advertisement

อ่างทอง-เมืองกาญจน์ น้ำยังท่วมชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ก.ย. 2553 02:10

อ่างทองยังอ่วมหลังจากที่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อไหลบ่าท่วมบ้านเรือนราษฎร ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะ โดยยังท่วมหนัก 2อำเภอ ขณะที่ จ.กาญจนบุรี น้ำป่าไหลบ่าท่วมแล้ว 5 อำเภอ...

สถานการณ์ความคืบหน้า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2553 ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวานอีก 14 ซม. และล้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 200 หลังคาเรือน รวมทั้งพื้นที่การเกษตร ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ทำให้ประชาชนกว่า 2,000 คนได้รับผลกระทบอย่างหนัก บางจุดท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มระดับสูงขึ้นอีกเรื่อยๆ ทำให้ชาวบ้านในเขต ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ต้องใช้เรือในการเดินทางเข้าออกในหมู่บ้าน แทนรถหรือการเดิน สาเหตุเพราะเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาทยังคงเพิ่มระดับการปล่อยน้ำลง สู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกกล้วยหอม ต้องรีบขุดหน่อกล้วยมาใส่ถุงชำเอาไว้ และขนย้ายไปไว้ในที่สูงเพื่อไม่ให้ถูก น้ำท่วมตายหมด ส่วนทางด้าน อ.เมืองอ่างทอง ระดับน้ำเริ่มลิ้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ริมตลิ่ง ม.1 ต.จำปาหล่อ โดยนายสมชาย อนะวัชกุล นายอำเภอเมือง ได้ออกสำรวจแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงที่ ม.4 ต.ย่านซื่อ และ บริเวณคันดินหน้าสำนักงานการประปาส่วนภูมิภาค จ.อ่างทอง ขณะที่นายชัย สุวพันธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง ได้นำเครื่องจักรกลหนักเร่งสร้างคันเขื่อนดินที่บริเวณหลังวัดสนามชัย ต.ตลาดหลวง ที่เป็นจุดที่เคยถูกน้ำกัดเซาะเข้าท่วมย่านธุรกิจจนเสียหายอย่างหนักเมื่อ ปี 2549 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และขณะนี้จังหวัดอ่างทองมีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเพิ่มเป็น 2 อำเภอ คือ.จำปาหล่อ อ.เมืองอ่างทอง และที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

ส่วนความคืบหน้า น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 16.00น. วันเดียวกัน นายวิโรจน์ เหล่าธนพงศ์ กำนันตำบลหลุมรัง อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กล่าวถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและที่ดินทำกินของ ชาวบ้านในพื้นที่ ต.หลุมรังว่า จากการที่มีฝนตกติดต่อกันเกือบ 10วันทำให้น้ำป่าไหลจากภูเขาลงสู่ห้วยลำอีซู ในพื้นที่ อ.หนองปรือ มารวมกับน้ำในห้วยลำตะเพินที่ไหลบ่าเข้ามาพื้นที่ตำบลหลุมรังที่มีสภาพ พื้นที่ต่ำเป็นแอ่งกระทะ จำนวนน้ำมากเข้าท่วมพื้นที่ชาวบ้านครอบคลุม 11 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 2,3,4,7,10,11,15,16,17,1,2 ราษฎรจำนวนประมาณ 500 ครัวเรือนได้รับความเสียหายน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน บางครัวเรือนต้องช่วยกันอพยพหนีน้ำ ส่วนพื้นที่ทำกินได้รับผลกระทบประมาณ 10,000ไร่ ขณะนี้ สั่งให้ผู้ใหญ่บ้านสำรวจความเสียหาย เพื่อรายงานให้ทางจังหวัด กาญจนบุรีทราบและเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป”

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ อ.พนมทวน ห้วยกระเจา เลาขวัญ บ่อพลอย และ อ.หนองปรือ ได้รายงานความเสียหายจากภัยพิบัติอุทกภัยต่อสำนักงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement