advertisement

ปืนใหญ่ถล่มเดือด ปะทะอีก หนีตายโกลาหล!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2554 06:15

ไทย-เขมรปะทะกันอีกระลอกสาม หลังหยุดยิงได้แค่วันเดียว โดยสื่อนอกตีข่าว กัมพูชายังเสริมทัพเข้ามาไม่หยุดหลังสื่อไทยประโคมผลปะทะทหารเขมรตายเจ็บเพียบ แต่สื่อเขมรโต้ทันควัน ทหารตายแค่ 1...

หลังผ่านเหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บริเวณพื้นที่พิพาทปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้มีทหารทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บ เสียชีวิต และชาวบ้านต้องหอบข้าวของหนีตายออกมานอก พื้นที่ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงชั่วคราวด้วยการเจรจาของ บิ๊กทหารทั้งสองฝ่ายเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา

ต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 6 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการเปิดเผยจากแหล่งข่าวจากชายแดนเขาพระวิหาร ด้านภูมะเขือ บ้านชำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่า  เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียง ปืนคาดว่าจะเป็นปืนประจำกายยิงปะทะกันเป็นห้วงสั้นๆ ประมาณ 5 นาที บริเวณใกล้กับช่องโดนเอาว์ จุดที่ ส.อ. วุชรินทร์ ชาติคำดี ทหารจาก ร.16 พัน 2 ค่ายบดินทรเดชา จ.ยโสธร เสียชีวิต แหล่งข่าวระบุว่าไม่มีฝ่ายใดเสียชีวิต แต่ทหารไทยสามารถจับทหารกัมพูชาได้ 6 นาย หลังจากทำประวัติเรียบร้อยแล้วจึงได้ปล่อยตัวไปเพราะไม่อยากให้เกิดภาวะตึงเครียด  อย่างไรก็ดี  เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม ไปยังฝ่ายทหาร ยืนยันว่าไม่มีการปะทะและจับตัวชาวกัมพูชา แต่อย่างใด

จากนั้นไม่นานนัก  สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างการเปิดเผยของผู้บัญชาการกองทัพกัมพูชาไม่ระบุนาม ว่าเกิดการปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาอีกเป็นครั้งที่ 3 ในบริเวณพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร เมื่อเวลาประมาณ 18.35 น.แม้ทั้งสองฝ่ายเพิ่งตกลงหยุดยิงกันได้เพียง 1 วัน พร้อมอ้างว่าทหารไทยเป็นผู้เปิดฉากยิงก่อน  ส่วนสำนักข่าวเอพีรายงานอ้างการเปิดเผยของร้อยโทเพ็น ส่อง นายทหารกัมพูชาในพื้นที่พิพาท ระบุว่าเกิดการปะทะที่เขาพนมโตร๊ป หรือภูมะเขือ ห่างจากเขาพระวิหารไป 3 กิโลเมตร ทั้งสองฝ่ายมีการยิงปืนใหญ่ รวมถึงปืนครกใส่กัน แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ต่อมาผู้สื่อข่าวรายงานเวลาประมาณ 20.00 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดการปะทะกันครั้งล่าสุดว่า เกิดขึ้นที่บริเวณชายแดน ในพื้นที่ภูมะเขือ และบ้านโดนเอาว์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยทหารกัมพูชาได้ใช้กระสุนส่องสว่างยิงเข้ามาตกที่ภูมะเขือและช่องโดนเอาว์ ขณะที่ทหารไทยได้ยิงปืนใหญ่ตอบโต้ และการปะทะยังคงดำเนินไป อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากในพื้นที่การปะทะว่า ในช่วงค่ำที่เริ่มเปิดฉากปะทะรอบใหม่นั้น ทหารเขมรได้เปิดฉากใช้ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. ยิงถล่มเข้ามาในเขตไทยอีกระลอก กระสุนตกบริเวณบ้านโนนเอาว์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และตลอดแนวชายแดนจากบ้านโนนเอาว์ ไปจนถึงบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย ระยะทางประมาณ 5 กม. เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ระหว่างนั้นทหารไทยที่ตั้งฐานปืนใหญ่จำนวน 3 ฐาน ได้ใช้ปืนใหญ่ ยิงตอบโต้ไปจนเกิดดวลกันด้วยปืนใหญ่เข้าใส่กันเป็นระลอก และเป็นที่สังเกตว่าการยิงของทหารเขมรได้ใช้หน่วย ตรวจการหน้ายิงลูกแฟร์ หรือไฟส่องสว่างเข้ามาก่อนจะยิงปืนใหญ่ตามมา และค่อนข้างจะแม่นยำ อย่างไรก็ตาม จนถึงช่วงประมาณ 21.00 น. การสู้รบของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงเป็นอย่างดุเดือด มีการยิงถล่มกันด้วยปืนใหญ่อย่างหนักและต่อเนื่อง ซึ่งตรงกับที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า การยิงตอบโต้กันยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าทางผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้พยายามประสานไปยังผู้ใหญ่ ฝ่ายกัมพูชาขอให้หยุดยิง ซึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ฉะนั้น ทางฝ่ายทหารไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้ เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบในการเจรจาหยุดยิง แต่ก็เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ในที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การยิงถล่มของฝ่ายกัมพูชาครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกันทรลักษ์ ต่างพาครอบครัวขนย้ายข้าวของขึ้นรถอพยพหนีภัยกันอลหม่าน ทำให้การจราจรบนเส้นทางสายวารินชำราบ-กันทรลักษ์ รถยนต์ติดกันยาวเหยียดระยะทางประมาณ 10 กม. และเส้นทางสายกันทรลักษ์-ศรีสะเกษ รถราติดยาวเหยียดร่วม 10 กม. เบื้องต้นมีรายงานว่าการยิงถล่มของฝ่ายกัมพูชาครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านโนนเอาว์ ถูกแรงระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่ได้รับบาดเจ็บไปหลายราย ส่วนความเสียหายด้านอื่นๆยังไม่มีรายงานเข้ามา

ด้านนายบุญรวม พงษาปาน ผอ.โรงเรียนบ้านภูมิซรอล เปิดเผยแก่ผู้สื่อข่าวขณะหลบเข้าไปอยู่ในหลุมหลบภัยว่า มีกระสุนปืนใหญ่ถูกยิงจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาตกบริเวณป่าช้าด้านทิศใต้ของวัดภูมิซรอล ประมาณ 10 นัด จนเกิดเพลิงลุกไหม้ลามหลายจุด และสะพานข้าม คลองในหมู่บ้านถูกยิงพังเสียหาย

ส่วนบรรยากาศชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณด่านช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งให้ปิดด่านในเวลา 19.00 น. ทั้งที่ปกติ ด่านจะปิดเวลา 20.00 น. หลังเกิดการปะทะกันอีกรอบระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บ้านภูมิซรอล แหล่งข่าวทางทหารเผยว่า กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ได้วิทยุสั่งการให้ทหารไทยตามแนวชายแดนด้าน จ.สุรินทร์ เตรียมความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม บ้านหนองคันนา ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก ที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานจู่โจมที่ 960 กรมทหารพรานที่ 23 กองทัพภาค 2 ตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ และที่ปราสาทตาควาย บ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรัก ที่ทหารพรานกองร้อยที่ 2602 และกองร้อยที่ 2605 กรมทหารพรานที่ 26 ตั้งฐานปฏิบัติการรับผิดชอบพื้นที่ ขณะที่บริเวณตลาดไทย ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ที่พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชานำสินค้ามือสองมาจำหน่าย พากันติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์ หลังรู้ข่าวการปะทะ ต่างรีบเก็บข้าวของเดินทางออกจากตลาดผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม กลับไปชุมชนโอเสม็ด จ.อุดรมีชัย ฝั่งกัมพูชาทันที

เวลา 22.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจาก อ.ขุนหาญ ติดกับ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่าเกิดการปะทะกันระหว่างที่ทหารไทยกับกัมพูชามาตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน อาทิ ชาวบ้าน ต.ละลายเจริญ อ.กันทรลักษ์ ต.สำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่าง  อ.ขุนหาญ  และ  อ.กันทรลักษ์  ได้อพยพเข้ามาหลบภัยการสู้รบอยู่บริเวณวงกลมขุนหาญ และที่ว่าการอำเภอขุนหาญ ประมาณ 1,000 คน และยังคงมีชาวบ้านอพยพเข้ามาย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เทศบาล ตำรวจ และอาสาสมัคร ต่างระดมเร่งให้ดูแลการช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยนายเทเวศน์ มีศรี ปลัดอำเภอขุนหาญ เปิดเผยว่า ตอนนี้ประชาชนอาศัยอยู่ตามแนวชายแดน พบเห็นลูกปืนเป็นประกายไฟอยู่บนเชิงเขา ได้อพยพเข้ามาหลบที่ในตัวอำเภอขุนหาญอย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย โดยเราได้มีการจัดเตรียมสถานที่พักให้ หลับนอนชั่วคราว 4 แห่ง คือ ห้องประชุม โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ โรงเรียนสิริขุนหาญ โรงเรียนอนุบาลขุนหาญ และวัดศรีขุนหาญ คาดว่าตลอดทั้งคืนจะมีชาวบ้านเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเตรียมเจ้าหน้าที่เทศบาล ตำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อพยพ มีการจัดน้ำดื่มและอาหารบางส่วนให้ แต่ยังขาดอาหารอีกเป็นจำนวนมากอยู่ รวมทั้งได้มีการประสานแพทย์พยาบาลเข้ามาอยู่แลอย่างใกล้ชิด

ต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานถึงผู้บาดเจ็บจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชาหนล่าสุด ทราบแล้วจำนวน 7 ราย เป็นทหาร 5 นาย ชาวบ้าน 2 ราย ประกอบด้วย 1.จ่าสิบเอกสุนทร ไวมงคุณ สังกัด ร.23 พัน 1 2.จ่าสิบเอกสนธยา วรดี 3.สิบเอกวรากร ผ่องตะคุ 4.สิบเอกธนากร บุญเพิ่ม สังกัด ฉก.ทพ.23 และ 5.อส.ทพ.ดุสิต จันทร์มนตรี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย ชื่อนายประมาณ ทองแดง และนางพันธ์ เพชรศิลลา ราษฎรบ้านโนนสำราญ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ โดยผู้บาดเจ็บถูกลำเลียงส่งไปรักษาที่ รพ. กันทรลักษ์ รวม 6 ราย เหลืออีก 1 ราย คือสิบเอกธนากร บุญเพิ่ม ติดอยู่ในพื้นที่ยังนำออกมาไม่ได้ ขณะนี้อยู่ ระหว่างจัดส่ง ฮ.เข้าไปรับตัว ขณะเดียวกัน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้สั่งอพยพชาวบ้านตามแนวชายแดนกัมพูชาด้าน อ.กันทรลักษ์ ออกนอกพื้นที่มาพำนักอยู่บนที่ว่าการอำเภอเมืองศรีสะเกษราว 300 คน เนื่องจากการปะทะเป็นไปอย่างหนักหน่วง

เวลา 22.30 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ได้ให้สัมภาษณ์สื่อถึงการปะทะระหว่างกองกำลังทหารไทยกับกองกำลังทหารกัมพูชาอีกครั้งว่า เมื่อเวลา 21.25 น. ได้รับแจ้งจากทหารไทยในพื้นที่การปะทะกันว่า ทหารกัมพูชาได้หยุดยุติการระดมยิงมายังฝั่งไทยแล้ว ทางทหารไทยจึงยุติการยิงปืนใหญ่เช่นกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่ามาตรการตอบโต้ของไทยทั้งหมดเกิดขึ้นตามความเหมาะสม แต่ยอมรับว่าการยิงตอบโต้ครั้งนี้รุนแรงกว่าการปะทะเมื่อวันที่ 4 และ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เพราะมีกระสุนตกลึกเข้ามาในไทยมากกว่าเดิม และมีทหารบาดเจ็บกว่า 10 นาย แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต เพราะได้ให้อพยพชาวบ้านเข้ามาแล้ว

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement