advertisement

บุหรี่พม่าทะลักชายแดน หลังรัฐจ่อปรับขึ้นภาษี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 เม.ย. 2554 23:00

ขี้ยาหนาวหลังรัฐบาลเตรียมจะมีมติปรับขึ้นภาษีบุหรี่อีกซองละ 20-40 บาท ทำให้บุหรี่พม่าทะลักเข้าชายแดนแม่สอดเพียบ เจ้าหน้าที่ปวดหัวตามจับยาก อาศัยยืนขายบนเกาะกลางแม่น้ำ พอเห็นเจ้าหน้าที่มาก็ข้ามฝั่งกลับ...

 

27 เม.ย.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณใต้สะพานมิตรภาพไทย-พม่า บ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พ่อค้าชาวพม่าที่จังหวัดเมียวดี ได้นำบุหรี่และสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่หนีภาษีมาวางขายให้กับชาวไทยรวมทั้งนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวตลาดริมแม่น้ำเมย โดยสามารถจำหน่ายได้มากขึ้นเนื่องจากเริ่มมีการซื้อกักตุนกันเป็นจำนวนมาก หลังจากก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ปรับขึ้นภาษีบุหรี่ ซองละ 20-40 บาท รวมทั้งขึ้นภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเห็นว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีจะไม่ส่งผลกระทบต่อการกักตุนสินค้า และไม่กระทบต่อการขาดตลาด เนื่องจากสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ ทำให้พ่อค้าที่คิดจะกักตุนสินค้า บุหรี่ เหล้า เบียร์ ไม่เกิดประโยชน์อะไร รวมทั้งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ไม่อยากให้คนได้ใช้อยู่แล้ว การปรับขึ้นภาษีนั้นเป็นนโยบายหรือวัตถุประสงค์ที่ไม่ต้องการขายอยู่แล้ว จากปัญหาทางเศรษฐกิจที่เงินทองหายากแต่ราคาสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ลด หรือเลิกการซื้อสินค้าประเภทนี้ไปเลย ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไปซื้อบุหรี่หนีภาษามากขึ้นตามชายแดนด้านอำเภอแม่สอด ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของสรรพสามิตที่จะติดตามตรวจสอบการซื้อในปริมาณมาก เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การปราบปรามหรือจับกุมผู้ขายก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะขายกันตามแนวเขตชายแดนติดต่อกัน คือ ยืนขายอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ หรือโนแมนแลนด์ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมก็จะข้ามฝั่งกลับไป

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาปรับโครงสร้างภาษียาสูบใหม่ของกรมสรรพสามิต จากปัจจุบันที่เก็บจากราคาหน้าโรงงาน และราคาแจ้งนำเข้า (ซีไอเอฟ) มาเป็นการเก็บภาษี 2 แนวทาง คือ 1. การเก็บภาษีตามราคาขายโดยมีการกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อใช้คำนวณอัตราภาษี และ 2. การเก็บภาษีตามปริมาณจากราคาขายปลีกหรือเก็บภาษีต่อมวน อยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าอัตราภาษีที่จะจัดเก็บต่อมวนควรอยู่เท่าใด ระหว่าง 1 บาท หรือ 2 บาท ซึ่งจะส่งผลให้ราคาขายบุหรี่ปรับเพิ่มขึ้นอีก 20-40 บาทต่อซอง

รายงานข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า หนึ่งในข้อเสนอของกรมสรรพสามิต คือการคิดภาษี 2 บาทต่อมวน และการกำหนดราคาขั้นต่ำ โดยให้ยกเลิกราคาซีไอเอฟออก จะส่งผลบุหรี่ในประเทศแข่งขันได้ลำบากมากขึ้น เนื่องจากบุหรี่ต่างประเทศอาจจะปรับราคาขายปลีกลงเพื่อเข้ามาแย่งส่วนแบ่ง การตลาดบุหรี่ไทยมากขึ้น

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement