advertisement

ปลิดชีพหยุดคลั่ง! วิสามัญคนร้ายยิงดับตร.-แท็กซี่2ศพ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 เม.ย. 2554 15:44

คนร้ายคลั่ง ก่อเหตุจี้ชิงรถ ยิงดับตำรวจ และแท็กซี่พลเมืองดี ตาย 2 ศพ ก่อนดวลสนั่นตำรวจกลางถนน เจ้าหน้าที่ต้องปลิดชีพ หยุดความคลั่ง พี่สาว เผย น้องชายเป็นคนเครียด ได้ข่าวติดยาบ้า เบื้องต้นพบข้อมือสองข้างมีรอยเย็บเนื่องจากถูกกรีดหลายแผล แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ...

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.อมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงแก่ความตาย บริเวณหน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี ตรงสี่แยกไฟแดงถนนพญาไท มุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่อัยการ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ประมาณ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมบาทวิถี พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 และ 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนพื้น จำนวน 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ พบศพคนร้าย ชื่อ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะด้านหลัง และ ท้ายทอย จำนวน 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และ ที่นิ้วหัวแม่โป้งมือซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ ยังพบร่อยรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ของคนร้าย แพทย์นิติเวช สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาด ก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน และยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูกยิงจนหมดโม่ จำนวน 6 นัด ตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

 


จากการสอบถาม ร.ต.ท.วรรณศักดิ์ กระจ่างศรี รอง สว.จร.สน.บางพลัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. คนร้ายรายนี้ก่อเหตุใช้มีดชิงทรัพย์รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายชื่อ ร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ มาจากหน้า รพ.อนันต์ 2 ท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จากนั้น ขับรถหลบหนีมาทางสะพานกรุงธน มุ่งหน้าข้ามเข้าเขตพระนครท้องที่ สน.สามเสน โดยมีตน และ ตำรวจจราจร สน.บางพลัด อีก 3 นาย ขับขี่รถ จยย.ติดตามมาด้วย แต่ตามไม่ทัน จึงใช้วิทยุแจ้งเหตุให้ศูนย์รามา บก.น.1 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยติดตามด้วย กระทั่งทราบว่า คนร้ายไปปะทะกับตำรวจจราจรของ สน.ดุสิต ที่ประจำอยู่ในป้อมคุมสัญญาณไฟบริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย เป็นเหตุให้ฝ่ายตำรวจถูกแทงและแย่งปืน ยิงถึงแก่ความตาย

 

จากนั้น คนร้ายขับรถหลบหนีมาตามเส้นทางถนนศรีอยุธยา จนเกิดอุบัติเหตุเหตุเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณี อีก 2 คัน มีการใช้ปืนยิงคนขับแท็กซี่พลเมืองดี ที่พยายามขับรถขวางการหลบหนีจนเสียชีวิต โดยคนร้ายได้ลงจากรถเก๋งคัมรี่คันเก่ามาใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์คนขับรถคัมรี่คันนี้ ซึ่งเจ้าของเป็นแพทย์หญิง ขับหลบหนีมาอีกจึงถูกฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ตำรวจ บก.สปพ.บช.น. และอีกหลายหน่วยที่ร่วมกันติดตามทำการวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มานัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่อัยการ กรมการปกครอง และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสื่อมวลชนอีกครั้ง

โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วยสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ที่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ภท 7646 กรุงเทพมหานคร เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบได้ จากนั้น นายธาดา ก็ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุทำการสกัดจับทันที ต่อมา นายธาดา ได้ขับรถเก๋งคัมรี่มาถึงบริเวณแยกขัตติยานี ทาง ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต ได้ออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อขวางรถไว้ แต่นายธาดา ได้ลงมาจากรถ  ก่อนจะตรงเข้าไปต่อสู้ และจับล็อก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ไว้ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล จากนั้นก็แย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วขับหลบหนีมาตามถนนศรีอยุธยา

จนกระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดา ขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เป็นเจ้าของรถ กับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ศฎ 1975 กรุงเทพมหานคร ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย โดย นายธาดา ได้ลงจากรถโตโยต้า คัมรี่ คันเดิม แล้วเดินตรงไปที่รถโตโยต้า คัมรี่ ของ พ.ญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พ.ญ.พิภัทรา ลงจากรถ จากนั้น จับ พ.ญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนี

ขณะนั้นเอง ได้มี นายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ นายธาดา จึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเข้าที่บริเวณขมับขวาจนเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ก็ถูกนายธาดา ขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหักถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ ไปอีกคน

เมื่อนายธาดา ขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พ.ญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดา พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวิสามัญนายธาดาดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดา นั้นพบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่ กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ก็เอารถเก๋งโยโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย จนกระทั่งมาถูกวิสามัญดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้น ยังไม่พบว่าเคยมีประวัติทำผิดกฎหมายคดีอุกฉกรรจ์หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน แค่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรี่คันแรก แจ้งว่า นายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้ จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่าในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่ นอกจากนี้ จาการตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวนหลายแผล โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหนน้ที่จะทำการสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ธันยพัด อินทมาศ อายุ 40 ปี พี่สาวของนายธาดา คนร้าย พร้อมกับพี่เขย เดินทางที่มา สน.พญาไท หลังจากทราบข่าวว่า นายธาดา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฯ เสียชีวิต ก่อนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.สอบสวนด้วยตนเอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัด เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (13 เม.ย.) น้องชายของตนเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขึ้นมาที่ กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันนี้ น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน จนกระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุและถูกยิงเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ทั้งนี้ ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป

ขณะเวลา 15.00 น.  พ.ต.อ.ชาตชาย รื่นเอม รอง ผบก.ปส.3 บช.ปส.เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำกรณีขับรถติดตาม นายธาดา แล้วถูกยิงสวนจนรถได้รับความเสียหายและตัวเองหวิดสิ้นชื่อ ว่า ก่อนเกิดเหตุตนมาทำธุระอยู่ด้านหน้าสำนักงานเขตดุสิต สักพักมีวัยรุ่น 2 คน ขับขี่ รถ จยย. มาบอกมีตำรวจถูกยิง บริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย รถจึงรีบขับรถส่วนตัวยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เงิน มุ่งหน้าไปดูหวังจะช่วยเหลือคนเจ็บ

ระหว่างที่รถกำลังจอดติดอยู่ตรงแยกขัตติยานีนั้น มีโชเฟอร์รถเมล์ตะโกนลงมาบอกตนว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุใช้ยานพาหนะรถเก๋งโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดไฟแดงใกล้ๆ กับรถตน และ คนร้ายยังมีปืนด้วย ตนจึงเปลี่ยนใจขับรถตามคนร้ายไปตามถนนสุโขทัย มุ่งหน้าผ่านถนนพระราม 5 ไปถึงแยกสวรรคโลก แล้วเลี้ยวขวาขับข้ามทางรถไฟเบี่ยงซ้ายเข้าถนนโรคัลโรด ด้านหลัง รพ.รามาธิบดี เมื่อคนร้าย รู้ตัวว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม จึงจอดรถใช้ปืนยิงใส่รถตน 3 นัด กระสุนพุ่งเข้าที่กระจกหน้าและคานหน้ารถซีกขวาฝั่งคนขับทำให้ตนต้องหมอบหลบวิถีกระสุนอุตลุด และเนื่องจากตนเก็บอาวุธปืนประจำกายเอาไว้ที่กระโปรงหลังรถ จึงไม่มีโอกาสได้ชักยิงต่อสู้ จากนั้นคนร้ายก็เร่งเครื่องหลบหนีไปทางถนนศรีอยุธยา สุดท้ายมาทราบอีกทีว่าถูกวิสามัญฆาตกรรมเลยรีบเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

 

โหวตข่าวนี้