เหล้าพื้นบ้านเตรียมบุกกทม.หากรัฐไม่ช่วยเหลือภาษี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

เหล้าพื้นบ้านเตรียมบุกกทม.หากรัฐไม่ช่วยเหลือภาษี

โดย 25 เม.ย. 2552 08:01
1,224 ครั้ง


ภายหลังได้รับความเดือดร้อน จากการจัดเก็บภาษีสุราที่สูง ทำให้ชาวบ้านผู้ผลิตและจำหน่ายทั่วประเทศ ได้รับความเดือดร้อน พร้อมเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปฟังคำตอบจากรัฐบาลเร็วๆนี้...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 เม.ย.) จากกรณีที่กระทรวงการคลังจะจัดเก็บภาษีสุรา ชุมชนซึ่งก็มีสุรากลั่นของชาวบ้านรวมอยู่ด้วยเพิ่มเป็นขวดละ 50-55 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาขายสูงขึ้นเป็นขวดละ 60-80 บาท ทำให้ชาวบ้านผู้ผลิตและจำหน่ายทั่วประเทศ ได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะผู้ผลิตสุราชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้รวมตัวกันประท้วงยื่นหนังสือเรียกร้องขอให้กระทรวงการคลังยกเลิกมาตรการดังกล่าว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือคำตอบใดๆจากรัฐบาล เพียงแต่รับข้อเสนอไปเท่านั้น ดังนั้น ทางแกนนำเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสุราพื้นบ้านแห่งประเทศไทย จึงได้นัดหารือรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเรียงร้องของความเป็นธรรม พร้อมจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปฟังคำตอบจากรัฐบาล

นางบัวเหลียว ชัยมณี ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสุราพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากเครือข่ายได้ยื่นหนังสือไปยังกระทรวงการคลังผ่านทางนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผวจ.เชียงราย และสรรพสามิตเขตพื้นเชียงราย ไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา เพื่อขอให้มีการออกกฎหมายแยกฐานภาษีระหว่างสุรากลั่นของโรงงานขนาดใหญ่กับ สุรากลั่นของชาวบ้านซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อร่วมกันว่าสุราชุมชนหรือสุราขาว โดยขอให้สุรากลั่นของชาวบ้านเปลี่ยนชื่อเป็น"สุราพื้นบ้าน" รวมทั้งให้ยกเลิกการขึ้นอัตราภาษีหรือค่าซื้อแสตมป์จากกรมสรรพสามิตนั้น ล่าสุดรับแจ้งว่าหนังสือดังกล่าวไปถึงสำนักปลัดกระทรวงการคลังและ คงอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอ อย่างไรก็ตาม ทางแกนนำในพื้นที่ จ.เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่และน่าน ได้มีการนัดหมายเพื่อจะรวมตัวกันเดินทางไปฟังคำตอบที่กระทรวงการคลัง กรุงเทพฯ แต่ยังไม่ได้มีการกำหนดวันและเวลาเท่านั้นคาดว่าจะเดินทางไปในเร็วๆนี้

ด้าน นายอุดม สมประสงค์ แกนนำเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน ผู้ผลิตสุราพื้นบ้านแห่งประเทศไทย พื้นที่ อ.เมือง กล่าวว่า ภูมิปัญญาชาวบ้านประสบปัญหาหนัก เพราะภาษีสุรากลั่นพื้นบ้านถูกนำไปรวมกับสุรากลั่นของโรงงานใหญ่ทั้งๆ ที่กรรมวิธีการผลิตและวัตถุดิบที่ใช้ไม่เหมือนกัน โดยของโรงงานใหญ่ใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนใหญ่ ส่วนของชาวบ้านใช้ข้าวและ สมุนไพรเป็นหลัก ซึ่งตรงกับรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้มีการส่งเสริมภูมิปัญญาและแปรรูปพืชผลทาง การเกษตรเพื่อยกรายได้ให้กับชาวบ้านระดับล่าง แต่ปรากฏว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านผู้ผลิตต้องเสียภาษีหรือค่าซื้อแสตมป์จากกรมสรรพสามิต เฉลี่ยขวดละประมาณ 32 บาท เมื่อบวกกับต้นทุนอื่นๆ ทำให้ต้องขายกันขวดละ 55 บาทไล่เลี่ยกับสุราของโรงงานใหญ่ ขณะที่ต้นทุนของชาวบ้านสูงกว่าถือว่าไม่เป็นธรรม จึงขอให้รัฐบาลแยกฐานภาษีให้ชัดเจน

นายอุดมกล่าวอีกว่า นอกจากนี้มีการระบุชื่อสุรากลั่นพื้นบ้านเป็นสุรากลั่นชุมชนเพื่อบังหน้า สำหรับลดภาษีให้กับสุราขาวของกลุ่มนายทุนใหญ่ที่มีส่วนสนับสนุนพรรคการเมือง และถ้าจะขึ้นภาษีสุราขาวเพื่อหารายได้เข้ารัฐแต่ละครั้งก็มักจะอ้างว่า จะทำให้ผู้ประกอบการผลิตสุรากลั่นชุมชนกระทบกระเทือนเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ในปี 2546-2550 สุรากลั่นพื้นบ้านมีส่วนแบ่งตลาดเพียง 8% ส่วนสุราขาวมีกว่า 92% ทำให้รัฐเสียประโยชน์จากอัตราภาษีโดยในส่วนของสุรากลั่นชุมชนรัฐเสียหาย ไป 2,041 ล้านบาท ส่วนของสุราขาวโรงงานใหญ่ รัฐเสียหายไปกว่า 27,468 ล้านบาท จึงสงสัยว่าเหตุใดสุราสีจึงมีการเก็บอัตราภาษีไม่เท่ากัน แต่กับสุรากลั่นพื้นบ้านกลับเสียอัตราภาษีเท่ากับสุราขาวโรงงานใหญ่ จนทำให้ชาวบ้านต้องไปแข่งขันกับสุราขาวโรงงานใหญ่ ซึ่งขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างเร่งด่วนด้วย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement