advertisement

สื่อเขมรประโคมข่าวชนะไทย เตรียมส่งตชด.เฝ้าพระวิหารแทนทหาร

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2554 15:40

สื่อวิทยุเขมรประโคมประกาศชัยชนะเหนือไทย อ้างศาลโลกสั่งไทยถอนทหารจากพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แต่ไม่บอกว่า ทหารเขมรต้องถอนด้วย ทำชาวเขมรแห่ดีใจทั้งเมือง ขณะที่รัฐบาลเขมรสั่ง ตชด.ไปสับเปลี่ยนกับทหาร...


เมื่อวันที่ 19 ก.ค.2554 ที่ด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากที่ จนท.ทหารพราน กองร้อย ทพ. 1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา และ จนท.ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ทำการเปิดประตูด่านพรมแดนอรัญประเทศ ได้มีประชาชนชาวกัมพูชากลุ่มแรกประมาณกว่า 3,000 คน ซึ่งมายืนออบริเวณหน้าด่านพรมแดนปอยเปต ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เพื่อจะเดินทางเข้ามาค้าขายและทำงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือฝั่งไทย ต่างเร่งรีบแย่งกันเดินทางข้ามเข้ามาฝั่งประเทศไทยอย่างชุลมุน จนทำให้ จนท.ตม.ประจำด่านพรมแดนอรัญประเทศ ต้องใช้เครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกัมพูชาเข้าแถวเดินผ่านช่องตรวจหนังสือเดินทางเข้าประเทศอย่างเป็นระเบียบ เหตุการณ์ความชุลมุนวุ่นวายจึงสงบลง

ส่วนทางฝั่งกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา มีสถานีวิทยุชุมชน ช่องบายน ของกัมพูชา ได้ออกอากาศความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับการตัดสินของศาลโลก กรณีกัมพูชาร้องขอให้ศาลโลกคุ้มครองชั่วคราว และให้ไทยถอนทหารจากพื้นที่โดยรอบปราสาทเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 18 ก.ค.54 ที่ผ่านมา ให้ประชาชนชาวกัมพูชาได้รับฟังกันอย่างทั่วถึง โดยข่าวที่ออกอากาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ข่าวการประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศกัมพูชา โดยสถานีวิทยุบายน อ้างว่า ศาลโลกได้ตัดสินให้ประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทเขาพระวิหาร แต่วิทยุดังกล่าวไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า ศาลโลกได้ตัดสินให้ประเทศกัมพูชา ถอนกำลังทหารออกจากปราสาทเขาพระวิหารด้วย ทำให้ประชาชนชาวเขมรเข้าใจผิด คิดว่าศาลโลกตัดสินให้ประเทศไทยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่เพียงฝ่ายเดียว จึงทำให้ประชาชนชาวกัมพูชา ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตัดสินของศาลโลกในครั้งนี้ แม้ประชาชนชาวเขมรส่วนมาก เห็นด้วยกับการตัดสินของศาลโลก แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่มีความกังวลว่า อนาคตข้างหน้าอาจจะมีการสู้รบกันขึ้นมาอีก เพราะการตัดสินของศาลโลก อาจจะทำให้ประเทศไทยไม่พอใจ และไม่ยอมถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบเขาพระวิหาร

ขณะเดียวกัน นางหมวย เฮง อายุ 40 ปี แม่ค้าชาวเขมรที่เข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลือ เปิดเผยว่า การค้าขายในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงคึกคัก เพราะมีประชาชนชาวกัมพูชาจำนวนมาก ยังคงเดินทางเข้ามาค้าขายตามปกติ ถึงแม้จะมีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานาก็ตามที เพราะประชาชนชาวกัมพูชาทางด้าน จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ต่างก็รู้ดีว่าปัญหาความขัดแย้งกรณีเขาพระวิหาร จะไม่รุกลามมาถึงพื้นที่ชายแดนด้าน จ.สระแก้วอย่างแน่นอน อีกทั้งประชาชนชาวกัมพูชามีความมั่นใจว่า ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา จะมีการแก้ไขปัญหาและหาทางออกที่ดีร่วมกัน เพราะในอนาคตพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นพันธมิตรกับประเทศกัมพูชาอยู่แล้ว จึงเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีของไทยและกัมพูชาจะกลับคืนมาอีกครั้ง

ด้าน รองผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ 911 ของกัมพูชา ตัวแทนเจ้าหน้าที่ของกัมพูชา ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ตรงข้าม ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เผยว่า ในวันนี้สมเด็จ ฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้สั่งการให้กองกำลัง ตชด.กองพัน ตชด.911 เตรียมความพร้อม ณ ที่ตั้ง พร้อมเตรียมพร้อมในการย้ายฐานที่มั่นไปสับเปลี่ยนกำลังของทหาร กัมพูชา ที่ประจำการอยู่ที่ปราสาทเขาพระวิหาร แต่ยังไม่ได้สั่งว่าให้เดินทางไปเมื่อใด เพียงสั่งให้เตรียมพร้อมไว้ในที่ตั้งเท่านั้น โดย จนท.ตชด.คนเดิมบอกอีกว่า ศาลโลกสั่งให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ ไม่ได้ห้ามหน่วยงานอื่น ดังนั้น กัมพูชาจึงเตรียมส่งกำลัง ตชด.ขึ้นไปสับเปลี่ยนกับกำลังทหารที่ปราสาทเขาพระวิหาร ทั้งนี้ ไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของศาลโลก ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น.

ขณะ ร.อ.ชาญ ว่องไวเมธี ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กองกำลังบูรพา ร่วมกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.สระแก้ว, พ.ต.ท.ธัชชัย ทิพเนตร สว.ตร.ทท.สระแก้ว และ พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.คลองลึก นำกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายเข้าประเทศ บริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ได้ตรวจพบชาวเขมรกลุ่มใหญ่จำนวน 59 คน เป็นชาย 26 คน หญิง 33 คน เดินหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ข้ามเข้ามาฝั่งไทยเมื่อถึงจุดตรวจร่วม จนท.จึงสอบถามทราบว่า เป็นการเดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง จนท.เกรงจะมีการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมาย และแรงงานเถื่อนลักลอบปะปนเข้ามาด้วย จึงได้ทำการตรวจค้น และตรวจสอบเอกสารการเดินทางทุกคน ก่อนจะทำการถ่ายภาพทำประวัติไว้แล้วจึงอนุญาตเดินทางต่อไปได้

โหวตข่าวนี้