advertisement

ปืนใหญ่ถล่มไทย ศีรษะขาด เซ่นสงครามเขมร

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ก.พ. 2554 05:30

ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ถึงจุดเดือดเมื่อทหารทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกันนับชั่วโมง ขณะที่จังหวัดอพยพราษฎรหนีตายโกลาหล สุดท้ายทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 8 นาย ชาวบ้านดับ 1 ...

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 ก.พ. ทหารไทยกับทหารกัมพูชาได้เปิดฉากยิงปะทะกันบริเวณฐาน ตชด.เก่า ลำห้วยตามาเลีย พื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระประมาณ 400 เมตร ยาวไปถึงภูมะเขือ เป็นระยะทางประมาณ 2 กม. ห่างจากผามออีแดง ทางขึ้นเขาพระวิหาร ประมาณ 4 กม. โดยทหารเขมรเปิดฉากใช้ปืนเล็กประจำกายทั้งปืนเอ็ม 16 และปืนอาก้า กราดยิงเข้ามายังฝั่งไทยก่อน ทหารจากกองกำลังทหารพรานที่ 23 ที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ จึงใช้ปืนประจำกายยิงตอบโต้กลับไป จนเกิดการยิงปะทะดุเดือดต่อเนื่อง สร้างความตกใจให้กับชาวบ้าน ในพื้นที่ต่างวิ่งหลบหนีเข้าที่กำบังเป็นที่ชุลมุน

ระดมยิงปืนใหญ่ถล่มดังกึกก้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายใช้ปืนประจำกายยิงตอบโต้กันประมาณ 30 นาที ต่างฝ่ายต่างก็เริ่มใช้อาวุธหนักทั้งปืนใหญ่  เครื่องยิงกระสุนปืน 120 มม. และจรวดอาร์พีจี โดยฝ่ายกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่ ถล่มเข้ามายังฝั่งไทย ทหารไทยจึงใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ไปจาก 3 ฐาน คือฐานบ้านโนนศิริ ฐานบ้านโนนเจริญ และฐานซำแต ถล่มเข้าไปยังฝั่งกัมพูชา เสียงระเบิดดังกึกก้องต่อเนื่องตลอดแนวชายแดน หลังจากนั้นก็มีเพลิงไหม้และกลุ่มควันพวยพุ่งมาจากแนวทุ่งหญ้าในพื้นที่ทับซ้อนจุดที่กระสุนปืนใหญ่ของแต่ละฝ่ายยิงไปตก นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มควันจากไฟไหม้บริเวณวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระด้วย

ชาวบ้านหนีตายลงหลุมหลบภัย

หลังเกิดการยิงถล่มปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะที่บ้านภูมิซรอล ใกล้จุดปะทะ ต่างพากันวิ่งหนีเข้าไปในหลุมหลบภัยที่สร้างไว้ ส่วนคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวก็ขับออกจากพื้นที่ไปยังที่ปลอดภัย ขณะเดียวกันก็มีกระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาเข้ามาตกภายในโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา แต่ขณะเกิดเหตุทั้งครูและนักเรียนในโรงเรียนพากันหลบหนีออกจากโรงเรียนไปหมดแล้ว ส่วนชาวบ้านบ้านหนองเม็ก ห่างจากจุดปะทะราว 4 กม. ก็พากันอพยพออกจากพื้นที่ โดยขึ้นรถปิกอัพ ทยอยเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอกันทรลักษ์ ขณะที่ รพ.กันทรลักษ์ คณะแพทย์และพยาบาลต่างเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะที่เกิดขึ้น

ปะทะดุเดือด 2 ชั่วโมงหยุดยิง

กระทั่งเวลา 17.30 น. หลังจากการปะทะกันอย่างดุเดือดของทหารไทยกับทหารกัมพูชานานประมาณ 2 ชม. เสียงปืนทั้ง 2 ฝ่ายก็สงบลงและหยุดยิงในที่สุด ต่อมาผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบสภาพความเสียหายที่บ้านภูมิซรอล พบว่ามีกระสุนปืนใหญ่ตกใส่บ้านไฟไหม้ 2 หลัง คือบ้านของนายสมพร แสงประดับ และบ้านของนายวันดี ชัยสอง เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ 2 ชั้น ปลูกติดกัน ห่างจากตู้ยามตำรวจภูมิซรอลประมาณ 400 เมตร ถูกกระสุนปืนใหญ่ตกใส่ตัวบ้านจนเกิดไฟไหม้วอดทั้ง 2 หลัง แต่ขณะเกิดเหตุคนในบ้านหลบหนีออกไปได้ จึงไม่มีใครได้รับอันตราย

ร.ร.ภูมิซรอลวิทยาโดนบึม 2 ลูก

ส่วนที่โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา พบว่าลูกระเบิดจากทหารกัมพูชายิงตกเข้ามาในบริเวณโรงเรียน 2 ลูก ลูกแรกตกข้างสนามฟุตบอลเป็นหลุมลึก 1 คืบ ส่วนอีกลูกตกหลังอาคารเรียน แรงระเบิดทำให้กระจกหน้าต่างแตกเสียหายหลายบาน นายประมูล แสวงผล ผอ.โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา เผยว่า วันนี้โรงเรียนให้ อบต.เสาธงชัยจัดแข่งขันกีฬา มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็กลับบ้าน จนกระทั่งช่วงเกิดการปะทะกันแรกๆ ผู้ใหญ่บ้านประกาศแจ้งเตือนภัย ก็สามารถอพยพนักเรียนออกไปได้ทันเวลาพอดี ส่วนบริเวณนาข้าวฝั่งตรงข้ามโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ชาวบ้านได้ปลูกสวนยางพาราสูงประมาณ 2 เมตร เป็นจุดตกของลูกระเบิดจากฝั่งกัมพูชา มีลูกระเบิดตกลงมาประมาณ 20 ลูก ทำให้เกิดไฟไหม้เป็นบริเวณกว้างกว่า 50 ไร่ สวนยางพาราของชาวบ้านที่เพิ่งปลูกได้ประมาณ 3 ปี ได้รับความเสียหายหมด

ชาวบ้านถูกระเบิดหัวขาดกระจุย

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าไปเคลียร์พื้นที่ พบศพ ผู้เสียชีวิตอยู่ในร่องน้ำแห้งกลางทุ่งนา ห่างจากโรงเรียนภูมิซรอลประมาณ 1 กม. ชื่อนายเจริญ ผาหอม อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 386/1 หมู่ 13 บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ สภาพศพถูกระเบิดหัวขาดกระจุย เหลือแต่ช่วงคอลงมาเป็นที่น่าสยดสยอง ห่างจากศพประมาณ 300 เมตร มีไฟไหม้ต้นข้าวแห้งเป็นวงกว้าง จากการระเบิดของกระสุนปืนใหญ่ของทหารกัมพูชา นางสดศรี ผาหอม ภรรยาผู้ตายเล่าว่า ตนและสามีมาทำนา ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.00 น. ทางการประกาศให้ประชาชนเข้าไปอยู่ในหลุมหลบภัย เพราะมีเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ได้ยินเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ ตนและสามีจึงวิ่งหาที่หลบ โดยสามีวิ่งลงไปหลบอยู่ในร่องน้ำที่เกิดเหตุ แต่ตนเห็นว่ายังไม่ปลอดภัย พยายามชวนสามีวิ่งไปหลบในหลุมหลบภัยจะปลอดภัยกว่า แต่สามีเข้าใจว่าเหตุการณ์จะไม่รุนแรง บอกว่าหลบอยู่นี้ปลอดภัยแล้ว ประกอบกับความชุลมุน ต่างคนก็ต่างหาที่หลบ กระทั่งเสียงปืนใหญ่เริ่มเบาลง ก็พบศพสามีถูกระเบิดปืนใหญ่เสียชีวิตในร่องน้ำดังกล่าว

"เทือก" ยังไม่ตอบทหารไทยถูกกักตัว

เวลา 17.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยังพูดรายละเอียดเรื่องเหตุการณ์ไม่ได้ จนกว่าจะได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ได้รับรายงานเหตุการณ์ เรื่องที่ทหารไทยกับกัมพูชายิงกันเท่านั้น และยังไม่ได้รับรายงานเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ได้ติดตามสถานการณ์ มาตั้งแต่เมื่อเวลา 15.00 น.แล้ว  เมื่อถามว่า มีข่าวว่าทางทหารกัมพูชาได้จับกุมตัวทหารไทยเอาไว้ถึง 5 นาย และการยิงเข้ามาทางทหารกัมพูชาได้เล็งเพื่อยิงเข้าใส่ชุมชนมากกว่าที่จะยิงตามแนวชายแดน นายสุเทพกล่าวว่า  อย่าเพิ่งพูด รอรายงานก่อน ขณะนี้แม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และคงไม่ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะเขาทำตามหน้าที่คอยติดตามสถานการณ์อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการอพยพประชาชนในพื้นที่แล้วหรือยัง นายสุเทพกล่าวว่า  ยังรอรายงานสถานการณ์ก่อน เมื่อถามย้ำว่า ตอนนี้สถานการณ์รุนแรงหรือไม่  นายสุเทพไม่ได้ตอบคำถามนี้แต่อย่างใด

มท.พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน

เวลา 18.00 น. นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีเหตุปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ได้รับรายงานจาก ผวจ.ศรีสะเกษว่า บริเวณที่เป็นปัญหาที่อำเภอกันทรลักษ์นั้น ฝ่ายปกครองเป็นหน่วยพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุน ในส่วนของการดูแลประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อมีการเตือนภัยประชาชนจะได้ลงหลุมหลบภัยที่มีการเตรียมไว้แล้ว จากนั้นเมื่อสงบลงจะอพยพเคลื่อนย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่ที่มีการสู้รบ ทั้งนี้ สำหรับกระทรวงมหาดไทยมีการตั้งศูนย์เพื่อเป็นหน่วยข่าวรับทราบและรายงานสถานการณ์ ส่วนจังหวัดและอำเภอที่เกิดเหตุการณ์ มีศูนย์ช่วยเหลือประชาชนอยู่แล้ว นอกจากนี้ สำหรับจุดรอยต่อต่างๆ เช่นตามตะเข็บชายแดนที่จังหวัดสุรินทร์หรือสระแก้ว กำลังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายปกครองจะเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที ขณะเดียวกันได้มีการอพยพราษฎรแล้ว 5 หมู่บ้าน รวม 600 ครัวเรือนไปอยู่ยังที่ว่าการอำเภอ ห่างแนวชายแดน 15 กม. และจะอพยพในจุดเสี่ยงทั้งหมดที่ อ.กันทรลักษ์ จำนวน 3 ตำบล รวม 19 หมู่บ้าน

ยืนยันไม่มีทหารไทยถูกจับกุม

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ทหารทั้ง 2 ฝ่ายหยุดยิงแล้ว โดยการประสานงานกันทุกระดับ ทั้งรัฐบาล รัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่จุดประสานงาน ที่วัดแก้วฯ ส่วนที่มีข่าวว่าทหารไทยถูกควบคุมตัวนั้น ความจริงไม่ใช่ เป็นหน้าที่ที่จะประสานกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ไม่มีทหารไทยถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ส่วนที่กัมพูชาออกข่าวนั้นก็แล้วแต่ ทหารก็ทำหน้าที่ของทหารในการติดต่อจนกระทั่งล่าสุดหยุดยิง และไม่มีการถูกควบคุมตัว ส่วนทหารบาดเจ็บมี 4 นาย อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สื่อ กัมพูชารายงานว่า มีการควบคุมทหารไทย โดย พล.อ. เตียบันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา ยืนยันว่ามีทหารไทยถูกจับในวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ 4 นาย และผู้บัญชาการกอง กำลังพื้นที่ทั้ง 2 ประเทศได้นัดเจรจากันในเวลา 20.00 น. แต่ยังไม่ได้ระบุสถานที่ชัดเจน และหากมีการพิจารณาปล่อยตัวทหารทั้ง 4 นายจริง ก็น่าจะเป็นในวันรุ่งขึ้น

ผบ.ทบ.ยันไม่มีทหารไทยถูกจับ

เวลา 18.30 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่บ้านภูมะเขือ ว่า สถานการณ์ล่าสุดเรียบร้อยแล้ว ทหารกัมพูชายุติการปะทะกันเมื่อเวลา 18.00 น. การอยู่ในสนามรบค่อนข้างยากในการประสานงานกัน ช่วงที่มีการรบเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ไม่อยากโทษว่าใครเริ่มก่อน ดังนั้น ทหารทั้งสองประเทศต่างทำหน้าที่ของตนเอง การปะทะกันนานพอสมควร ตั้งแต่ 15.00-18.00 น. ทุกอย่างก็เรียบร้อย แต่ไม่ทราบการสูญเสีย เท่าที่ทราบฝ่ายเราบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวนหนึ่ง ตนบอกว่าถ้ารบกันก็ต้องมีการบาดเจ็บ สูญเสีย มีชาวบ้านภูมิซรอลบาดเจ็บสาหัส เพราะมีกระสุนปืนใหญ่บางนัดตกเข้าในฝ่ายไทยหลังแนวเขาพระวิหาร ส่วนที่มีการข่าวว่าทหารไทยถูกจับนั้นไม่มี ตนเคยว่า แนวเขตชายแดนอยู่ห่างกันไม่มาก ดังนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ อาจจะเกิดการเข้าใจผิดกันก็ได้สถานการณ์การรบที่อยู่ในการกดดัน เวลามีอะไรที่ผิดปกติก็อาจจะมีคนที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดการปะทะกันก็ได้ แต่เราก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย ซึ่งเราก็สามารถหยุดได้ในเวลาที่ไม่นานนัก

ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 8 นาย

สำหรับเหตุการณ์ปะทะครั้งนี้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 8 นาย ถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ประกอบด้วย จ.ส.ต.มงคล พลเยี่ยม อายุ 49 ปี มีเลือดออกใต้ตาจากแรงสะเก็ดระเบิด ทหารพรานดำรง พรหมโอตร อายุ 51 ปี หูอื้อจากแรงระเบิดและมีแผลถลอกที่ข้อมือขวา จ.ส.ต.วิรัตน์ งามสูงเนิน อายุ 49 ปี ปวดศีรษะจากแรงระเบิด ทหารพรานสุวรรณ บ่อแก้ว อายุ 40 ปี ศีรษะแตก พลทหารวิทยา สีนันตะ อายุ 22 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ขาซ้าย จ.ส.อ.สุมน จันประโคน อายุ 50 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่แขน อาสาสมัครเสถียร ศรีมุกดา อายุ 46 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ขา และ ส.อ.ธีรวัฒน์ ศรีวรินทร์ อายุ 26 ปี โดนสะเก็ดระเบิดที่ขา

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement