วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

5 ปีสังหาร ส.ส.กอบกุล ถึงวันศาลพิพากษาประหาร 'ส.ท.ต่าย'

โดย

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ค. 2549 กระสุนปืนแผดสนั่นสี่แยกไฟแดงนิสสัน หมู่ 2 ต.เจดีย์หัก เขตเทศบาลเมืองราชบุรี โดยมีเป้าหมายเป็นรถกระบะมิตซูบิชิ 4 ประตู หมายเลขทะเบียน ณข 555 ราชบุรี ที่นางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคไทยรักไทย นั่งมากับคนขับ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชบุรี ที่ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัว

สิ้นเสียงกระสุนปืน นางกอบกุล เสียชีวิตคาที่ ส่วนอีก 2 ราย คือ   นายชาตรี ศุภารานันท์ อายุ 53 ปีคนขับรถ และ จ.ส.ต.สายชล แก้วสายทอง อายุ 35 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.ราชบุรี บาดเจ็บสาหัส

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.สมชาย ทองเสงี่ยม สวส.สภ.เมืองราชบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภาค 7 (ขณะนั้น) พล.ต.ต.ชัยชาญ กิตติจันทร์ ผบก.ภ.จว.ราชบุรี พ.ต.อ.ปราโมทย์ ไทรหอมหวล รองผบก. และชุดสืบสวน  รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 กระจายเกลื่อนถนน นับได้ 37 ปลอก รถยนต์ถูกยิงจนพรุนทั้งคัน โดยที่นางกอบกุล ถูกยิงเข้าที่ศีรษะกว่า 20 นัด

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนางกอบกุล พร้อมด้วยนายชาตรี คนขับรถ และ จ.ส.ต.สายชล เลขานุการส่วนตัวรวม 3 คนเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงฉลองบวชลูกชายคนคุ้นเคยกัน ขากลับระหว่างที่รถจอดไฟแดง ทีมมัจจุราช ไม่ทราบจำนวนขับรถกระบะโตโยต้า ไม่ทราบสีและหมายเลขทะเบียน เข้ามาประกบ ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 2-3 คน ที่นั่งในกระบะท้าย จะชักอาวุธปืนเอ็ม 16 รัวยิงถล่มไม่ยั้ง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พุ่งประเด็นสังหารไปที่ ความขัดแย้งเรื่องการเมืองในพื้นที่ จ.ราชบุรี เนื่องจาก นางกอบกุล ได้ออกหน้าสนับสนุนน้องชายร่วมสายโลหิต คือ นายเกชา ตันสมบูรณ์ จนสามารถชนะการเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ราชบุรี และความขัดแย้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ นางกอบกุล คอยดูแลอยู่ในพื้นที่

หลังเกิดเหตุ สื่อมวลชนต่างเกาะติดคดีนี้ พบว่า นางกอบกุล เป็น ส.ส.ที่ทำงานหนัก ทุ่มเทและใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ฐานเสียงแน่น เพราะเติบโตมาจาก ส.จ. จนเป็นนายก อบจ.คนแรกของ จ.ราชบุรี ประกอบกับเป็นญาติของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยิ่งทำให้ฐานเสียงของนางกอบกุล แข็งแกร่งยิ่งขึ้น  ต่อมา นางกอบกุล ได้สร้างตลาดการเกษตรขึ้น เพื่อรวบรวมบรรดาหัวคะแนน ฐานเสียงที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่สนับสนุน ไทยรักไทยไว้ด้วยกัน โดยที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ถูกขับไล่มาจากตลาดศรีเมือง มีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ส.ว.ราชบุรี เป็นเจ้าของ ซึ่งทางการเมืองถือว่ายืนอยู่กันคนละขั้วกับนางกอบกุล และแน่นอนว่าหนีไม่พ้นความขัดแย้ง

ต่อมา พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ซึ่งรับโอนคดีมาทำ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีรวม 6 คน คือ 1. นายวิญญู รัตนวรรณี หรือเลิฟ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ 2. นายอานนท์ พันธ์รัตน์ หรือเอ็ม 3. นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ หรือต่าย ส.ท.เมืองราชบุรี ผู้จัดการตลาดศรีเมืองของนายนภินทร ทำหน้าที่มือปืน 4. นายสงัด พุ่มเพ็ง หรือเปี๊ยก สารวัตรกำนัน ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี ที่ชิงกินยาฆ่าตัวตายหลังทราบว่าถูกออกหมายจับ โดยทิ้งข้อความเขียนด้วยถ่านไม้ไว้บนข้างฝาบ้านว่า "คดีนี้ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.นภินทร" 5. นายจำรณ อ่วมทอง กำนัน ต.หนองกะเจ็ด อ.บ้านราช จ.เพชรบุรี และ 6. นายศุภฤษก์ อ่วมทอง หรือเก่ง บุตรชาย ซึ่งนายจำรณ และนายศุภฤกษ์ พบหลักฐานภายหลังว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไป ทำให้เหลือผู้ต้องหาในคดีนี้ 3 คน

นอกจากนั้นวันที่ 14 ก.ค. 2549 ยังออกหมายเรียก นายนภินทร มารับทราบข้อกล่าวหาจ้างวานฆ่า นางกอบกุล ด้วย !!

อย่างไรก็ตาม  อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้อง นายนภินทร  โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก คณะทำงานพิจารณาพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสำนวนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ประกอบคำให้การเพิ่มเติมของพยานบุคคลที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และอดีต ส.ว. จำนวนเกือบ 25 ปาก เห็นว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏในขณะนี้ ยังไม่พอเพียงที่จะพิสูจน์เอาผิด และนำคดียื่นฟ้องต่อศาล เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ดังนั้น คณะทำงานอัยการจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

คดีนี้เงียบหายไปจากการรับรู้ของสังคมนานถึง 5 ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2554 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ โดยมีนายอนันตศักดิ์ หรือ ส.ท.ต่าย เป็นจำเลยที่ 1 นายวิญญู หรือเลิฟ เป็นจำเลยที่ 2 และ นายอานนท์ หรือเอ็ม จำเลยที่ 3 โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 3  มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้วไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นโทษหนักสุด พิพากษาประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 2-3 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต

ถือเป็นการปิดฉากคดีนี้.