advertisement

ชาวอุบลฯรุมค้านสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2554 16:07

ประชาชน นศ. และกลุ่มเครือข่ายคนไทยไม่เอาไฟฟ้านิวเคลียร์  ร้องคัดค้านแผนการสร้าง รง.ไฟฟ้านิวเคลียร์ ชี้รัฐให้แต่ข้อมูลด้านดี ปัญหาเขื่อนยังไม่ได้แก้ หวั่นผลกระทบจากกัมมันตรังสี...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ม.ค. 2554 กลุ่มประชาชน นักศึกษา คณาจารย์จาก ม.อุบลราชธานี และ ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ในนามเครือข่ายคนไทยไม่เอานิวเคลียร์ ได้รวมตัวกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี (หลังเก่า) ถ.อุปราช ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี กว่า 300 คน เดินขบวนถือป้ายคัดค้าน และ ป้ายประชาสัมพันธ์ผลกระทบจากการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แห่ไปตามถนนสายหลักในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ก่อนไปสิ้นสุดที่หน้าศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี (ชั่วคราว) ถ.แจ้งสนิท ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 1 เรื่องขอคัดค้านแผนการก่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี


การชุมนุมครั้งนี้ มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองอุบลราชธานี นำแผงรั้วเหล็กกั้นมาตั้งไว้โดยรอบ พื้นที่หน้าอาคารศาลากลางเพื่อป้องกันไม่ ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาภายในอาคารศาลากลาง ทั้งนี้ก่อนที่กลุ่มเครื่อข่ายคนไทยไม่เอานิวเคลียร์ จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลาง ก็ได้มีกลุ่มสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล มาปักหลักชุมนุมเรียกร้องเปิดเขื่อนถาวร กินนอนอาศัยอยู่บริเวณสนามหน้าศาลากลาง กว่า 700 คน มาตั้งแต่วันที่ 12 มค.รวมทั้งยังเข้ามาร่วมชุมนุมคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย

น.ส.สดใส สร่าสงโศรก อายุ 44 ปี หนึ่งในแกนนำเครือข่ายคนไทยไม่เอาไฟฟ้านิวเคลียร์ เผยว่า ตามที่รัฐบาลอนุมัติแผนพีดีพี 2010 โดยมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5 โรง และ กฟผ. ได้ศึกษาเรื่องสถานที่ตั้งที่เหมาะสมไว้ 5 แห่ง โดย 1 นั้นคือที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี จึงทำให้พวกเราภายใต้ชื่อ “กลุ่มเครือข่ายคนไทยไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ออกมาต่อต้านการอนุมัติก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดอุบลราชธานีในครั้งนี้ เพื่อเป็นรณรงค์เผยแพร่ความรู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อย่างรอบด้าน เพราะที่ผ่านมาภาคราชการ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ข้อมูลด้านดีแก่ประชาชนเพียงด้านเดียว แต่ไม่พูดถึงผลกระทบที่ตามมาภายหลัง


แกนนำเครือข่ายคนไทยไม่เอาไฟฟ้านิวเคลียร์ กล่าวต่อว่า จังหวัดอุบลราชธานีมีเขื่อนผลิตไฟฟ้าถึง 2 แห่ง ทั้งเขื่อนปากมูล และเขื่อนสิรินธร โดยทั้ง 2 เขื่อนนี้ก็ได้สร้างผลกระทบแก่ชาวบ้าน รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จนถึงทุกวันนี้  ขณะที่ปัญหาเดิมยังคงอยู่ กลับมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาซ้ำเติม อีกนอกจากนี้ทางเครือข่ายฯเห็นว่า เหตุใดประเทศไทยยังคงต้องสำรองไฟฟ้า หรือ วางแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าอยู่อีก ทั้งๆ ที่พลังงานยังมีอยู่อย่างล้นเกิน และยังมีแผนจัดซื้อกระแสไฟจากประเทศเพื่อนบ้านอีกเป็นอันมาก

"หากมีการสร้างโรงไฟฟ้าไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี แล้วเกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม ดั่งตัวอย่างจากการระเบิดของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ประเทศรัสเซีย เมื่อ 24 ปีก่อน ทำให้สารกัมมันตรังสีทำลายสิ่งแวดล้อม มากกว่าการทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มากกว่ากันถึง 200 เท่า และส่งผลกระทบทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือบางส่วน รัฐบาลจะรับมือได้หรือ" น.ส.สดใส กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.อ.ปรีดา บุตรราช รอง ผอ.รมน.(ฝ่ายทหาร) จ.อุบลราชธานี ได้เป็นตัวแทน นายสุรพล สายพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งติดราชการ มารับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้นำสัญลักษณ์ถังปรมาณูนิวเคลียร์ ไปจุดไปเผาทำลายที่บริเวณสนามหน้าศาลากลางเพื่อเป็นการแสดงออกถึงการไม่เอา โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แม้ พ.อ.ปรีดา จะได้ห้ามปราม และเจรจาขอร้อง กลุ่มผู้ชุมนุมแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล จนเวลาประมาณ 12.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกันกลับไป

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement