เฉลิม อภิปราย สับ รัฐหมดเม็ดงบประมาณ - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เฉลิม อภิปราย สับ รัฐหมดเม็ดงบประมาณ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 พ.ค. 2553 18:00
10,291 ครั้ง


"เฉลิม" อภิปรายงบอัดรัฐหมกเม็ดคลุมเครือหลายยุทธศาสตร์ โว ยังไม่ถึงเวลาเป็นนายกฯอ้างรอได้...

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 54 ในช่วงเย็นนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่าน่าสังเกตุว่าการตั้งงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหม เทียบกับงบประมาณปี 53 ได้รับเพียง 1.54 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 54 ได้เพิ่มเป็น 1.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 10.6 ถือว่ารัฐบาลเกรงใจกองทัพที่มีส่วนช่วยในการบริหารประเทศ กองทัพจะเรียกร้องอะไรมารัฐบาลก็ตอบสนองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินกริพเพ่น รถถังยูเครน และบอลลูนที่กำลังจะมีการรับมอบในเร็วๆนี้ทั้งที่อยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่รัฐบาลยังต้องกู้เงินต่างชาติมาใช้

หากดูรายละเอียดจะพบว่าปี 54 ทุกเหล่าทัพมีงบซื้ออาวุธถึง 33,296ล้านบาท และยังมีงบประมาณก่อหนี้ผูกพันไปถึงปี 2558 จึงไม่ทราบว่าทำไมต้องนำเงินหลายหมื่นล้านบาทไปซื้ออาวุธมากมายขนาดนั้น และยังมีกระแสข่าวภายหลังสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ว่ามีการเบิกจ่ายเงินไปแล้ว100 ล้านบาทเพื่อมาใช้ในการสลายการชุมนุม จึงไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ขณะที่นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูนพรรคเพื่อไทยได้อภิปรายเน้นย้ำถึงงบประมาณของกองทัพที่ไม่โปร่งใสในการจัดซื้อและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์โดยระบุว่าหาก กองทัพยังไม่ปรับปรุงการซื้ออาวุธที่ไร้ประสิทธิภาพอนาคตยิ่งจะมีปัญหาตามมาเนื่องจากทหารที่เชี่ยวชาญการซ่อมบำรุงอาวุธขณะนี้ทยอยเกษียณอายุกันไปหมดแล้ว

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย อภิปรายเป็นคนต่อมาว่าการจัดทำงบประมาณควรเป็นหน้าที่ของสำนักงบประมาณกระทรวงการคลังไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนนอกจากเอาที่ดินของคุณพ่อที่หัวหินไปขายได้เงินมานิดหน่อย กรณีที่สำนักงบประมาณระบุว่าในปี 54 คาดว่าจีดีพีของประเทศจะโตที่ 7.5%นั้นอยากถามว่าเขียนมาได้อย่างไรเพราะแม้แต่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังระบุว่าเศรษฐกิจของประเทศน่าจะโตไม่เกิน6%เท่านั้น เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่หลายด้านเป็นการตั้งงบประมาณแบบงูกินหาง ดำเนินนโยบายโดยไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลไม่พบนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้คนจนมีโอกาสเหมือนเช่นที่ สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เคยทำไม่จัดงบประมาณให้คนยากจนเพราะเกรงว่าจะเลียนแบบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ตนมีหลักเป็นตัวของตัวเอง ขอเป็นรัฐมนตรี 6 สมัยก็พอวันนี้ยังไม่ใช่วันของตน เพราะตนยังไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนกำหนด พรุ่งนี้(27 พ.ค.) อายุเพิ่งครบ 63 ปียังรอได้เมื่อเปรียบเทียบกับการจัดทำงบประมาณปีก่อนๆจะพบว่าการจัดงบประมาณไม่เน้นภารกิจ ซ่อนงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์ที่ คลุมเคลือ 1.1 แสนล้านบาทเน้นหนักลงพื้นที่ภาคใต้ ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของรัฐยุทธศาสตร์การบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี จัดงบแบบหมกเม็ดถึง 5 แสนล้านกว่าบาท นอกจากนี้ยังจัดสรรงบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์น้อยเกินไปทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกร รวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมก็จัดสรรให้น้อย

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่าการกำหนดแต่ละยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณยังไม่มีความเหมาะสม ด้วย เช่น ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลกจำนวน 3.6 หมื่นล้านบาทถือว่าน้อยเกินไปเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของโลกที่กำลังให้ความสนใจอยู่ หรือยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมั่นของประเทศ 1.6แสนล้านบาทที่เข้าไปดูในเนื้อหาแล้วพบว่ามีการจัดสรรให้พื้นที่ในภาคใต้มากเกินไป ซึ่งรัฐบาลควรจะบริหารประเทศแบบฝนตกให้ทั่วฟ้าการ ตั้งงบประมาณที่ขึ้นมาในหลัก 2ล้านล้านบาทไม่ได้เป็นการตั้งงบประมาณในสถานการณ์ไม่ปกติ แต่เป็นการตั้งงบประมาณที่จินตนาการเอาว่าสถานการณ์ตอนนี้ เป็นปกติ

ทั้งที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนทางการเงินสูงและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ออกรายงานประมาณการณ์เศรษฐกิจ เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาว่าจีดีพีขยายตัวไม่เกิน 5%ซึ่งการประมาณการณ์เศรษฐกิจของไทย ไม่ได้มีการเอาวิกฤติการเงินในกรีซ มาคำนวณด้วยถือว่าไม่เหมาะสม 

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าโดยสรุปแล้วรัฐบาลมีปัญหาในการจัดทำงบประมาณ 3 ข้อ คือ 1.มีการตั้งตัวเลขคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงโดยเฉพาะจีดีพีซึ่งเป็นตัวชี้ วัดรัฐบาลไม่ควรผิดพลาด 2.มีการตั้งงบประมาณรายจ่ายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นพิเศษโดยเฉพาะหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเกิน 5 % คือ กระทรวงศึกษาธิการ 18.7%กระทรวงมหาดไทย 11.2% กระทรวงการคลัง10.1%กระทรวงกลาโหม 170,285,022,900 บาท หรือ 8.2 % และงบกลาง12.8% และ 3. งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็งที่มีการอนุมัติแต่ยังไม่มีการดำเนินการโครงการถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ ในการบริหารงบประมาณ

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า สำหรับกระทรวงมหาดไทย ยืนยันได้เลยว่าไม่มีรมว.มหาดไทยคนไหนเลวร้ายเท่าคนปัจจุบัน ไม่ว่าการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ การจัดซื้อ คอมพิวเตอร์ 3,040 ล้านบาทการซื้อขายตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดนายอำเภอและทุกระดับ แต่งตั้งก่อนแล้วไปเอาสตางค์กันทีหลังงบฉุกเฉินของแต่ละจังหวัดที่ ผวจ.สามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาท ขณะนี้มีการคิดหัวคิว 10%ผู้รับเหมาที่ได้งานในต่างจังหวัดจะต้องให้มาวางเงินในกรุงเทพที่ผ่านมา27ปี กระทรวงมหาดไทย ไม่มีการอนุมัติให้เปิดร้านค้าอาวุธปืน แต่รมว.มหาดไทยคนนี้ อนุมัติเปิด 193 แห่ง เบิกปืนลูกซองและกระสุนจากต่างจังหวัดเข้ามาใช้ใน กทม. ซึ่งตนจะเฉ่งกระทรวงนี้อีกครั้งในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่าพรรคเพื่อไทยจะชู พ.ต.ท.ทักษิณ ที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นผู้ก่อการร้ายในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้อย่างแน่นอนสำหรับกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติรัฐนิติธรรม ทำตัวเป็นทาสรับใช้ จึงขอตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ทั้งหมด 736 ล้านบาททั้งหมดร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวตอนท้ายด้วยว่าหากมีการเลือกตั้งตนจะชูเลยว่านโยบายที่จะสร้างความปรองดองต้องทำอะไรบ้าง

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement