advertisement

เหิมลอบเผากระบะ 4 ประตูของอุทยานฯ วอดคาป่า

โดย 27 ส.ค. 2553 17:00

วายร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย ราดเบนซินจุดไฟเผากระบะ 4 ประตู ของอุทยานฯ คลองพนม วอดทั้งคันคาป่า ตร.ยังไม่รู้สาเหตุ...

เหตุการณ์คนร้ายไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินเปิดเผยเมื่อเวลาประมาณ 03.50 น. วันที่ 27 ส.ค. ร.ต.ท.โสภณ รักษ์เถาว์ ร้อยเวร สภ.พนม รับแจ้งจากนายสุทธิ โกศาจันทร์ พนักงานพิทักษ์ป่าหัวหน้าฐานปฏิบัติการน้ำตกโตนใหญ่ อุทยานแห่งชาติคลองพนม จ.สุราษฎร์ธานี มีคนร้ายปาระเบิดเพลิงเผารถยนต์ตรวจการณ์ได้รับความเสียหาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐิติรัฐ อาษากิจ ผกก.สภ.พนม และพ.ต.ท.ธาดา เพชรกาฬ รอง ผกก.วิทยาการเขต 42 นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณที่พัก ฐานปฏิบัติการน้ำตกโตนใหญ่ บ้านเบญจา หมู่ 4 ต.พลูเถื่อน อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี ภายในเขตอุทยานแห่งชาติคลองพนม พบรถกระบะโตโยต้า 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน นข 172 สุราษฎร์ธานี ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน เบื้องต้นคาดว่าเป็นการวางเพลิงด้วยการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเนื่องจากไม่พบชิ้นส่วนระเบิดและมีร่องรอยไฟติดกับพื้นเป็นทางยาวประมาณ 3 เมตร จากถนนมายังที่รถ

สอบสวนนายสุทธิ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 5 คน ออกลาดตระเวนในพื้นที่ป่าสงวนป่าคลองศก-คลองพนม ด้วยรถยนต์คันที่ถูกวางเพลิง จากนั้น นอนพักค้างคืนที่ฐานปฏิบัติการ โดยจอดรถไว้บริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมามีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น และพบว่า รถถูกเพลิงไหม้จึงช่วยกันดับ แต่ไม่ทันจึงแจ้งเจ้าหน้าที่

ด้าน นายฉัตรชัย พราหมณ์แก้ว ผอ.ส่วนอุทยาน สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 กล่าวว่า เบื้องต้น คาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากความโกรธแค้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาลักลอบตัดไม้บริเวณบ้านเบญจา พื้นที่หมู่ 1 ต.พลูเถื่อน ได้ผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางเลื่อยยนต์ รวมทั้งไม้แปรรูปและไม้ท่อน โดยพบว่า ทั้ง 2 คน เป็นลูกน้องของผู้กว้างขวางคนหนึ่งใน จ.กระบี่ ซึ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นผู้มีอิทธิพลในการบุกรุกพื้นที่ป่า

ทั้งนี้ หลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ สภ.พนม ยังไม่สรุปว่าสาเหตุการเผารถยนต์ครั้งนี้ มาจากเรื่องอะไร เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนยังทราบว่า ก่อนหน้านี้ เกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติคลองพนม เกี่ยวกับการปราบปรามผู้ลักลอบบุกรุกพื้นที่ป่า ถึงขั้นมีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการคนจนมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement