advertisement

ดันทวาย-พุน้ำร้อน เมืองกาญจน์เป็นวาระแห่งชาติ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ม.ค. 2554 01:45

รองรับการพัฒนา ในภาคอุตสาหกรรมหากรัฐบาลยังชักช้าไม่ใส่ใจการเดินหน้าจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ประเทศจะเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของโลก...

จากการที่ไทยรัฐเสนอการจัดระเบียบสินค้าชายแดนไทย-พม่าด้านจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้องรองรับโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายใน ประเทศพม่า ซึ่งจะมีการตัดถนนจากทวายเชื่อมมายังกาญจนบุรีนั้น ทำให้เกิดการตื่นตัวในการเตรียมการรองรับการพัฒนาพื้นที่บริเวณจุดผ่านแดน บ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี ด้านบริษัท อิตัลไทย จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า หลังปีใหม่ 2554 นี้ การดำเนินการลงพื้นที่ปรับพื้นที่ถนนลำลอง เพื่อสำรวจศึกษาข้อมูลถนนทวายเป็นระยะทางยาว 160 กม. กำลังจะเสร็จลุล่วงจนสามารถให้รถโฟร์วิลเดิน ทางจากบ้านพุน้ำร้อนไปยังชายทะเลเมืองทวายได้ ทำให้ทางจังหวัดกาญจนบุรีมีความคึกคักมากจนมีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ พัฒนาการค้าผ่านแดนจังหวัดกาญจนบุรีให้ศึกษาและวางแผนในการะพัฒนาภายใต้กรอบ แนวคิดตั้งศูนย์ราชการการค้าชายแดนและเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อรองรับการพัฒนา ในภาคอุตสาหกรรม แต่ปัญหาที่ต้องดำเนินการคือการหาพื้นที่จึงต้องใช้การจัดการผังเมืองเข้ามา กำหนดพื้นที่และให้ทาง อบต.บ้านเก่าต้องปรับยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาให้สอดรับกับการเปิดด่านการ ค้าผ่านแดนแต่ต้องให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งทางด้าน เศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในสังคมที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนด้วย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 ม.ค. นายสมภพ ธีระศาสตร์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยถึงการตั้งเขตอุตสาหกรรมชายแดนพิเศษที่บ้านพุน้ำรอน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรีว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษที่บริเวณด่านข้ามแดนบ้านพุน้ำร้อนถือเป็นจุดเปลี่ยนของ ระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ไม่ใช่เฉพาะปัจจุบัน เราต้องมองไปถึงข้อตกลงทางการค้าเอฟทีเอ (FTA) ที่ประเทศคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติ ต่อไปไม่มีกำแพงภาษี และเป็นเส้นทางที่ขนส่งสินค้าไปสู่ประเทศจีนที่มีจำนวนประชากรมากและถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ดังนั้นการเปิดด่านผ่านแดนที่บ้านพุน้ำร้อนคือเส้นทางใหม่ที่จะเชื่อมต่อ ระบบธุรกิจการค้าโลกสะพัดมากขึ้น การดำเนินการต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องเอาใจใส่และสั่งการในรูปแบบวาระ แห่งชาติจึงจะสามารถบูรณาการการปฏิบัติไปสู่ความสำเร็จอย่างรอบด้านที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยตลอดไป

ส่วนนายธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่นกันว่า ภาคธุรกิจคงต้องช่วยกันร่วมขับเคลื่อนผลักดันตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ไทย-พม่า บริเวณด่านผ่านแดนบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี เป็นการวางกรอบความคิดแค่ในพื้นที่กาญจนบุรีเท่านั้น แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก โครงการสร้างท่าเรือน้ำลึกทวายและสร้างถนนทวายนั้นถือเป็นโครงการพัฒนาทั้ง ระบบเศรษฐกิจของโลก เพราะศูนย์กลางการขนส่งของโลกมีโอกาสที่เปลี่ยนมาตั้งอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นรัฐบาลไทยต้องเร่งเตรียมการรองรับอย่าปล่อยทิ้งให้ภาคเอกชนเดินนำหน้าอย่างเดียวเพราะปัญหาอุปสรรคในเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขในระดับนโยบายของรัฐบาล ลำพังจังหวัดกาญจนบุรีไม่สามารถแก้ไขได้ หากรัฐบาลยังชักช้าไม่ใส่ใจการเดินหน้าจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนที่ บ้านพุน้ำร้อนไม่มีสิทธิ์เกิด ประเทศไทยจะเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของโลก

ดังนั้นหอการค้ากาญจนบุรี และสภาอุตสาหกรรมกาญจนบุรีและกลุ่มนักธุรกิจทุกภาค ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการต่างๆ  หมายรวมถึงภาคท่องเที่ยวจะร่วมกันลงชื่อยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้รับทราบปัญหาและขอให้มีมาตรการในการสั่งการเป็นนโยบายของ รัฐบาลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด.

โหวตข่าวนี้