advertisement

สุราษฎร์ฯทั้งเมืองถูกตัดขาด ถนน-สะพานพัง

โดย 2 เม.ย. 2554 07:30

ชาวใต้ทุกข์ระทมจมบาดาลต่อหลายจังหวัดยังวิกฤติพบเหยื่อฝายแตกที่บ้านหน้าเขาแล้ว 6 ศพ สลดคนสกุล "ทองเนียม" อาจตายยกครัว ราษฎรทุกข์ซ้ำขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า เฮลิคอปเตอร์เร่งขนย้ายชาวบ้านกรุงชิงนับพันที่ติดค้างบนภูเขา ด้านปากพนังยังอ่วม คลื่นทะเลซัดบ้านพัง พื้นที่เกษตรพินาศ สัตว์เลี้ยงอดอยาก ถนนสายเอเชียช่วง อ.พุนพิน ถูกตัดขาด ต้องเร่งอพยพผู้ป่วยออกจาก รพ.ท่าโรงช้าง ควายในทะเลน้อยจมน้ำตายกว่าครึ่งร้อย พนังกั้นน้ำเมือง ตรังแตก น้ำทะลักท่วมโรงกรองน้ำต้องงดจ่ายน้ำประปาปค.สรุปยอดตายรวมทั้งสิ้น 21 ราย นายกฯสั่งจับตาฝั่งทะเลอ่าวไทย เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ส่งสาส์นแสดงความเสียใจต่อภัยพิบัติครั้งใหญ่ในพื้นที่ด้ามขวานของไทย...

 

 

สถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ยังคงวิกฤติต่อเนื่อง โดยเฉพาะ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร กระบี่ และพัทลุง นอกจากถูกน้ำท่วมแล้วยังมีดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ชาวบ้านเสียชีวิตนับสิบราย บ้านเรือน ถนนหนทาง และสิ่งก่อสร้างพังพินาศ เรือกสวนไร่น่า รวมทั้งสัตว์เลี้ยงเสียหายล้มตายเหลือคณานับ  ขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นไปอย่างเชื่องช้า เฉื่อยชา และไร้ผู้รับผิดชอบ อ้างยังขาดเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์การกู้ภัยที่ทันสมัย ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยพิบัติเป็นไปด้วยความล่าช้า ผู้ประสบภัยต้องระทมทุกข์ และเผชิญชะตากรรมกันตามยถา สวนทางกับธารน้ำใจจากพี่น้องไทยทั่วประเทศ กลับหลั่งไหลไปซับน้ำตาผู้ทุกข์ยากอย่างรวดเร็ว

จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ส่ง ผลให้ฝายเก็บน้ำแตกที่หมู่ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ ความคืบหน้าวันที่ 1 เม.ย. นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กระบี่ กล่าวว่า สรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตเมื่อเวลา 4 ทุ่ม คืนวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา พบแล้ว 6 ศพ คือนายไพศาล ชูศรี อายุ 31 ปี นางแก้วดารา แข็งขัน อายุ 49 ปี นายสมบูรณ์ ทองเนียม อายุ 72 ปี นางพริก ทองเนียม อายุ 65 ปี นางมันทนา ชูศรี อายุ 26 ปี ด.ช.สุริยา เดชค้ำ อายุ 14 ปี มีผู้บาดเจ็บเหลือพักรักษาตัวที่ รพ.เขาพนม 13 ราย ส่วนผู้สูญหายทราบว่ามีอีก 5 คน คือ ด.ญ.อัญธิกา ชูศรี บุตรสาวนายไพศาล กับนางมันทนา ชูศรี นายสิทธิพร ทองเนียม นางปิยนารถ ทองเนียม นางเกตุวดี ทองเนียม และชายไม่ทราบชื่อ สามีของนางเกตุวดี ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเชื่อว่าไม่น่าจะเพิ่มหรือลดลงจากนี้มากนัก

นายเถลิงศักดิ์ ภูวญาณพงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุและมีข่าวออกไปว่ามีผู้สูญหายหรือเสียชีวิตจำนวนมากนั้น นายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผวจ. ให้ไปตั้งโต๊ะตรวจสอบผู้สูญหาย เสียชีวิต และผู้รอดชีวิตในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ส่วนพื้นที่อื่นที่สูญหายมี 1 คนที่ ต.ทับปริก เป็นชายไม่ทราบชื่อขับรถข้ามสะพานแล้วถูกน้ำพัดหาย ไปทั้งคนทั้งรถ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้พบว่าครอบครัวทองเนียม ซึ่งชาวบ้านระบุว่าพักอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่ รวม 6 คน ถูกกระแสน้ำพัดบ้านพังทั้งหลังและคนในบ้านสูญหายไปทั้งหมด ต่อมาพบศพสมาชิกในบ้าน 2 ศพ ยัง สูญหายอีก 4 คน เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหา แต่คาดว่าอาจจะ เสียชีวิตหมดทั้งครอบครัว ทั้งนี้ จ.กระบี่ สรุปความเสียหาย 8 อำเภอ 49 ตำบล 2 เทศบาล 343 หมู่บ้าน มีประชาชนเดือดร้อน 50,000 กว่าครอบครัว รวม 228,000 คน

ขณะที่นายจามิกร สังข์รอด กำนันตำบลหน้าเขา กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มที่จะคลี่คลายมากขึ้น โดยเฉพาะใน 2 หมู่บ้านของตำบลหน้าเขาที่ได้รับผลกระทบหนักคือหมู่ 6 และหมู่ 7 ประชาชนมีที่พักพิงชั่วคราว 3 จุด คือวัดถ้ำโกบ 300 คน โรงเรียนบ้านห้วยน้ำแก้ว 1,000 กว่าคน และที่อำเภอเขาพนมอีกส่วนหนึ่ง ส่วนผู้สูญหายและเสียชีวิตในครั้งนี้ มีประมาณ 10 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง ส่วนความช่วยเหลือชาวบ้านยังคงต้องการอาหารและเครื่องนุ่งห่มเป็นหลัก แต่ยังได้รับบริจาคน้อยมาก

ส่วนที่ อ.เมืองกระบี่ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่กระทบหนัก นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ กล่าวว่า ภายหลังจากน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา ไหลมาที่ ต.ทับปริก และไหลลงสู่คลองกระบี่ใหญ่จนน้ำเอ่อท่วมในเขตชุมชน ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ที่อยู่ติดแม่น้ำกระบี่อย่างหนัก จากการสำรวจล่าสุดพบมีบ้านเรือนเสียหายหนัก 90 หลัง เสียหายบางส่วนกว่า 200 หลัง ทำให้ประชาชนไม่มีที่พักอาศัยกว่า 400 คน ขณะนี้ได้อพยพมาพักที่โรงเรียนเทศบาล 3 ตลาดเก่า และศูนย์วิทยาศาสตร์และการกีฬาจังหวัดกระบี่ ส่วนมูลค่าความเสียหายขณะนี้คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 11 ล้านบาท

ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ชุดเฉพาะกิจกู้ภัยร่วมระหว่างทหาร ทภ.4, ตชด.42 และ อส.ชุด ฉก.ศรีวิชัย ได้ร่วมกันตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินถล่มนครศรีธรรมราช ที่ ร.ร.มัธยมนบพิตำ โดยช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ถูกตัดขาดใน ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จนถึงขณะนี้ยังมีประชาชนตกค้างอยู่ในพื้นที่หมู่ 3, 4, 7 และ 8 ต.กรุงชิง นับพันคน และยังออกจากพื้นที่ไม่ได้ เนื่องจากถนนและสะพานถูกน้ำป่าไหลหลากพัดขาดหลายจุด โดยเฉพาะสะพานข้ามคลองกลาย จึงมอบหมายให้นายเดชา กังสนันท์ ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช นำ อส.กู้ภัย ชุด ฉก.ศรีวิชัย เข้าพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมประสานทหารกองทัพภาคที่ 4 ขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์บินลำเลียงถุงยังชีพ 900 ชุด จากหน้าที่ว่าการอำเภอนบพิตำ เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ต.กรุงชิง พร้อมลำเลียงคนป่วย 2 คน เด็ก 15 คน และหญิงท้องแก่ใกล้คลอด 1 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ว

ผวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวต่อไปว่า ส่วนราษฎรที่ตกค้างในพื้นที่อีกหลายร้อยคน ทาง อส.ได้ติดตั้งชุดสายสลิงข้ามคลองกลายสำเร็จแล้ว และให้ อส. 8 นาย โหนสายสลิงข้ามคลองในจุดสะพานขาด มีความกว้างราว 50-60 เมตร ไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งมีราษฎรนับร้อยคนยืนรอรับความช่วยเหลือด้วยความหวัง เมื่อเจ้าหน้าที่ข้ามน้ำไปได้แล้ว ได้ติดตั้งเครือข่ายวิทยุสื่อสารในพื้นที่บนภูเขาต่างๆ เพื่อใช้เป็นศูนย์วิทยุสื่อสารประสานงานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกด้วยความสะดวกรวดเร็วต่อไป สำหรับสายสลิงดังกล่าวยังใช้ในการลำเลียงอาหารส่งให้ราษฎรที่ตกค้างอยู่อีกฝั่งได้เป็นระยะๆ การวางแผนช่วยเหลือราษฎรที่ตกค้างคาดว่ายังมีอีกเกือบ 1 พันคนนั้น ในวันนี้หากท้องฟ้าเปิดจะใช้เฮลิคอปเตอร์บินรับผู้ติดค้างอยู่บนภูเขาออกมา

ที่สนาม ร.ร.มัธยมนบพิตำ หมู่ 1 ต.นบพิตำ ศูนย์อำนวยการร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ได้ประชุมวางแผนช่วยเหลือราษฎรที่ติดค้างในพื้นที่ดินถล่มในพื้นที่หมู่ 2, 4, 7 และ 8 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ โดยได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ลำเลียงถุงยังชีพกว่า 500 ชุด ขึ้นบินไปหย่อนเสบียงอาหารให้กับราษฎรที่ติดอยู่บนภูเขา และอพยพราษฎรลงมาเที่ยวละ 20-25 คน ขณะทำการบินสภาพอากาศเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากท้องฟ้าปิดมีฝนตกและเมฆปกคลุมหนาทึบเหนือท้องฟ้าและหุบเขาทั่ว ต.กรุงชิง นักบินต้องใช้ความพยายามและความชำนาญบินเลาะตามช่องเขาเข้าไปด้วยความเสี่ยง เพื่อนำถุงยังชีพไปแจกแก่ราษฎรที่ประสบภัยตามจุดต่างๆหลายจุด ขณะที่การอพยพชาวบ้านออกมากับ ฮ.เกิดความวุ่นวายขึ้น เพราะมีการแย่งกันขึ้น ฮ.เพื่อหนีตายออกมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องจัดระเบียบให้เด็ก สตรี และคนป่วยขึ้นเครื่องก่อน โดยการเข้าแถวตามลำดับความสำคัญ

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ ยังบินลำเลียงอาหารไปส่งและอพยพราษฎรพื้นที่หมู่ 3, 4, 6, 7 และ 8 ต.กรุงชิง ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยด้วยความยากลำบากเนื่องจากสภาพอากาศปิด ฝนตกตลอดทั้งวัน มีเมฆหนาทึบ และอพยพคนได้ครั้งละไม่กี่คน ส่วน ฮ.ซีนุก จากหน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี ที่ขนย้ายคนได้ครั้งละเกือบ 100 คน ยังบินมาไม่ถึง ซึ่งราษฎรมีอาการเจ็บป่วยหนักกว่า 10 ราย ทั้งนี้ ขณะที่ ฮ.แบล็คฮอว์ค บินอพยพราษฎรออกจากพื้นที่ มุ่งหน้ามายังสนาม ร.ร.มัธยมนบพิตำ ระหว่างทางฝนเกิดตกลงมาอย่างหนัก ท้องฟ้ามืดครึ้ม และลมพัดแรง ทำให้ ฮ.ตกหลุมอากาศ ราษฎรที่นั่งใน ฮ.15 คน รวมทั้งสื่อมวลชนต่างตกใจหวีดร้องกันลั่น มีผู้ตกใจเป็นลมไป 2 ราย โดยเฉพาะนางสุวิภา พันธุ์เผือก อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ 8 ต.กรุงชิง ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งมดลูก ถึงกับเป็นลมและอาเจียนด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตาม นักบินสามารถบินฝ่าอากาศและพามาลงสนาม ร.ร.มัธยมนบพิตำ ได้อย่างปลอดภัย

ด้านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอท่าศาลา ได้นำเครื่องสำรองจ่ายไฟขนาด 5 กิโลวัตต์  ไปติดตั้งให้ที่ อบต. กรุงชิง และศูนย์เด็กเล็กอนามัยบ้านเปียน ต.กรุงชิง ได้ใช้ ไฟชั่วคราว เพื่อใช้สื่อสารและหุงอาหารเลี้ยงประชาชน กว่า 1,500 คน เนื่องจากเสาไฟฟ้าแรงสูงในพื้นที่ ต.กรุงชิง ล้มเสียหายกว่า 100 ต้น ทำให้ไม่มีไฟฟ้าใช้และมืดมิดมาหลายวัน สำหรับอนามัยบ้านเปียน ยังขาดแคลนยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาพาราเซตามอล และวัคซีนรักษาโรคต่างๆ โดยมีผู้ป่วยมารักษาวันละ 200 คน และมีผู้บาดเจ็บที่ถูกดินโคลนถล่มอีกหลายสิบราย  รอการช่วยเหลือออกมาด้วย ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เริ่มเครียดมาก เพราะสวนยางพาราและบ้านเรือนพังเสียหาย ด้าน อส.ชุด ฉก.ศรีวิชัย นำเชือกขนาดใหญ่จำนวนมาก นั่ง ฮ.บินไปลงในพื้นที่ เพื่อสร้างสะพานเชือกชั่วคราวข้ามคลองแซะ ที่สะพานถูกน้ำป่าพัดขาดยาวราว 100 เมตร ซึ่งหากสร้างสะพานเชือกสำเร็จในบ่ายวันพรุ่งนี้ จะช่วยชาวบ้านอีกหลายร้อยคนออกจากหมู่บ้านมาได้อย่างปลอดภัย

ขณะเดียวกัน กองทัพภาคที่ 4 ได้จัดชุดแพทย์และพยาบาลพร้อมยาและเวชภัณฑ์ขึ้น ฮ.บินไปส่งลงในพื้นที่บ้านทับน้ำเต้า หมู่ 4 ต.กรุงชิง เพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ ให้แก่ราษฎรในเบื้องต้นก่อน เพราะมีราษฎรที่ตกค้างอยู่บนภูเขาเจ็บป่วยหลายราย สำหรับสภาพความเสียหายของพื้นที่ ต.กรุงชิง เกือบทั้งตำบลพบว่ามีดินภูเขาถล่มลงมา เป็นแนวยาวจนมองเห็นภูเขาลูกต่างๆพังทลายเป็นดินสีแดงทั่วบริเวณ และถล่มลงมาทับถนนสะพานขาดหลายจุด ทำให้ราษฎรที่อพยพออกมาไม่ทันต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก คาดว่าใน อ.นบพิตำ จะเป็นอีกพื้นที่ที่มีความเสียหายไม่น้อยกว่าเหตุการณ์เขาถล่มที่ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ขณะที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช มีเดินภูเขาถล่มเสียหายหลายจุดเช่นกัน

สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมายังมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ แต่ปริมาณ ฝนไม่มากเหมือนหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำท่วมหลายพื้นที่เริ่มลดลงอย่างช้าๆ แต่ส่วนใหญ่ยังท่วมสูงอยู่ คาดว่าหากในวันนี้ฝนไม่ตกซ้ำลงมาอีก ระดับน้ำท่วมขัง และปริมาณน้ำในลำคลองสายต่างๆโดยทั่วไปจะเริ่มลดเรื่อยๆ และน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในสัปดาห์หน้า

สถานการณ์น้ำท่วมในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้ง 6 อำเภอ คือ ปากพนัง เชียรใหญ่ หัวไทร ร่อนพิบูลย์ เฉลิมพระเกียรติ และชะอวด จ.นครศรีธรรมราช สภาพยังน่าเป็นห่วง จุดที่น้ำท่วมหนักที่สุดในขณะนี้คือ ต.ขนาบนาค ต.ปากแพรก ต.บางพระ อ.ปากพนัง ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนจมใต้น้ำ เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบลุ่มรองรับน้ำจากที่สูง ในขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ คลื่นในทะเลอ่าวไทยได้พัดกระหน่ำ บ้านเรือนชาวบ้านที่บ้านปลายแหลมพังเสียหายอีกกว่า 10 หลัง

ส่วนที่ อ.ชะอวด และ อ.เฉลิมพระเกียรติ น้ำไหลบ่าเข้าท่วมสวนปาล์มและสวนยางพารา พื้นที่ราว 7 พันไร่ คนงานและชาวบ้านต้องอพยพออกจากสวนกันจ้าละหวั่น เพื่อไปอยู่ในที่ปลอดภัย ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ น้ำที่ท่วมหนักใน ต.หินตก ต.เสาธง และ ต.ควนพัง แต่เดิมมีความสูง 2 เมตร ได้ลดระดับลงราว 30 ซม. อ.เชียรใหญ่ ผู้นำท้องถิ่นแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เร่งส่งหญ้าแห้งและอาหารสำเร็จรูปไปให้ วัวควายของชาวบ้านที่มีอยู่นับพันตัว ใน 6 ตำบล เพราะสัตว์เลี้ยงอดอาหารมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว เนื่องจากน้ำท่วมนาข้าว ทุ่งหญ้า และเขตป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ รวมทั้ง ปศุสัตว์เริ่มล้มป่วยและเสียชีวิตบ้างแล้ว ที่ อ.หัวไทร น้ำไหลท่วมนากุ้ง บ่อเลี้ยงปลา บ่อเลี้ยงตะพาบน้ำ และฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจอื่นๆ ใน ต.หน้าสตน ต.เกาะเพชร ต.ท่าซอม ผู้ประกอบการได้รับความเสียหายมหาศาล

ด้านพ.ต.อ.ปวร พรพรหมมา ผกก.สภ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งพบศพอยู่ในสวนปาล์ม ริมถนนสายสิชล-สุราษฎร์ธานี ช่วง ต.ทุ่งใส อ.สิชล ไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.สิชล พบศพ นายวรรณยุติ มานะจิตต์ อายุ 52 ปี ภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี นอนคว่ำหน้าติดอยู่ใต้ต้นปาล์ม เสียชีวิตมาแล้วกว่า 20 ชั่วโมง แพทย์ผู้ชันสูตรเปิดเผยว่า นายวรรณยุติเสียชีวิตเนื่องจากจมน้ำ โดยมีคนเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่านายวรรณยุติพยายามเข้าไปช่วยเหลือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกน้ำซัดจนรอดชีวิต แต่ตัวนายวรรณยุติกลับถูกน้ำซัดหายไป หลังจากน้ำลดจึงมาพบศพในวันนี้ ส่งผลให้ขณะนี้ที่ อ.สิชล มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้วรวม 5 ราย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งว่าพบศพคนจมน้ำเสียชีวิตที่คลองบ้านน้ำตก หมู่ 1 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา ผู้เสียชีวิตชื่อนายพรชัย หวานคง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ 1 ต.สระแก้ว อ.ท่าศาลา จมน้ำตายในคลองดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายถูกกระแสน้ำป่าไหลหลากพัดจมน้ำหายไปและมาพบศพหลังจากระดับน้ำเริ่มลดลง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา น้ำจำนวนมากที่ไหลลงมาตามแม่น้ำตาปี และคลองพุมดวง มาบรรจบกันในเขตเทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน ส่งผลให้ระดับน้ำในเขตตลาดพุนพินสูงกว่า 1 เมตร และไหลบ่าเข้าท่วมหน่วยงานราชการ สถานีรถไฟ สถานีตำรวจ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพชาวบ้านออกนอกพื้นที่อย่างยากลำบากเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก ด้านการจราจรจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ออกไปยังถนนสายเอเชีย 41 ช่วง ต.หนองไทร อ.พุนพิน ไปจนถึงเขตรอยต่อ อ.บ้านนาเดิม ระยะทางประมาณ 20 กม. น้ำยังคงท่วมสูงและเชี่ยว รถทุกชนิดผ่านไม่ได้  ส่งผลให้เส้นทางสายใต้ถูกตัดขาด

ส่วนที่ รพ.ท่าโรงช้าง ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย 41 และสร้างต่ำกว่าระดับถนน ทำให้ น้ำไหลบ่าเข้าท่วมสูง แม้ก่อนหน้านี้โรงพยาบาลจะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 ของอาคาร แต่ด้วยปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 จนต้องนำเรือเข้าไปเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทั้งหมดออกจากโรงพยาบาล ก่อนนำส่งต่อด้วยรถยีเอ็มซีของทหาร เพื่อไปรักษาต่อที่ รพ.พุนพิน

ชุดค้นหานายชำนาญ ไมอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ปากหมาก อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งถูกน้ำพัดตกคลองปากหมาก ขณะนำลูกบ้านเข้าซ่อมสะพานป้าปุก โดยใช้ไม้ขนาดใหญ่เขี่ยกิ่งไม้ที่ติดอยู่ใต้ สะพานเพื่อระบายน้ำทำให้จมหายไปตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดชุดค้นหาได้พบศพนายชำนาญถูกกระแสน้ำพัดไปติดใต้กอไผ่ บ้านหัวอาย หมู่ 2 ต.ปากหมาก ห่างจุดเกิดเหตุ 1 กม. ขณะที่อำเภอรอบนอก อาทิ พระแสง ชัยบุรี เวียงสระ ยังคงมีน้ำท่วมสูง ถนนหลายสายถูกตัดขาดเช่นกัน

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี สะพานขนาดใหญ่ข้ามแม่น้ำตาปี ความยาว 220 เมตร ถนนเซาน์เทิร์นซีบอร์ด (กระบี่-กาญจนดิษฐ์) ฝั่งขาเข้า จ.สุราษฎร์ธานี ท้องที่ ต.เขาตอก อ.เคียนซา คู่ขนานกับสะพาน กม.ที่ 85 ได้ถูกกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะปูนซีเมนต์เสริมเหล็กคอสะพานหลุด และน้ำทะลักเซาะดินคอสะพานพังขาดจากตัวเชื่อมสะพานกว้างกว่า 3 เมตร ต้องปิดการจราจร และตัดขาดการเชื่อมระหว่างฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามันโดยสิ้นเชิง หลังจากเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา สะพานคู่ขนานฝั่งขาออกไป จ.กระบี่ เกิดเหตุตอม่อกลางสะพานทรุดลง 1.2 เมตร และถูกน้ำกัดเซาะคานสะพานขาด 30 เมตร หล่นลงในแม่น้ำตาปี มูลค่าความเสียหายนับ 100 ล้านบาท และอาจจะต้องปิดซ่อมบำรุงนานนับปีกว่าจะเปิดใช้บริการได้อีก

นายสมพล พรหมเจียม ผอ.แขวงการทางสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การสัญจรอยู่ในขั้นวิกฤติ ถนนสายหลัก ทางหลวงเอเชีย 41 ขาดช่วง หลัก กม.153-169 ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน กับหลัก กม.165-166 ต.ท่าเรือ อ.บ้านนาเดิม และทางหลวง 417 สายท่าอากาศยาน-ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี กม.14-17 ต.คลองน้อย อ.เมืองสุราษฎร์ธานี และทางหลวง 41 หนองขรี-สุราษฎร์ ล่าสุดคอสะพานทรุดลงแล้ว 2 จุดรถผ่านไม่ได้ น้ำยังท่วมคอสะพานพระจุลจอมเกล้า ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน และถนนมหาดไทยสุราษฎร์-ภูเก็ต น้ำท่วมที่บ้านบางอ้อ ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน โดยไม่มีเส้นทางใดเข้า-ออกตัวเมืองสุราษฎร์ธานีได้เลย

จ.พัทลุง ตลอดคืนที่ผ่านมายังมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนเกิดดินสไลด์เป็นวงกว้างในพื้นที่หมู่ 1 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ และบริเวณหลัง สภ.ศรีนครินทร์ รวมทั้งในพื้นที่ ต.เขาปู่ และ ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต รวม 4 จุด แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่สวนไม้ผลและสวนยางพารา ส่วนในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านคลองหรั่ง ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา พบรอยแยกและการพังของหน้าดิน ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับน้ำตกหนานสูง เทศบาลตำบลคลองทรายขาว ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมโดยทั่วไปในพื้นที่ จ.พัทลุง ล่าสุดน้ำได้ลดลงแล้วจาก 11 อำเภอ คงเหลือพื้นที่น้ำท่วมอยู่แค่ 5 อำเภอ บริเวณริมทะเลสาบสงขลา คือ อ.เมืองพัทลุง ควนขนุน เขาชัยสน บางแก้ว และปากพะยูน ขณะนี้น้ำท่วมหนักอยู่ใน ต.พญาขน ต.ลำปํา และ ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง ระดับน้ำสูง 50-60 ซม. และพื้นที่ อ.ควนขนุน ใน ต.ทะเลน้อย และ ต.พนางตุง มีระดับน้ำท่วมสูง 1.50 เมตร โดยเฉพาะหมู่ 7 บ้านหัวป่าเขียว ต.ทะเลน้อย ชาวบ้าน 33 ครอบครัวยังคงอาศัยอาคารศูนย์ศิลปาชีพ เนื่องจากน้ำยังท่วมขังสูงไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ นายธนกร ตระบันพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พัทลุง เผยตัวเลขความเสียหายด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ ถนนเสียหาย 97 สาย สะพาน 6 แห่ง วัด มัสยิด โรงเรียน และสถานีอนามัย 138 แห่ง มูลค่าความเสียหาย 103,660,400 บาท

นายไพโรจน์ อินทรศรี ปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ช่วงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังใน จ.พัทลุง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ควนขนุน ส่งผลให้ฝูงควายที่เกษตรกร ต.พนางตุง ต.ทะเลน้อย เลี้ยงไว้ในทะเลน้อย ล้มตายลงจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นลูกควายและควายขนาดเล็ก ล่าสุดพบควายตายไปแล้ว 58 ตัว เนื่องจากน้ำในทะเลน้อยท่วมสูงจนควายอ่อนเพลียและหมดแรงจมน้ำตาย ไม่ได้มาจากการเกิดโรคระบาดหรือขาดแคลนอาหาร ซึ่งปกติฝูงควายหลายพันตัวที่เลี้ยงไว้ในทะเลน้อย หากินหญ้าในทะเลน้อยได้อยู่แล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ตรัง ในส่วนของ อ.นาโยง ระดับน้ำเริ่มลดแล้วในหลายตำบล ขณะที่ในเขตเทศบาลนครตรัง หลายจุด น้ำเพิ่มสูงขึ้น บางจุดสูงกว่า 2 เมตร ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมรถผ่านไม่ได้ และพนังกั้นน้ำในพื้นที่ หมู่ 2 ต.หนองตรุด อ.เมืองตรัง พังถล่มลงมา ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมตัวเมืองตรัง ระดับน้ำสูง 2-3 เมตร นายไมตรี อินทุสุต ผวจ.ตรัง สั่งการให้ อส. ตำรวจ และทหาร ร.15 พัน 4 เร่งอพยพราษฎรเป็นการด่วน พื้นที่ที่วิกฤติหนักสุดคือ ต.หนองตรุด และ ต.บางรัก ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำตรังน้ำท่วมตลอดสองฝั่งแม่น้ำ และเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โรงสูบน้ำของการประปาส่วนภูมิภาค จ.ตรัง ถูกน้ำท่วมและต้องงดจ่ายน้ำประปาทั้งหมดแล้ว สร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรใน จ.ตรัง อย่างมาก

ที่ จ.ชุมพร เกิดเหตุหินภูเขา "พ่อตาขุนไกร" ถนนซอยหินตัด หมู่ 8 ต.เขาค่าย อ.สวี จ.ชุมพร ถล่มลงมาทับบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย นายนิพัทธ์ ขำเกิด ผช.ผญบ.หมู่ 8 ต.เขาค่าย เผยว่า ช่วงสายที่ผ่านมา มีก้อนหินขนาดใหญ่น้ำหนักหลายตัน ขนาดเท่ารถบรรทุกสิบล้อ และรถกระบะกว่า 10 ก้อน พังถล่มลงมาจากยอดเขา ทำให้สวนยางพาราและสวนปาล์มของชาวบ้านถูกก้อนหินกลิ้งทับเสียหาย และได้ทับบ้านเลขที่ 156/1 หมู่ 8 ของนางบุบผา นวลจุ้ย อายุ 40 ปี พังทั้งหลัง โชคดีไม่มีใครอยู่ในบ้าน โดยก้อนหินยังกลิ้งไปชนบ้านเรือนบริเวณใกล้เคียงได้รับความเสียหายเล็กน้อยอีก 10 หลังคาเรือน ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากฝนตกติดต่อมาเป็นเวลานาน ดินที่อยู่บนภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหว จึงทำให้ก้อนหินบนภูเขาถล่มลงมา และคาดว่าต้องอพยพคนทั้งหมู่บ้านไปอยู่ที่อื่นเพื่อความปลอดภัย

จากสภาวะคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยสูง 2-3 เมตร พัดเข้าหาตลอดแนวชายฝั่งของ จ.ปัตตานี ส่งผลทำให้พื้นที่ อ.เมืองปัตตานี หนองจิก สายบุรี ไม้แก่น ยะหริ่ง ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ อ.ยะหริ่ง ถูกคลื่นลมแรงพัดกัดเซาะพื้นดินเดิมยุบหายไปในทะเลกว่า 30 เมตร ถนนเลียบชายฝั่งหมู่ที่ 3 บ้านท่าด่าน ต.ตะละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง-อ.ปะนาเระ ระยะทางกว่า 500 เมตร พังเสียหาย จนใช้การไม่ได้ นายมะลีเปง ยายา ชาวบ้านเล่าว่า คลื่นทะเลพัดกัดเซาะจนพื้นดินและถนนลาดยางพังยุบ ตนและครอบครัวต่างหวาดกลัวเกรงว่าคลื่นจะยังคงซัดเข้าหาฝั่ง ทำให้บ้านที่ก่อนหน้านี้อยู่ห่างจากทะเลกว่า 70 เมตร แต่ตอนนี้เหลือเพียง 30 เมตรเท่านั้น ขณะที่ ต.ดาโต๊ะ หมู่ 1 บ้านบุดี หมู่ 2 บ้านตะโล๊ะสะมิแล และหมู่ 3 บ้านบาตาบุดี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง น้ำทะเลยังซัดถนนลาดยางสายริมทะเลเข้าหมู่บ้านพังเป็นระยะทางเกือบ 1 กม.

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ อุทกภัยในภาคใต้มีพื้นที่ประสบภัย 8 จังหวัด 87 อำเภอ 568 ตำบล 4,615 หมู่บ้าน ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี ตรัง ชุมพร สงขลา กระบี่ และพังงา ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 294,097 ครัวเรือน 998,867 คน ผู้เสียชีวิต 21 ราย ใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 2 ราย สุราษฎร์ธานี 4 ราย กระบี่ 6 ราย ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือค่าจัดการศพตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยจ่ายค่าจัดการศพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต จ่ายรายละไม่เกิน 25,000 บาท หากเป็นหัวหน้าครอบครัวจ่ายเงินช่วยเหลืออีกไม่เกิน 25,000 บาท

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ ว่า พื้นที่ทางฝั่งอันดามันจะประสบภัยมากขึ้น แต่ขณะนี้กำลังจับตาดูในส่วนของอ่าวไทยอีกครั้ง เพราะเรื่องการพยากรณ์อากาศยังไม่น่าวางใจ เมื่อถามว่าประชาชนจะต้องอยู่กับสภาพอากาศที่ไม่ปกติอีกนานแค่ไหน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยาบอกว่าอีก 2-3 วัน แต่จะต้องติดตามสถานการณ์ตามความเป็นจริง ขณะเดียวกันการเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละพื้นที่ชาวบ้านจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่ เมื่อถามถึงความชัดเจนของตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่ จ.กระบี่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. มีรายงานยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 6 คน แต่ความจริงพบอีก 1 ราย เรื่องนี้เข้าใจว่ามีการซักซ้อมกับทางผู้นำท้องถิ่นเพื่อตรวจสอบ เพราะฉะนั้นตัวเลขไม่น่าจะผิดพลาด

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ไปดูแล้วหนักใจมากเพราะมีถนน สะพานเสียหายมาก ต้องซ่อมแซม สร้างใหม่ นอกจากนี้ก็ยังมีเรือกสวนไร่นา บ้านช่อง ต้องมาดูว่ามีงบประมาณกลางเหลือเท่าไหร่ เรื่องสำคัญเรื่องแรกคืองบประมาณเพื่อสร้างถนนสะพานเป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนจะสัญจรไม่ได้ เรื่องที่ 2 เรื่องการฟื้นฟูเรือกสวนไร่นาของเกษตรกร เมื่อถามว่าเป็นเพราะในพื้นที่มีการตัดต้นไม้ เพื่อมาทำสวนยางพาราแล้วทำให้ดินไม่อุ้มน้ำหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะสวนยางพาราก็เป็นไม้ชนิดหนึ่ง ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่ากำลังจะสงกรานต์น้ำท่วมได้  พราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ นี่เป็นรอบ 2 แล้วของภาคใต้ สิ่งที่เราจะดูกันต่อคือทางน้ำทั้งหลาย ทำอย่างไรให้ระบายได้เร็ว เพราะฝนมันตกมากเกินไป

ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามค้นหาผู้สูญหายว่า ปัญหาในตอนนี้คือเข้าไป ในพื้นที่ไม่ได้เพราะน้ำมีปริมาณสูงและการขึ้นไปตรวจการทางอากาศยังทำได้จำกัด ฟ้ายังปิดอยู่และมีฝนตกในบางพื้นที่ แต่พื้นที่ใดที่เข้าไปได้ ได้สั่งการไปแล้วว่าให้ใช้กำลังคนและสุนัขทหารเข้าไปดูแล สำหรับปัญหาของคนที่จะมาเกณฑ์ทหารไม่ได้นั้น ได้ให้นโยบายไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องว่าถ้าหน่วยใดที่มีปัญหา หรือคนใดที่มีเหตุผล ความจำเป็นให้ไปแจ้งที่กองอำนวยการตรวจเลือก เขาจะพิจารณาเหตุผลความสมควรต่างๆ และเลื่อนการเกณฑ์ไปปีหน้า ในส่วนบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าไปไม่ได้นั้น ต้องขยับที่กันออกมา ต้องดูที่ปัญหา หากพื้นที่นี้ใช้ไม่ได้ก็ขยับหาพื้นที่ใหม่และจัดรถ จัดเรือไปรับก็แล้วแต่ คิดว่าแก้ปัญหาได้ เพราะมีมาตรการต่างๆอยู่ เจ้าหน้าที่ที่ไปรับการตรวจเลือกอยู่ในระดับผู้พัน มีวิจารณญาณว่าจะแก้ไขอย่างไร

ด้านพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจสื่อสารจัดรถดาวเทียมเคลื่อนที่ประจำในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายทอดสัญญาณติดต่อสื่อสารกับผู้ประสบภัย และยังมีคำสั่งระดมกำลัง ตชด.จากทุกพื้นที่ และเฮลิคอปเตอร์ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด ด้าน พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รองโฆษก สตช. กล่าวว่า ผบ.ตร. มีคำสั่งให้สำนักงานส่งกำลังบำรุง นำถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย และครอบครัวตำรวจ ตามที่ได้รับการร้องขอจากตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่งขณะนี้ บช.ภ.8 ต้องมีการเคลื่อนย้ายเอกสารและอุปกรณ์ที่จำเป็นไปตั้งไว้ชั่วคราวที่ บก.สส. บช.ภ.8 เนื่องจากน้ำท่วมกองบัญชาการ และหลายเส้นทางเข้าพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี

อาจารย์ พุทธพร แข็งแรง ประธานศูนย์ส่งเสริมศิลปิน ศิลปวัฒนธรรมไทย เทพทองพระราชทาน เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ จึงได้ร่วมกับศูนย์การค้าจตุจักรสแควร์, สมาคมผู้ประกอบการตลาดนัดจตุจักร, สมาคมขนส่งทางบก แห่งประเทศไทย, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติสไทย รวมถึงองค์กรภาคเอกชนหลายแห่ง จัดฟรีคอนเสิร์ต "รวมพลังคนไทยปันน้ำใจช่วยชาวใต้" ในวันเสาร์ที่ 2 เม.ย.นี้ ตั้งแต่บ่าย 3 โมง-5 ทุ่ม บริเวณด้านหลังศูนย์การค้าจตุจักรสแควร์ ถนนกำแพงเพชร 2 ตรงข้ามตลาดนัดสวนจตุจักร โดยมีดาราศิลปินลูกทุ่งชื่อดังมาร่วมงาน ภายในงานจะเปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เพื่อส่งไปให้ผู้ประสบภัยในพื้นที่ ขณะเดียวกันผู้ที่ร่วมบริจาคจะได้รับแจกวัตถุมงคลหลวงปู่ทวด ที่ผ่านพิธีจากหลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางภาคใต้

นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ รฟท. กล่าวว่า รถไฟสายใต้ในวันที่ 1 เม.ย. ยังไม่สามารถเดินขบวนรถผ่าน จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ได้ ด้านนายสมชาย จันทร์รอด อธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า น้ำยังคงท่วมบนทางวิ่งและลานจอดเครื่องบินท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช สิ่งที่ต้องระวังคือป้องกันน้ำไม่ให้ท่วมอาคารติดตั้งระบบไฟฟ้า ส่วนไฟฟ้าที่ใช้ในอาคารผู้โดยสารเป็นไฟฟ้าสำรอง หากน้ำท่วมทางวิ่งเป็นระยะเวลานานจะยิ่งส่งผลเสียมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์  สายการบินแอร์เอเชีย  เปิดเผยว่า  แอร์เอเชีย รับเป็นสื่อกลางในการรับส่งสิ่งของบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ติดต่อได้ที่สำนักงานแอร์เอเชีย ที่สนามบินทั่วประเทศ

ขณะที่นางคริสตี้ เอ. เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้ส่งสาส์นแสดงความเสียใจต่อกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของไทย โดยระบุว่า ในนามประชาชนอเมริกัน ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากเหตุอุทกภัยร้ายแรงในภาคใต้ของไทย เราขอสวดภาวนาให้ประชาชนชาวไทย ซึ่งเป็นมิตรเก่าแก่ของเรา นอกจากนี้ ดิฉันขอขอบคุณรัฐบาลและกองทัพเรือไทย ที่ได้ให้ความช่วยเหลือชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้เป็นอย่างดี และชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อตำรวจท่องเที่ยวไทยที่พูดภาษาอังกฤษได้ที่โทร. 1155 หรือที่แผนกบริการบุคคลสัญชาติอเมริกัน สถานทูตสหรัฐอเมริกา หมายเลข (66) 2-205-4049 หรือ (66) 2-205-4000 ในช่วงนอกเวลาทำการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิทเยนทร์ มุตตามระ รอง ผอ.ศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงว่า ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยภาคใต้ 25 คน คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในวันที่ 4-5 เม.ย. ขณะนี้มีพื้นที่ 4 จังหวัด ต้องเฝ้าระวังได้แก่ พัทลุง นครศรีธรรมราช กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ประชาชนติดค้างอยู่ในพื้นที่นับพันราย และเริ่มทยอยช่วยเหลือออกมา ขณะนี้ได้ส่งทหารหน่วยรบพิเศษเข้าไปติดตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ เพื่อให้การสื่อสารในพื้นที่ดำเนินการได้ ทั้งนี้ จะเสนอ ครม.ในวันที่ 4 เม.ย. เพื่อขออนุมัติเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 5 พันบาท รวม 300,000 ครัวเรือน ใช้งบประมาณ 1,500 ล้านบาท พื้นที่เกษตรเสียหาย 732,655 ไร่ เกษตรกรเดือดร้อน 111,827 ราย และมีเส้นทางผ่านไม่ได้ 22 เส้นทาง

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement