advertisement

โคราชแกะสลักเทียนพรรษา 'มาร์ค-ปู' จับมือปรองดอง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.ค. 2554 11:52

ช่างโคราชเริ่มแกะสลักเทียน เพื่อส่งเข้าประกวดชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน ในงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2554 ขณะที่มีการแกะสลักเทียนล้อการเมืองไทยด้วย โดยแกะสลักเป็นรูปนายอภิสิทธิ์ กำลังยืนจับมือแสดงความปรองดองกับนางสาวยิ่งลักษณ์...


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 7 ก.ค. 54 นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรยากาศตามวัดต่างๆ หลายแห่งในหลายอำเภอของจังหวัดนครราชสีมา ช่างแกะสลักเทียน พระภิกษุ และสามเณร ต่างเร่งช่วยกันแกะสลักขบวนต้นเทียนพรรษา เพื่อเตรียมนำเข้าร่วมประกวดแข่งขันในประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2554 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท โดยจังหวัดนครราชสีมากำหนดจัดประเพณีแห่เทียนพรรษาขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 2554 ซึ่งจากการที่ผู้สื่อข่าวตระเวนสำรวจตามวัดต่างๆ หลายแห่งพบว่า เกือบทุกวัดที่เข้าร่วมประกวดขบวนต้นเทียนพรรษา ได้ประดิษฐ์แกะสลักขบวนต้นเทียนพรรษาเสร็จไปแล้วมากกว่า 80% ซึ่งขบวนต้นเทียนพรรษาของแต่ละวัด จะเน้นการแกะสลักต้นเทียน ที่บ่งบอกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ เรื่องพุทธศาสนา การเทิดพระเกียรติในหลวง และวัฒนธรรมประเพณีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนครราชสีมา อย่างเช่น วัดหนองบัวรอง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ช่างแกะสลักเทียนกว่า 20 คน กำลังเร่งแกะสลักขบวนต้นเทียนพรรษากันอย่างขะมักเขม้น โดยขบวนต้นเทียนของวัดหนองบัวรอง ใช้ชื่อขบวนต้นเทียนว่า เกษียรสมุทรเทิดไท้องค์ภูมินทร์ ด้านหน้าขบวนจะบอกเล่าถึงพุทธประวัติพระพุทธเจ้า ส่วนตรงกลางเป็นพิธีเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีที่เหล่าเทวดาและยักษ์ช่วยกันสร้างโลกขึ้นมา และด้านหลังขบวนจะเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดหนองบัวรองใช้งบประมาณในการแกะสลักกว่า 8 แสนบาท และแกะสลักเสร็จไปแล้วประมาณ 85%

ทั้งนี้ จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครราชสีมา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา ได้จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2554 ภายใต้ชื่องาน พลังศรัทธา แห่เทียนโคราช 2554 ในระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค. 2554 นี้ ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) จังหวัดนครราชสีมา โดยจะมีขบวนแห่ต้นเทียนพรรษาไปตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาในวันที่ 16 ก.ค. 2554 ซึ่งในปีนี้มีต้นเทียนเข้าร่วมประกวดจำนวน 54 ต้น และมีขบวนแห่เข้าร่วมประกวด 10 ขบวน ภายในงานมีการแสดงแสงแสงสีเสียง ประกอบต้นเทียนพรรษา ในชื่อชุด ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร้อยรักดวงใจไทยทั้งแผ่นดิน ด้วยระบบภาพ 3D สมจริง พร้อมกับจัดพิธีทำบุญตักบาตรหลอดไฟแด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 84 รูป ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ซึ่งถือเป็นปีแรกที่จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรหลอดไฟ นายสุรวุฒิ กล่าว

ขณะที่ทางด้านนายวัชระ นาดี อายุ 45 ปี อาจารย์สอนวิชาศิลปะ โรงเรียนหนองบัวลอย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนได้ใช้เวลาว่างหลังจากโรงเรียนเลิกแกะสลักเทียนพรรษาล้อเลียนการเมือง โดยใช้ชื่อว่า ปรองดองประเทศไทย ซึ่งเทียนพรรษาดังกล่าว ได้แกะสลักเป็นรูปของนักการเมือง ที่มีบทบาทอย่างมากต่อการเมืองไทย 2 คน คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ทั้งสองคนกำลังยืนจับมือกัน เพื่อแสดงออกถึงความปรองดอง ในการร่วมมือกันทำงาน เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความสามัคคีของคนในชาติ และปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ เทียนพรรษาปรองดองประเทศไทยใช้เวลาแกะสลักนาน 1 สัปดาห์ โดยการแกะสลักขณะนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเทียนรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความสูงประมาณ 155 เซนติเมตร ส่วนเทียนรูปนายอภิสิทธิ์มีความสูงประมาณ 160 เซนติเมตร สำหรับเทียนพรรษาปรองดองประเทศไทยนี้ จะนำไปตั้งประดับบริเวณด้านข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้จัดการประกวดขบวนแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2554 ที่ทางเทศบาลนครนครราชสีมาจัดขึ้น ภายใต้ชื่องาน พลังศรัทธาแห่เทียนโคราช 2554 ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ค.นี้ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมและร่วมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทั้งนี้ เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา นายวัชระได้เคยแกะสลักเทียนพรรษาล้อการเมืองมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นได้แกะสลักเทียนพรรษาโดยใช้ชื่อว่า ต้นมักกะลีผลสร้างชาติ ซึ่งเทียนพรรษาดังกล่าว แกะสลักเป็นต้นมักกะลีผล ที่มีผลเป็นรูปใบหน้าของผู้ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 5 คน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, นายสมัคร สุนทรเวช, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และนายชวน หลีกภัย ส่วนของทางวัดหนองบัวรองก็ไดแกะสลักรูปหมีแพ้นด้า หลิงปิง เป่าแตร ถือถ้วยฟีฟ่า ได้สร้างสีสัน และรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากช่วงนั้นกระแสฟีเว่อร์ฟุตบอลโลกและหลิงปิง สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก จนเป็นประเพณีโด่งดังยิ่งใหญ่ระดับประเทศ

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement