advertisement

กรุงเก่าพบเศียรพระโผล่อีกข้างต้นโพธิ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ธ.ค. 2553 18:29

พบเศียรพระโผล่ที่วัดไทรน้อย อ.บางบาล ที่อยุธยา ชาวบ้านร่ำลือพระโบราณจมใต้เนินจอมปลวกติดต้นโพธิ์และต้นยางมานาน ด้านเซียนพระพุทธรูปแจง คาดว่าเป็นของเลียนแบบที่ทำมานานแล้ว...

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2553 หลังจากมีข่าวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมเศียรพระพุทธรูปหินทรายที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากต้นโพธิ์ตามธรรมชาติอายุกว่า50ปีที่วัดมหาธาตุ ที่อยู่ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 1 ในมรดกโลกที่ได้รับการโหวตในเว็บไซต์ของยูเนสโก และเว็บไซต์ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก จากนั้นมีชาวบ้านแจ้งผู้สื่อข่าวว่า พบมีความแปลกอีกแห่งอยู่ที่วัดไทรน้อย ต.ไทรน้อย อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณข้างวัดที่เดิมเป็นป่าต้นยางนาและต้นโพธิ์ ที่อยู่ใกล้คลองบางบาล ซึ่งปัจจุบันก็มีความเตียนโล่งไปตามกาลเวลา โดยวัดแห่งนี้วัดโบราณสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมเรียกกันว่าวัดบ้านมอญ

สำหรับความแปลกมหัศจรรย์อยู่ที่ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปีขนาดลำต้น 4 คนโอบ ที่ขึ้นอยู่ติดกับต้นยางนา ขนาด 4 คนโอบและอายุหลายร้อยปีเช่นกัน โดยที่โคนต้นต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ พบกองเนินดินคล้ายกองเนินจอมปลวกขนาดใหญ่มากสุมกองอยู่โคนต้นโพธิ์ติดกับต้นยางนา และในกองเนินจอมปลวกนั้น พบพระพุทธรูปขนาดใหญ่ มีเศียรพระแบบเต็มเศียร กว้างประมาณ 6 นิ้ว โผล่พ้นดินมาตั้งแต่เศียรพระ ลำคอ จนถึงอกพระด้านบน นอกจากนั้นจมอยู่ในกองดินเนินจอมปลวกทั้งหมด  จากตรวจสอบพบว่าเป็นพระพุทธรูปเนื้อปูนปั้น ศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พระองค์ทาด้วยสีขาว ใบหน้าอิ่ม อมยิ้ม ประมาณว่า หากพระพุทธรูปองค์นี้เต็มองค์ หน้าตักของฐานพระที่จมอยู่ใต้ดินจอมปลวกน่าจะไม่ต่ำกว่า 25 นิ้วเช่นกัน ทั้งนี้เศียรพระองค์นี้อยู่ระหว่างความสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตรเศษ

ด้าน นางชิด ป้องกันประเสริฐ อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 ม.6 ต.ไทรน้อย กล่าวว่า ต้นโพธิ์และป่ายางนาที่เห็นในวัดนั้นมีมานานแล้ว ตนเองเกิดที่ ต.ไทรน้อย ข้างวัด เกิดมาจำความได้ ต้นยางและต้นโพธิ์ ก็ต้นเท่า ๆ ที่เห็นทุกวันนี้ จะเล็กกว่าก็ไม่มากนัก ซึ่งเชื่อว่าต้นไม้คู่นี้ ก็อายุหลายร้อยปีแล้ว เพราะตนเองก็ 84 ปี เกิดมาเห็นแบบนี้ สิ่งที่ตนเองเห็นชินตามาแต่เด็ก ๆ จนถึงเป็นสาวและตอนนี้แก่แล้ว คือเนินดินที่เป็นจอมปลวกขนาดใหญ่สูงประมาณ 2 เมตรเศษได้แต่เมื่อหลังน้ำท่วมเมื่อปี 2552 พบว่าเนินดินที่เป็นยอดจอมปลวกขนาดใหญ่ได้พังลงมา เพราะน้ำท่วม จนทำให้เห็นเศียรพระองค์นี้โผล่ออกมาจากเนินดินจอมปลวก และในปี 2553 นี้ก็ถูกน้ำท่วมอีก หลังน้ำลดพระพุทธรูปก็ยังพบเห็นเหมือนเช่นในปัจจุบัน ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าไปขุดนำพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นมาจากเนินดินจอมปลวกใต้ต้นโพธิ์ แต่ชาวบ้านก็มากราบไหว้อธิษฐานขอให้ช่วยเหลือก็ประสบความสำเร็จ ชื่อพระที่พบนั้นไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ ส่วนใหญ่ยังเรียกพระใต้ต้นโพธิ์เหมือนเดิม

ส่วน พระภูมิรัตน์ สุทธิญาโน อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดไทรน้อย กล่าวว่า พระองค์นี้เชื่อว่าเป็นพระโบราณและจมอยู่ใต้กองดินเดินจอมปลวกมานานตามที่คน เฒ่าคนแก่พูดกัน เมื่อเนินดินจอมปลวกพังลงมา พระพุทธรูปก็โผล่พ้นดินให้เห็นเกือบครึ่งองค์ ทุกวันนี้ก็เพียงเอาไม้ไปตีทำเป็นรั้วง่ายเตี้ย ๆ กั้นมิให้ต้นเข้าไปติดพระพุทธรูปองค์นี้เท่านั้น เพราะกลัวเนินดินจะพังทลายลงมา ซึ่งชาวบ้านก็มากราบไว้ประจำ แต่ด้วยความที่เป็นวัดห่างไกล ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยว คนที่เข้ามากราบไหว้ก็เป็นคนในชุมชนเท่านั้น สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเข้าสัมภาษณ์เซียนพระพุทธรูปชื่อดังที่อยู่ในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับคำตอบว่า เศียรพระที่วัดมหาธาตุ เป็นศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยาชัดเจน เป็นของแท้ ส่วนเศียรพระตรงเจดีย์ที่ปกคลุมด้วยรากต้นโพธิ์ที่วัดหน้าพระเมรุ เฉพาะเศียรพระเชื่อว่าเป็นการทำจำลอง เพราะศิลปะของเศียรพระไม่ใช่อยุธยาแท้ มีความผิดเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อย เชื่อว่าเป็นการทำจำลองและช่างฝีมือไม่เซียนมากนัก แต่จากคำบอกเล่าก็เชื่อว่าทำจำลองมานานแล้ว ทั้งนี้การทำจำลองศิลปะพระพุทธรูปสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็เริ่มทำจำลองในวงการกันมานานเกือบ 50 ปีแล้วเช่นกัน ส่วนพระพุทธรูปปูนปั้นที่วัดไทรน้อย นั้นเชื่อว่าเป็นพระโบราณจริง แต่พระเนื้อปูนปั้นจะเป็นพระพุทธรูปสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หรือกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดูจากรูปเศียรพระแล้วก็งดงามเช่นกัน

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement