advertisement

โหด!แม่ค้าโวยอ้างด.ต.สภ.เมืองตรังล็อกกุญแจมือจะเผายัดถัง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มิ.ย. 2554 23:50

รอดตายปาฏิหาริย์แม่ค้าขายเสื้อผ้า อ้างถูก "ด.ต.สภ.เมืองตรัง" รุมซ้อมทำร้าย ข่มขู่รีดเงิน ก่อนจับล็อกกุญแจมือพาไปเผายัดถังน้ำมันในสวนยางพารา เดชะบุญเหยื่อแกล้งตายรอดมาได้  "ผบก.ภ.จว.ตรัง" ลั่นคดีนี้ไม่มีล้มมวยแน่นอน...

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. นายธนิต ชูเพ็ง ส.อบจ.ตรัง เขต อ.หาดสำราญ จ.ตรัง นายวิชิต ชายภักดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 บ้านหัวควน ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน จ.ตรัง และ นางมณฑา พิกุลทอง อายุ 30 ปี น้องสาวของผู้เสียหาย คือ น.ส.สลิลทิพย์ จิตรเที่ยง อายุ 32 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่น ตลาดสดท่ากลาง อยู่บ้านเลขที่ 20/4 ม.5 ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน ได้เดินทางมาพบนายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง ที่ห้องทำงาน ชั้น 2 ศาลากลาง จ.ตรัง เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณี น.ส.สลิลทิพย์ ถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจสภ.เมืองตรัง รายหนึ่งกับพวกอีก 1 คน รุมซ้อมจนร่างกายสะบักสะบอม เพื่อรีดเงิน ก่อนจับล็อกกุญแจมือไพล่หลัง ขึ้นรถยนต์กระบะตอนครึ่ง พาเข้าไปในสวนยางพาราเพื่อเผานั่งยางยัดถังน้ำมัน (ถังปล่อง) แต่เหยื่อสาวแกล้งตาย จึงหนี รอดตายมาได้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น.คืนวันที่ 20 มิ.ย.2554 ที่ผ่านมา โดยที่ไม่กล้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้งที่อาการสาหัส ใบหน้าบวมช้ำ ศีรษะได้รับกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เนื่องจากเหยื่อกลัวว่าจะถูกตามทำร้ายอีก จึงกราบขอความเป็นธรรมต่อ ผวจ.ตรัง ให้ความช่วยเหลือด่วน


ต่อมา ผวจ.ตรัง ได้สั่งการไปยัง นายเนติวิทย์ ขาวดี ผบ.ร้อย อสจ.ตรัง นำกำลัง อส.ไปคุ้มกันเพื่อรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งประสานให้ไปยัง พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง และ พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง รุดเดินทางไปเยี่ยม น.ส.สลิลทิพย์ ผู้เสียหาย ขณะที่ญาติช่วยกันพยุงร่างบาดเจ็บไร้เรี่ยวแรงนำส่ง รพ.ย่านตาขาว โดย นพ.สินไชย รองเดช ผอ.รพ.ย่านตาขาว และพยาบาลได้ช่วยกันเยียวยารักษาอาการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหยื่อมีอาการอ่อนเพลียมาก มีรอยฟกช้ำทั่วใบหน้าจากการถูกทำร้ายอย่างทารุณ และเกิดอาการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงบริเวณท้ายทอย อีกทั้งผู้ป่วยมีอาการอาเจียนรุนแรง จึงต้องรีบน้ำเข้าห้องเอ็กซเรย์ตรวจดูอาการอย่างละเอียดว่ามีเลือดคั่งในสมองหรือไม่ ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่ อส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบคอยคุ้มกันดูแลอย่างใกล้ชิด

จากการสอบถาม นางสลิลทิพย์ ผู้เสียหายเล่าทั้งน้ำตานองหน้าว่า โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุได้โทรหา ด.ต.สภ.เมืองตรัง ว่า ต้องการซื้อรถยนต์เก๋งมือสอง เนื่องจากทราบว่า ด.ต. ทำธุรกิจรถมือสอง ซึ่งเคยคบหา และแยกทางกันไปประมาณ 1 ปี แล้ว จากนั้นจึงนัดพบกันที่ร้านครัวอารยา ใกล้ถนนพาดรถไฟ ต.ควนปริง อ.เมืองตรัง เพื่อกินข้าวด้วยกัน ก่อนที่ ด.ต. และเพื่อนอีกคนได้พาตนขึ้นรถยนต์กระบะไปยังหมู่บ้านนันทวรรณ ถ.สายตรัง-กันตัง ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง โดยให้ตนจอดรถ จยย.ทิ้งไว้ที่ร้านดังกล่าว เมื่อมาถึงปรากฏว่าไม่มีรถให้ดูแต่อย่างใด แต่บอกว่าให้ตนมัดจำเงินไว้ก่อน จำนวน 2 หมื่นบาท บอกเพียงว่า รถสวยราคาไม่แพง เป็นรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค 3 ประตู ใช้เงินดาวน์ไม่เกิน 5 หมื่นบาท เอารถไปขับได้เลย ซึ่งตนบอกไปว่าขอดูสภาพรถก่อน แต่ ด.ต. กลับขึ้นเสียงตะคอกใส่ว่า วันนี้เต็นท์รถปิดไม่มีรถให้ดู ก่อนใช้กำปั้นตบเข้าเบ้าตาซ้ายตน 1 ครั้ง จนล้มทรุดกับพื้น จากนั้นได้ใช้กุญแจมือล็อกตนไว้ แล้วใช้สก๊อตเทปสีดำปิดปาก พร้อมกับใช้เชือกไนล่อนมัดข้อเท้าทั้งสองข้างติดกันอย่างทารุณ

นางสลิลทิพย์ กล่าวว่า จากนั้น ด.ต. ได้ทุบตีใบหน้าและศีรษะของตนจนนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนกระชากเอากระเป๋าถือของตนไป ภายในมีเงินสด 3,000 บาทเศษ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และแหวนทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 2 วง ก่อนรุมซ้อมทำร้ายและใช้อาวุธปืนลูกโม่จี้หัวบังคับให้ตนบอกรหัสบัตรเอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย สาขาตรัง ตนจึงยอมบอกไป หลังจากนั้น ด.ต. ได้ให้เพื่อนอีกคน ซึ่งมีรูปร่างผอมสูง หัวเถิก ผิวดำแดง อายุประมาณ 44 ปี ขับรถออกไปกดเงิน สักครู่กลับเข้ามาบอกว่ามีเงินอยู่ 28,000 บาท

กระทั่งเวลาประมาณ 18.30 น.  ด.ต. คนดังกล่าว ได้จับตนไพล่มือล็อกกุญแจไว้ด้านหลัง แล้วพาขึ้นรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ไม่ทราบสี ยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับไปตามถนนสายควนปริง อ.เมืองตรัง ก่อนเลี้ยวเข้าไปในสวนยาง พื้นที่ ม.1 ต.ควนธานี ซึ่งระหว่างทางตนได้ถูกทำร้ายตลอด เมื่อมาถึงกลางสวนยาง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยว ไม่มีบ้านเรือน และเริ่มมืดทึบ ทั้งสองจึงพาตนลงมานั่งใต้โคนต้นยาง พบว่ามีน้ำมัน 2 แกลอน ถังปล่องน้ำมันขนาดใหญ่ 1 ถึง ยางในรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง ตนจึงร้องขอว่าอย่าเผาทั้งเป็น ให้ยิงให้ตายก่อน จากนั้นได้ถูกเพื่อนของ ด.ต. ใช้ของแข็งทุบเข้าที่ศีรษะจนสลึมสลือ ตนจึงแกล้งทำเป็นตาย ระหว่างนั้นได้ยินเสียงเพื่อนของ ด.ต. บอกว่า ยางรถแค่นี้ไม่พอ เผาไม่หมด ต้องออกไปเอามาใหม่ โชคดีที่กุญแจล็อกมือรูดออก เมื่อทั้งสองคนออกไปหายางมาเพิ่ม ตนจึงแก้มัดเชือกที่ข้อเท้า จากนั้นจึงตะเกียกตะกายคลานหนีไปนอนในคูน้ำขี้หมู โผล่ใบหน้าห่างจากจุดแรกประมาณ 3 ร่องยาง และต้องนอนแช่น้ำอยู่นานจนเกือบเที่ยงคืน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จึงเดินโซซัดโซเซไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน เพื่อเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.กมลาสณ์ นิยมเขต ร้อยเวร สภ.กันตัง จ.ตรัง ทั้งที่กุญแจมือยังล็อกติดแขนอีกข้าง ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ตรัง ในคืนวันเดียวกัน กระทั่งเช้าวันที่ 20 มิ.ย.ได้ถูกเจ้าหน้าที่ ตร. ทั้งในและนอกเครื่องแบบบางกลุ่มข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง และจะเอาเงินเท่าไหร่ให้บอกมา ทำให้เกิดความหวาดกลัวจึงโทรแจ้งญาติให้มารับตัวกลับบ้าน แต่ญาติพี่น้องทนพฤติกรรมตำรวจรายนี้ไม่ไหว จึงเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ ผวจ.ตรัง

ความคืบหน้าล่าสุด นายธนิต ชูเพ็ง ส.อบจ.ตรัง เขต อ.หาดสำราญ กล่าวว่า พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี ผบก.ภ.จว.ตรัง ได้ประสานมายังตนแล้ว บอกว่า คดีนี้ไม่มีมวยล้มอย่างแน่นอน และตนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน ระหว่างนี้รอสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และพยานในเหตุการณ์ จากนั้นให้ทาง พ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒนา ผกก.สภ.กันตัง พื้นที่เกิดเหตุ ประสานมายัง พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.เมืองตรัง ในฐานะผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.สภ.เมืองตรัง นำตัวผู้ถูกกล่าวหามารับข้อกล่าวหา ถ้าหากไม่มาจะดำเนินการออกหมายจับ สั่งดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น.

 

โหวตข่าวนี้