาวบ้านด้วย ขณะนี้ทางโรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังหาทางแก้ปัญหาแบบถาวรอยู่.

 

โหวตข่าวนี้