advertisement

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ต.ค. 2553 18:20

หลังจากที่หลายจังหวัดระดับน้ำเริ่มลดลง ขณะที่หลายพื้นที่ยังจมบาดาลต่อเนื่อง แต่อีกหลายจังหวัดต้องเตรียมหากระสอบทรายกั้นน้ำเป็นการเร่งด่วน งานนี้ภาครัฐจะมีแผนระบายน้ำท่วม เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้เดือดร้อนได้ทั่วหน้าอย่างไร เมื่อต่างคนมุ่งแต่จะผันน้ำออกจากพื้นที่ของตัวเอง...

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมต่อเนื่อง โดยเริ่มกันที่จังหวัดใกล้เคียง เมื่อเวลา 09.30 น. สถานการณ์น้ำที่จังหวัดนนทบุรี ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก โดยชาวบ้านในพื้นที่ได้เตรียมการป้องกันน้ำท่วมและยกสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูงเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม หลายหน่วยงานยังคงต้องติดตามระดับน้ำ ที่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงเวลา 18.00 น. ของวันนี้

ขณะที่จังหวัดปทุมธานี มีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 450 หลังคาเรือน โดยชาวบ้านได้นำกระสอบทรายมากั้น แต่ไม่สามารถป้องกันน้ำที่ทะลักเข้ามาได้ จึงขอวอนหน่วยงานรัฐให้นำกระสอบทรายมาให้ชาวบ้านเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังขอข้าวสารอาหารแห้งเพิ่มเติม เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ถึงแม้จะมีการกักตุนไว้บ้างแล้วก็ตาม ส่วนระดับน้ำที่จังหวัดปทุมธานีอยู่ในระดับทรงตัว โดยเมื่อเวลา 09.45 น. น้ำสูงประมาณ 2.44 เมตร ทั้งนี้หากน้ำยังอยู่ในระดับทรงตัวอยู่ต่อไป ประเมินว่าน้ำจะถูกระบายได้ทัน

สำหรับจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้มีการเตรียมกระสอบทรายไว้กว่า 200,000 ใบ วางเป็นแนวป้องกันชั่วคราว และมีการปิดประตูน้ำ 214 แห่ง เพื่อไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าสู่คลองต่างๆ ในพื้นที่ชั้นใน ส่วนในวันที่ 24-26 ต.ค. น้ำทะเลจะขึ้นสูง ทำให้ต้องชะลอการระบายน้ำ เพื่อบรรเทาน้ำท่วมจากสิงห์บุรีและลพบุรีในระยะนี้ และขอให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี เสริมคันกั้นน้ำให้สูงจากเดิมอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในวันนี้

ด้านการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐบาล เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ถึงอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนที่จะลงเรือเพื่อไปทำพิธีมอบส้วมลอยน้ำ

ส่วนนายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนขนาดใหญ่ 9 แห่ง มีปริมาณน้ำเต็มเขื่อนแล้ว จึงต้องมีการบริหารจัดการและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ พร้อมยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำแม่พริก จ.ลำปาง ไม่ได้พังทลายตามที่มีข่าว แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างก่อสร้าง จึงยังไม่สามารถใช้เก็บกักน้ำได้ แต่สามารถเปิดช่องระบายให้น้ำไหลผ่านเขื่อนได้

ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา มีอำเภอที่ได้น้ำท่วมจำนวน 30 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ขณะที่หลายอำเภอน้ำจะมีระดับเพิ่มสูงขึ้น แต่ที่อำเภอปักธงชัย น้ำได้ลดลงประมาณ 30 ซม. ด้าน นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ที่ ต.จอหอ ตลาด และโคกสูง อ.เมือง จ.นครราชสีมา จำนวนกว่า 2,000 ถุง ซึ่งในพื้นที่ทั้ง 2-3 ตำบล ขณะที่เปิดเผยว่าจากการลงพื้นที่ พบว่าสถานการณ์น้ำในบางพื้นที่ ระดับน้ำทรงตัว โดยบางพื้นที่น้ำลดลง แต่บางพื้นที่น้ำเพิ่มขึ้น ถัดจากตัวเมืองไป อ.โนนสูง พิมาย เฉลิมพระเกียรติ และบัวใหญ่ ระดับน้ำมากขึ้น แต่ที่ อ.สีคิ้ว และขามทะเลสอ ระดับน้ำยังทรงอยู่

และที่จังหวัดกำแพงเพชร หลังจากที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน และยังตกต่อเนื่องบนเทือกเขา อ.คลองลาน ทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมเขต อ.ขาณุวรลักษบุรี เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้าน ม. 7, 9 และ 12 บ้านวังน้ำพุ ต.โค้งไผ่ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากระดับขึ้นเร็วมาก และเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบ้านบางหลังน้ำท่วมจนมิดหลังคา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้นำเรือท้องแบน เข้าไปช่วยชาวบ้านที่ติดอยู่ในบ้านจนสามารถออกมาได้ ด้วยการรื้อหลังคาบ้านออก ก่อนขนของภายในบ้านออกมาทางหลังคาเพื่อขึ้นเรือ

นอกจากนี้ยังมีสถานศึกษาฝั่ง ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมฉับพลัน โรงเรียนเฝ้าระวังสถานการณ์อีก 3 วัน หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะเตรียมประกาศเลื่อนเปิดเทอม มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร และสนามกีฬาก็จมน้ำเช่นเดียวกัน ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำปิง จากการรายงานของสำนักงานชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า น้ำที่ไหลหลากเป็นปริมาณมากขณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากแม่น้ำวังที่ไหลมาจาก จ.ลำปาง มารวมกับน้ำจาก อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก จ.ตาก รวมกับน้ำป่าและน้ำฝนในเขตจังหวัดกำแพงเพชร ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเชี่ยว ผ่านแม่น้ำปิงที่ จ.กำแพงเพชร 1.750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติิ ระดับสูง 3.80 เมตร ถ้าถึงระดับ 4.00 เมตร น้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมเขตชุมชนเทศบาล ขณะที่ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีทีท่าว่าจะทรงตัว โดยเกาะกลางน้ำที่อยู่ในเขตเทศบาล ถูกน้ำท่วมเกือบจมมิดแล้ว ทางจังหวัดโดยนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้ออกประกาศเตือนให้นายอำเภอทุกอำเภอเตือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ให้ขนย้ายสิ่งของ และอพยพคนไปอยู่ในที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำจำนวนมากดังกล่าว จะไหลไปสมทบที่ จ.นครสวรรค์ จากนั้นจะไหลไปสู่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตร.สภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว ได้สนธิกำลังร่วมกับทหารพราน ร้อย ทพ.1206ฯ พร้อมอาวุธขึ้นเรือท้องแบนออกไล่ล่าจระเข้ บริเวณจุดน้ำท่วมที่หมู่บ้านวังมน หมู่ที่ 3 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังชาวบ้านพบจระเข้ขนาดใหญ่ ที่หัวจระเข้มีความกว้างประมาณ 1 ฟุต ที่บุกมากินเป็ดชาวบ้านไปแล้วกว่า 20 ตัว และสุนัขอีก 1 ตัว ล่าสุดยังไม่พบจระเข้ดังกล่าว โดยคืนนี้จะส่งชุดไล่ล่าออกล่าอีกครั้ง นอกจากส่งทีมล่าแล้วได้สั่ง จนท.ทุกคนออกแจ้งเตือนชาวบ้านให้ระวังบุตรหลานอย่าให้ลงเล่นน้ำที่ท่วมขัง และเตือนชาวบ้านอย่าเดินลุยลงน้ำในเวลาค่ำคืนด้วย จากการสอบถามพระซึ่งอยู่บนศาลาฯ วัดวังมน ได้ยืนยันว่า มีจระเข้อยู่ในน้ำที่ท่วมจริง เนื่องจากมีพระลูกวัดจะออกบิณฑบาตตอนเช้ามืด ได้เจอกับจระเข้ตัวดังกล่าวจังๆ บริเวณใกล้ศาลาวัด แต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่า ในฝั่งกัมพูชาซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านวังมนฯ ห่างประมาณ 800 เมตร มีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ ประมาณ 2 ฟาร์ม มีจระเข้อยู่ 100-200 ตัว และมีอยู่ 1 ฟาร์ม แจ้งว่า มีจระเข้ขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัวป่วย เจ้าของจึงคัดแยกออกมา แล้วมาผูกไว้นอกฟาร์ม แต่ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้จระเข้หลุดหายไป ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่จระเข้ทั้ง 2 ตัวเมื่อเจอน้ำท่วม ซึ่งเป็นน้ำใหม่ ทำให้ฟื้นตัวและได้หลุดออกไปหากิน จนข้ามคลองพรมโหด เข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมฝั่งไทยและไปกินเป็ดของชาวไทยก็เป็นได้

และในวันเดียวกันที่จังหวัดนครราชสีมา น้ำได้เข้าท่วมในพื้นที่หลายตำบลของ อ.โนนสูง คือ ต.ด่านคล้า ต.เมืองปราสาท ต.ธารปราสาท ต.จันอัด และ ต.บิง ที่ ต.เมืองปราสาท น้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพขนข้าวของและนำสัตว์เลี้ยงมาอยู่บนถนนที่สูง พระมหาสุรัตน์ อัคครตโน หัวหน้าศูนย์อบรมวัดหนองหว้า ต.ด่านคล้า อ.โนนสูง ได้นำพระภิกษุสงฆ์ในโครงการอุปสมบทหมู่เข้าพรรษา 1 แสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย จำนวน 40 รูป ออกบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งตามอำเภอต่างๆ ในเขต จ.นครราชสีมา ที่นำ้ไม่ท่วม เพื่อนำมาช่วยชาวบ้านที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยนำสิ่งของออกแจกจ่ายชาวบ้านที่ประสบภัย ใน ต.เมืองปราสาท และในหลายอำเภอของ จ.นครราชสีมาที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่น อ.เมือง สูงเนิน ปักธงชัย ปากช่อง ในหลายหมู่บ้านที่น้ำท่วมสูงกระแสไฟโดนตัดขาด ติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้ โทรศัพท์มือถือก็ใช้การไม่ได้ เพราะไม่มีไฟฟ้าชาร์จแบตเตอรี่ ชาวบ้านอยู่ในความมืดมา 2 วันแล้ว เนื่องจากไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 นำถุงยังชีพขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินไปช่วยราษฏร ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกที่จังหวัดชัยภูมิ เผยเตรียมแผนล้อมคอกน้ำท่วม โคราช-ชัยภูมิ สร้างเขื่อนกั้นเป็นวงแหวนชั้นนอก ทำประตูระบายน้ำเปิด-ปิดเขื่อนลำตะคอง ไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวเมือง

ทางกระทรวงคมนาคม เปิดศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ด้วยการรับบริจาคเงิน สิ่งของ และเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับผู้ประสบภัย โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมบริจาค สามารถรวบรวมและนำส่งได้ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนินนอก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา ๐8.๐๐ – 18.๐๐ น. หรือโอนเงินบริจาคผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาสะพานขาว ชื่อบัญชี "คค. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย" บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 021-0-11932-2 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-282-9559, 02-283-3138, 02-283-3066 และ 02-283-3309

ที่จังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านตำบลโผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องเร่งย้ายกบและสัตว์เลี้ยงขึ้นไว้ในที่สูงอีกครั้ง เพราะน้ำใกล้ท่วมอีก โดยระดับน้ำบางแห่งสูงเกินกว่า 2 เมตร และท่วมพื้นบ้านชั้นบน จนทำให้ประชาชนหลายสิบครอบครัวไม่สามารถพักอาศัยหลับนอนในบ้านได้

 

ส่วนที่ อ.เมืองอ่างทอง กระแสน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่ม สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้กัดเซาะทะลุแนวท่อใต้ถนน เข้าท่วมสำนักงานประปาส่วนภูมิภาคอ่างทอง ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ท่วมโรงผลิตน้ำประปา ที่อยู่ในสำนักงานเสียหาย จนไม่สามารถทำการผลิตน้ำประปาได้ เพราะจะทำให้ประชาชนทั้งจังหวัดเดือดร้อน เพราะขาดแคลนน้ำสะอาดบริโภค ขณะเดียวกันเทศบาลเมืองอ่างทอง ได้นำแท่งปูนแบริเออร์สร้างแนวป้องกันน้ำ โดยรอบย่านธุรกิจ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจและสถานที่ราชการสำคัญ ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าท่วม หลังได้รับการแจ้งเตือนจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทอง ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

ด้านศาลปกครองนครราชสีมา ประกาศปิดทำการถึงวันที่ 22 ต.ค. หลังจากที่ประชาชนไม่สามารถเดินทางมาติดต่อราชการได้ เนื่องจากในหลายพื้นที่ เส้นทางการสัญจรถูกน้ำท่วมจนรถวิ่งไม่ได้

 

 

โหวตข่าวนี้