advertisement

ขับจักรยานไฟฟ้า บิณฑบาต หลวงตาไฮเทค

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ส.ค. 2553 19:35

หลวงตาไฮเทค ขับจักรยานไฟฟ้าออกบิณฑบาตร ใน จ.อ่างทอง วอนเห็นใจชราภาพ เดินไม่ไหว เชื่อไม่น่าผิดพระธรรมวินัย ด้านเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชี้ไม่เหมาะสม หวั่นชาวบ้านติเตียน...

พระชราเดินบิณฑบาตไม่ไหวต้องใช้รถจักรยานไฟฟ้าครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์บนถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ตั้งแต่สี่แยกสัญญาณไฟแดง ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง หลังมีชาวบ้านเล่าว่า มีพระขับรถจักรยานไฟฟ้าออกบิณฑบาตจนถึงตลาดสดเทศบาลเมืองอ่างทอง รวมระยะทางไปกลับประมาณ 15 กิโลเมตร  การบิณฑบาตรดังกล่าวเป็นภาพที่แปลกตาของชาวบ้าน หลายคนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ เนื่องจากเป็นถนนสายหลักของจังหวัด

พบพระเสียม ปัญญาวโร อายุ 83 ปี พรรษาที่ 11 จำพรรษาอยู่ที่วัดดอนกระดี่ หมู่ 4 ต.ป่างิ้ว อ.เมืองอ่างทอง ขับรถจักรยานไฟฟ้า 3 ล้อ บิณฑบาตรมาตามถนน มีประชาชนรอใส่บาตรเป็นระยะ

พระเสียม เผยว่า ตั้งแต่บวชออกบิณฑบาตไม่เคยขาด การโปรดสัตว์เป็นกิจอันประเสริฐที่พระพุทธเจ้ากำหนด ถือปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ต้องเลี้ยงชีพด้วยการบิณฑบาตร เพื่อปฏิบัติและศึกษาพระธรรมวินัย เดิมนั้นเดินบิณฑบาตร ครั้นต่อมาต้องการไปโปรดญาติโยมลูกหลานที่อยู่ในตลาดสดเทศบาลอ่างทองที่เคยอยู่อาศัยและเคยทำงานที่สำนักงานเทศบาลเมืองอ่างทอง แต่ระยะทางไกล เดินไม่ไหว จึงต้องใช้บริการรถประจำทาง แต่ขากลับวัดต้องจ้างรถสามล้อไปส่ง เนื่องจากของทำบุญมีมากและต้องเสียเงินค่ารถสามล้อวันละ 40 บาท ส่วนของที่ญาติโยมทำบุญจะนำกลับมาวัดถวายพระ 9 รูป เลี้ยงชีพหรือแจกเป็นทานแก่ชาวบ้านใกล้เคียง

สำหรับรถจักรยานไฟฟ้ามีหมอที่โรงพยาบาลเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา นำมาถวายให้ เพราะเห็นว่าอายุมากเดินบิณฑบาตไม่ไหว  รวมทั้งการเดินทางจากวัดไปปฏิบัติศาสนกิจต้องเดินเท้าร่วม 2 กิโลเมตรเพื่อมาขึ้นรถประจำทางที่ถนนใหญ่ จึงขออนุโมทนาบุญแก่ผู้ที่ถวายให้ ซึ่งได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่า ส่วนการที่มองว่าใช้พาหนะในการบิณฑบาตอาจไม่เหมาะสมนั้น คิดว่าควรละเว้นพระภิกษุที่มีอายุมากเดินไม่ไหว ส่วนความห่วงใยในเรื่องอุบัติเหตุนั้น  ก็ไม่ประมาทระวังอยู่ทุกขณะ เพราะอายุมากประกอบกับพิการทางหูและต้องใส่แว่นสายตา

นายสมพงษ์ เพิ่มพูน ราษฎรที่ใส่บาตรเป็นประจำ เผยว่า การที่พระขับรถไม่น่าจะขัดต่อพระธรรมวินัย หรือมองว่าเป็นอาบัติโลกวัชชะ ที่หมายความว่าชาวโลกติเตียน น่าจะมีข้อยกเว้น เพราะพระที่พายเรือบิณฑบาตก็มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เรือก็เป็นพาหนะเช่นกัน หรือพระสงฆ์ที่อาพาธก็มีข้อยกเว้นให้ฉันอาหารได้ในยามวิกาล เราทำบุญตักบาตรตามวัฒนธรรมประเพณี สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา หลวงตาย่อมมีความจำเป็นต้องใช้ตามยุคสมัย อย่าไปติติงกล่าวหาว่าหลวงตาขับรถจักรยานไฟฟ้าบิณฑบาตร แต่เรื่องที่ตนกังวลคือเรื่องอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

ขณะที่นายเดชา ก่อเกิด นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.อ่างทอง กล่าวว่า ไม่น่าจะมีข้อบัญญัติไว้ในพระธรรมวินัย แต่เป็นเพียงไม่เหมาะสมเท่านั้น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับความจริงว่า การที่พระสงฆ์ใช้พาหนะในการบิณฑบาตร เช่น ช้าง ม้า เรือ ตามภาคต่างๆ และมีภาพผ่านสื่อ  ไม่เห็นว่ามีความผิด เนื่องจากมีเหตุจำเป็น ในขณะที่พระสูงอายุหรืออาพาธขับรถจักรยานไฟฟ้าบิณฑบาต ก็น่าจะมีเหตุผลสมควร และด้วยยุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี จึงมองว่าแปลกตาและอาจไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ท่านก็คงไม่ได้ซิ่งจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ

ทางด้านพระครูสรกิจจาทร เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า เป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจากชาวบ้านติเตียนได้ ทั้งนี้คำจำกัดความของบิณฑบาตคือ การเดินจาริกไปอย่างสงบ ไม่ออกปากร้องขอ เมื่อรับบิณฑบาตได้พอเพียงก็เดินทางกลับ เรื่องนี้ทางคณะสงฆ์จะดูเจตนาและร่วมกันพิจารณาต่อไป

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement