บริการข่าวไทยรัฐ

ฝนถล่มเชียงใหม่ หวั่นเจดีย์โบราณ 700 ปีพังครืน

เมืองเชียงใหม่ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน หวั่นองค์พระธาตุเจดีย์หลวง อายุกว่า 700 ปี ของวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จะพังครืนลงมา เพราะต้นขนุนยักษ์อายุนับร้อยปีโค่นแล้ว อีกทั้งมีน้ำท่วมขังรอบพระธาตุเจดีย์ เจ้าอาวาสขอเทศบาลฯเร่งระบายน้ำด่วน ขณะที่นายกเทศมนตรีรุดตรวจสอบ สั่งระดมกำลังคนและเครื่องสูบน้ำบรรเทาเหตุแล้ว...



เมื่อ 10.00 น. 11 พ.ค. พระครูโสภณกวีวัฒน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้แจ้งมายังผู้สื่อข่าวว่า ต้นขนุนยักษ์อายุนับร้อยปี ที่อยู่ติดกับหอพิพิธภัณฑ์พระพุทธพจนวราภรณ์ ด้านทิศเหนือของพระธาตุเจดีย์หลวง ได้ล้มลงเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยลำต้นพาดขวางถนนไปทางศาลาบำเพ็ญกุศลศพ และมมร.วิทยาเขตเชียงใหม่


ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัด พบว่าเป็นขนุนยักษ์ขนาดสองคนโอบ มีนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ให้พนักงานบรรเทาสาธารณภัยของเทศบาล ตัดต้นขนุนยักษ์และเก็บกวาด ขณะเดียวกัน พระครูโสภณกวีวัฒน์ ได้แจ้งขอความอนุเคราะห์จากเทศบาลเป็นการด่วนอีกกรณี เนื่องจากฝนตกติดต่อกันกว่าครึ่งเดือน มีน้ำท่วมขังรอบพระธาตุเจดีย์ บางจุดระดับน้ำสูงถึง 50 เซ็นติเมตร โดยเฉพาะด้านทิศใต้ขององค์พระธาตุ นอกจากนั้นรอบกำแพงแก้วชั้นในของพระธาตุ ก็มีน้ำขังอยู่ทั้งสี่ด้าน

จากนั้นนายทัศนัย และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย ได้ตรวจสอบบริเวณองค์พระธาตุเจดีย์หลวง และเข้านมัสการพระราชเจติจารย์ เจ้าอาวาส ซึ่งกำลังห่วงว่าพระธาตุเจดีย์หลวงอาจจะทรุดลง หากมีน้ำท่วมขังหลายวัน เพราะวันไหนฝนตกหนัก น้ำฝนจะล้นทะลักออกจากคูรอบองค์พระธาตุ ที่กรมศิลปากรได้บูรณะขุดไว้ โดยไหลออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของลานพระธาตุ และลงสู่ท่อระบายน้ำทางถนนราชมรรคา


ด้านพระครูโสภณกวีวัฒน์ กล่าวเสริมว่า นับแต่ฝนตกติดต่อกันทุกคืน ทำให้บริเวณรอบองค์พระธาตุมีเสียงกบเขียดร้องระงมไปหมด เหมือนกับอยู่กลางทุ่งนา ทั้งๆ ที่พระธาตุเจดีย์อยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง เกรงว่าหากปล่อยน้ำขังไว้นานวัน จะทำให้องค์พระธาตุล้มครืนลงมาได้

ในส่วนของฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้ามาสูบน้ำออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และนำเครื่องสูบน้ำประจำไว้ หากมีฝนตกลงมาอีก ก็จะท่วมขังอีก จะได้สูบออกทันที โดยเฉพาะกำแพงแก้วชั้นใน ซึ่งเป็นฐานสำคัญขององค์พระธาตุ มีน้ำขังอยู่ปริมาณมาก และจะเป็นสาเหตุสำคัญที่กัดเซาะฐานพระเจดีย์ฯ จนอาจทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นมาได้