advertisement

1 ปี 'จ่าเพียร' สิ้นวีรบุรุษขาเหล็ก...เขาบูโด

โดย 12 มี.ค. 2554 05:30

12 มี.ค.54 ครบรอบ 1 ปี การเสียชีวิตของ “พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา” อดีต ผกก.บันนังสตา ท่ามกลางข้อกังขา ของครอบครัวในหลายๆ ประเด็น ที่ยังไร้คำตอบ โดยจะมีการทำบุญเล็กๆ ที่วัดคลองเปล...

 

12 มี.ค. 2554 ครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตของ “จ่าเพียร” พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิดขณะนำกำลังออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2553

 

ทั้งนี้ แม้จะผ่านไป 1 ปี แต่เชื่อว่านอกจากภรรยาและลูกๆ ของจ่าเพียรแล้ว หลายคนยังคงไม่ลืมความสูญเสียดังกล่าว และวลี “อยากนั่งกินน้ำชา นินทาเพื่อน” วลีเกือบ จะสุดท้ายของจ่าเพียรก่อนจบชีวิต

ตลอดจนภาพเมื่อครั้งนายตำรวจนักรบได้บากหน้าทั้งน้ำตา หอบแฟ้มผลงานกว่า 30 ปีในชีวิตราชการ ถึงขั้นเคยรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมา ขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรีถึงในทำเนียบรัฐบาล กรณีขอโยกย้ายออกจากพื้นที่ไปใช้ชีวิตสุขสงบบั้นปลายกับครอบครัวก่อนวันเกษียณ แต่กลับไร้ผลจนต้องกลับไปทำหน้าที่และถึงแก่ชีวิต

 

ย้อนกลับไปในวันที่วีรบุรุษเขาบูโดสิ้นใจ เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 12 มี.ค.2553 ขณะที่ พ.ต.อ.สมเพียร ผกก.สภ.บันนังสตา (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) นำกำลังมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านทับช้าง ถนนสายตาเนาะปูเต๊ะ–บ้านทับช้าง หมู่ 9 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมชาวบ้านตามปกติ โดยจังหวะรถกระบะ ทะเบียน กข 9302 ยะลา ของ พ.ต.อ.สมเพียร วิ่งผ่านทางเข้าหมู่บ้าน คนร้ายได้ลอบวางระเบิดทำให้รถกระบะพังยับเยิน

 

ไม่เพียงเท่านั้น คนร้ายที่ดักซุ่มอยู่ข้างทางได้เปิดฉากโจมตียิงถล่มซ้ำเป็นระลอกที่สองจนเกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 10 นาที คนร้ายจึงล่าถอยไป ปรากฏว่า พ.ต.อ.สมเพียร ผกก.เดนตาย ถูกสะเก็ดระเบิดตามลำตัวหลายแห่งนอนจมเลือดอยู่ในรถพร้อมลูกน้องที่ถูกยิงบาดเจ็บอีก 4 นาย คือ ร.ต.ท.กิตติศักดิ์ โลมา อายุ 38 ปี รอง สวป.สภ.บันนังสตา ด.ต.โสภณ อินทรบวร อายุ 36 ปี ส.ต.ท.รวิกร สังข์ศิริ อายุ 28 ปี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.บังนังสตา และ อส.ทพ.      อับดุลอาซิ กาจะลากี อายุ 35 ปี

 

หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.วิชัย แจ้งสกุล รอง ผกก.สส.สภ.บันนังสตา พ.ต.ท.ณรงค์ ธนานันทกุล รอง ผกก.ตชด.ที่ 44 และนายปรเมศวร์ จันทร์แสง ปลัดอำเภอบันนังสตา นำกำลังตำรวจและทหารรุดไปสนับสนุนในจุดเกิดเหตุ และลำเลียงทั้งหมดส่งโรงพยาบาลบันนังสตา โดย พ.ต.อ.สมเพียร มีอาการหนักที่สุด แพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ต่อมาถูกเคลื่อนย้ายไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาทางเฮลิคอปเตอร์

ส่วนในจุดเกิดเหตุพบร่องรอยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบฝังระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ในถังแก๊สปิกนิกจุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ โดยต่อสายไฟลากเข้าไปในป่าข้างทางลึกประมาณ 20 เมตร จังหวะที่รถวิ่งผ่าน ได้กดระเบิดถล่ม แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้างประมาณ 1.50 เมตร ลึกประมาณ 80 เซนติเมตร ตัวรถลอยละลิ่วไปตก    ห่างหลุมระเบิดประมาณ 5 เมตร สภาพรถพังยับเยิน ก่อนยิงถล่มซ้ำจนเกิดการยิงปะทะ

 

ส่วนที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลาทันทีที่เฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำ พ.ต.อ.สมเพียรถึงไปถึง ทีมแพทย์เร่งนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ช่วยปั๊มหัวใจและฉีดยากระตุ้นความดันโลหิต แต่สุดความพยายามยื้อชีวิตของ ผกก.นักสู้ไว้  ได้ สิ้นลมอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เบื้องต้นพบว่า ขาหักทั้ง 2 ข้าง อวัยวะภายในบอบช้ำหนักจากแรง อัดระเบิด มีอาการตกเลือดในช่องท้องและช่องอกจำนวนมาก

สำหรับ ประวัติ พล.ต.อ.สมเพียร เข้ารับราชการครั้งแรกหลังจบจากโรงเรียนตำรวจภูธร 9 เป็นตำรวจลูกแถวยศพลตำรวจอยู่ที่ สภ.บันนังสตา ผ่านการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนับร้อยครั้ง จนเป็นที่ครั่นคร้ามของกลุ่มแนวร่วมและรู้จักกันในแวดวงตำรวจ-ทหารในชื่อ "จ่าเพียร" กระทั่งกรมตำรวจ (ในสมัยนั้น) อนุมัติให้เข้าอบรมหลักสูตรนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรโดยไม่ต้องสอบคัดเลือกได้ เลื่อนยศเป็น "ร.ต.ต."

 

กระทั่ง พ.ศ. 2519 ขณะปะทะกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ร.ต.ต.สมเพียร ถูกระเบิดที่ขาซ้ายเกือบขาด แต่ยังรอดมาได้ ปี 2526 ถูกคนร้ายยิงในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้รับบาดเจ็บกระสุนฝังใน กระทั่งปี 2550 กลับมารับราชการเป็น ผกก.สภ.บันนังสตา ออกกวาดล้างจับกุมโจรใต้ทั้งจับเป็นและจับตายนับสิบคดี จนเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2553 ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้จักรยานยนต์บอมบ์หมายจะสังหาร แต่ก็ยังรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง จนถึงวันที่ 12 ม.ค. 2553

ด้าน นายชุมพล เอกสมยา บุตรชายคนโตของ พล.ต.อ.สมเพียร เปิดเผยว่า โอกาสครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตของพ่อ เวลาประมาณ 08.00 น. วันที่12 มี.ค.นี้ ครอบครัวและคนใกล้ชิดจะจัดงานรำลึกถึง พล.ต.อ.สมเพียรที่วัดคลองเปล จ.ยะลา โดยจะจัดเป็นพิธีเล็กๆ มีการทำบุญเลี้ยงพระและแจกทานแก่คนยากคนจน  สำหรับอนุสาวรีย์ที่ทางราชการเคยบอกว่าจะมีการจัดทำขึ้นนั้น มาจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างไรก็ตาม ครอบครัวได้ใช้เงินของมูลนิธิจ่าเพียรจัดทำรูปหล่อขึ้น แต่ยังไม่แน่ชัดจะนำไปไว้ที่ไหน เพราะปัจจุบันได้รับบริจาคมาแต่ที่ดิน ส่วนสิ่งปลูกสร้างยังไม่มี เพราะยังขาดเงินทุน

 

วันเวลาผ่านไป 1 ปี ยังไม่มีคำตอบในหลายๆ ประเด็นที่ครอบครัวของจ่าเพียรยังคาใจจากผู้เกี่ยวของในทุกๆ ระดับ วันนี้ วีรกรรมจ่าเพียรกลายเป็นเพียงตำนานเล่าขานของครอบครัวและหมู่เพื่อนพ้องน้องพี่ที่รักและศรัทธาการเป็นตำรวจนักรบ ซึ่งทุ่มเทแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้มาเกือบตลอดชีวิต เช่นเดียวกับวีรกรรมนักรบผู้กล้าคนอื่นๆ ที่ได้พลีชีพรายแล้วรายเล่า ท่ามกลางปัญหา ซึ่งนับวันกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะกระหายเลือดและชีวิตของผู้บริสุทธิ์ตลอดจนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจนชินตา...

โหวตข่าวนี้