มติโหราจารย์เอกฉันท์ ยึดหมด 7.6 หมื่นล้านบาท - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

มติโหราจารย์เอกฉันท์ ยึดหมด 7.6 หมื่นล้านบาท

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ก.พ. 2553 05:45
72,732 ครั้ง


และแล้วก็มาถึงวันตัดสินคดีประวัติศาสตร์ ยึดทรัพย์อดีตผู้นำประเทศ  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  7.6 หมื่นล้านบาท หลังจาก ไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมความคิดเห็นจากหลายภาคส่วนมานำเสนออย่างต่อเนื่อง ก็มาถึงบทสรุปความคิดเห็นจากผู้ที่มีอาชีพทำนายทายทัก หรือโหร และผู้ที่อยู่ในแวดวงเดียวกันอย่างนักการเมือง..

นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต ฉายา "โหร คมช." ระบุว่าได้ใช้นิมิตมองสถานการณ์หลังจากวันอ่านคำพิพากษาตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  26 ก.พ. ว่า จะมีเหตุการณ์ร้ายและมีคนตาย

"หลังจากวันนี้ภาพนิมิตที่ผมเห็นก็คือ ความวุ่นวาย จะมีเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างคน 2 กลุ่ม ถามว่าเหตุการณ์จะรุนแรงเหมือนกับเดือนเมษายนที่ผ่านมาไหม ผมว่าไม่น่าจะถึง ถ้าเปรียบเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นเหตุการณ์ "สึนามิ" แต่นับจากวันที่อ่านคำพิพากษาวันที่ 26 ก.พ.เป็นต้นไปจะเป็นแค่เหตุการณ์ "อาฟเตอร์ช็อค" เท่านั้น ซึ่งจะมีการปะทะและเกิดเหตุการณ์สูญเสียชีวิตเป็นบางส่วน"

โหรวารินทร์ ระบุว่า การปะทะกันจะเกิดจากความที่คนไม่เข้าใจกัน ลักษณะ มันเป็น "บุพกรรม"มากกว่า แต่ถ้ามีสติ ก็จะผ่านพ้นไปได้ ส่วนประเด็นเรื่องการปฏิวัตินั้น โหร คมช.ระบุว่าภาพนิมิตที่เห็น ยังไม่ปรากฏ แต่เชื่อว่าในวันข้างหน้าบ้านเมืองเราต้องมี แต่ไม่น่าจะเป็นการปฏิวัติแบบที่เอารถถัง เอากองกำลังออกมา

"ภาพที่ผมเห็นหลังจากวันตัดสินคดี ก็คือ บ้านเมืองของเราต้องมีทหารออกมาเป็นกำลังหลักที่จะนำทุกๆ คนมาตั้งโต๊ะคุยกันเพื่อความสมานฉันท์ ทหารจะมาทำหน้าที่ประคับประคองบ้านเมือง ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งพวกเขาจะออกมาช่วยกันดูแล เหตุการณ์ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นมันเป็นกรรมของบ้านเมือง สิ่งที่สามารถจะทำให้เราผ่านไปได้ก็คือผมขอให้ทุกคนยึดถือประโยชน์ของชาติบ้านเมืองเป็นหลัก มากกว่าในการจะไปยึดถือผู้หนึ่งผู้ใด ก็อยากจะฝากให้ทุกๆ คนมีสติเหนือสิ่งอื่นใด"

นอกจากนี้ โหร คมช. ยังทำนายต่อไปอีกว่า นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นผู้ชายที่มีอักษรย่อ ป.ปลา ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าเป็นชื่อจริง โดยอาจจะเป็นชื่อแฝงหรือชื่อเล่นก็ได้

"นายกฯ คนต่อไปจากคุณอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ซึ่งมีอักษรย่อ ป.ปลา นั้นจะเป็นอัศวินม้าขาวมาช่วยชาติบ้านเมือง จะเป็นคนที่มียศบนบ่า จะเป็นทหาร อย่างไรก็ดีในปี 2554 ความวุ่นวายและกรรมต่างๆ จะสิ้นไปแล้ว"

ส่วนผู้นำพลัดถิ่นอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะมีสิทธิ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ โหรวารินทร์ กล่าวว่า ตอนนี้กรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่หมด แต่อนาคตไม่แน่ สิ่งที่อยากจะให้ระวังก็คือตอนนี้ การวางระเบิดในสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะ สถานที่ราชการ และที่ที่เป็นศูนย์ร่วมที่มีผู้คนพลุกพล่าน เช่น อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และส่วนราชการต่างๆ โดยเฉพาะศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และศาลากลางจังหวัด นอกจากนี้จุดที่ต้องระวังก็คือ ที่อยู่ของสื่อมวลชน ทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา จึงจะผ่านพ้นความสูญเสียไปได้

ยึดหมด สงครามนองเลือดยิ่งกว่า 14 ตุลา

ด้าน นายโสรัจจะ นวลอยู่ เจ้าของฉายา "นอสตราดามุสเมืองไทย" ทำนายว่านอกจากจะมีการยึดทรัพย์ทั้งหมดในวันที่ 26 ก.พ.53 นี้ โดยเฉพาะเดือนเมษายนจากอิทธิพลของดาวเสาร์ ราหู พฤหัสบดีที่ทำมุมเสียหมดเลยจะเกิดสงครามการนองเลือดที่ทวีความรุนแรงของ 2 ฝ่าย

"ที่สำคัญในเดือนเมษายน ทายว่าจะมีการปฏิวัติแน่นอน โดยครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติไป-มาของทั้ง 2 ฝ่าย แล้วจะมีผู้เสียชีวิตมากมาย โดยเฉพาะฝ่ายผู้ประท้วง ซึ่งถ้าไม่เกิดในครั้งนี้วันใดวันหนึ่งมันจะต้องเกิด เพราะเป็นไปตามโชคชะตาของบ้านเมือง ซึ่งครั้งนี้ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของประเทศไทย ที่ผมว่าน่าจะและยิ่งใหญ่กว่าเมื่อครั้ง 14 ตุลาคม”

อย่างไรก็ดี นอสตราดามุสเมืองไทย เห็นว่าปีนี้ประเทศไทยจะได้นายกฯ คนต่อไปเป็นทหารแต่จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อเข้ามาจัดระเบียบประเทศ

"ทั้งหมดมันคือชะตาบ้านเมืองที่ต้องเกิดอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้ผมก็อยากจะแนะนำให้ทุกๆ คนช่วยกันสวดมนต์บทชัยมงคลคาถา เพื่อผ่อนเหตุการณ์การสูญเสียจากหนักให้เป็นเบา”

ยึดหมด ก่อกบฏ  รุนแรงกว่า 14 ตุลา

นายเก่งกาจ จงใจพระ เจ้าของฉายา "โหรการเมือง" ทำนายอย่างหนักแน่นว่า คำพิพากษาจะยึดทรัพย์หมดทั้ง 7.6 หมื่นล้านบาท และเหตุการณ์หลังวันที่ 26 ก.พ. จะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

"สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะเตือนก็คือ ช่วง 29 เม.ย.-16 พ.ย. 53 ดวงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เริ่มแย่มากๆ ทายว่าอาจจะถูกลอบฆ่า ปองร้าย เพราะว่าช่วงนี้ตำแหน่งดาวพฤหัสบดีกับดาวเสาร์มันเล็งกัน ตำแหน่งดาวดาวแบบนี้มันเคยเกิดเหตุการณ์กบฏแมนฮัตตันมาแล้ว โดยครั้งนั้น จอมพล ป.พิบูลสงคราม โดนจับตัว ดังนั้น นายอภิสิทธิ์ต้องระวังให้ดีๆ โดยเฉพาะเดือน มิ.ย. อาจจะถูกล้อม เหมือนตอนที่ จอมพล ป. โดนจับตัว หลังจากนั้นจะมีการต่อรอง แล้วทหารอาจจะมาช่วย กลายเป็นกบฏ มันจะเหมือนเหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม บวกกับพฤษภาทมิฬ ประชาชนกับทหารจะออกมาฆ่าฟันกันมากมาย"

สาเหตุใหญ่ที่ทำให้เหตุการณ์ประชาชนกับทหารปะทะกันอย่างรุนแรงมากแบบนี้ โหรเก่งกาจ กล่าวว่า ดวงดาวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่ได้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

"ถามว่าตำแหน่งรองเคยขึ้นเป็น ผบ.ทบ.บ่อยไหม ตำแหน่งเขาเป็นเสธ.แล้วทำไมไปย้ายเขา มันแสดงว่า ตามดวงดาวบอกว่าเขาตั้งใจจะเอาตำแหน่งเสธ.มาเสียบ ผมมองแบบนั้น ผมดูตามเกณฑ์ดาวดาวในช่วง ก.ย.-ต.ค. หลังจากนั้นมันจะมีการก่อวินาศกรรม และก็มีเหตุการณ์ระเบิดตูมๆ โผล่ไปทั่ว รวมถึง กทม.ด้วย เพราะดวงดาวอังคารมันเสีย ซึ่งช่วงหลังสงกรานต์ ดาวอังคารจะเข้าราศีกันต์ รวมกับดาวเสาร์ เล็งดาวมฤตยู ดาวอังคารคือดาวสงคราม ระเบิด คือมันเป็นตำแหน่งมหาจักษ์ เล็งกับดาวมฤตยู หรือดาวสงครามดาวแห่งการเปลี่ยนแปลง ดาวพวกมันเล็งกัน 3 ดวง ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวมฤตยู โดยจะมารุมดาวเมือง คือดาวพฤหัส ในราศีมีน ซึ่งเป็นภพวินาศกับดวงเมือง เห็นแล้วผมก็ไม่กล้าพูด อย่าไปเขียนมากคนจะด่าผม" อ.เก่งกาจ กล่าว

อันตราย ! ดาวบาปพระเคราะห์ 4 ถึงกัน

นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกโหราศาสตร์นานาชาติแห่งประเทศไทย ทำนายการยึดทรัพย์ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ว่า ดวงดาวบอกว่าน่าจะยึดทรัพย์บางส่วน

“ตอนนี้ดาวดาวมันมีลีลาในการแลกเรือนระหว่างดาวแห่งคุณงามความดีกับราหูหรือดาวแห่งความโลภ แล้วในดวง พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นดาวพระเสาร์เล็งราหู ในดวงเดิมด้วย"

อย่างไรก็ดี อ.ภิญโญ บอกว่า ในส่วนที่ดวงที่ดี พ.ต.ท.ทักษิณ ก็มีเหมือนกัน วันนั้นดวงของ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนกับผู้หญิงหากินในการประมง คือเจตนาสุ่มหาปลา แต่ไปเจอขุมเงินขุมทอง ดังนั้นทายว่าจะมีการยึดทรัพย์ แต่ยึดไม่น่าจะหมด ทรัพย์ของภรรยาอาจจะรอด แต่สิ่งที่น่ากลัวก็คือหลังวันที่ 26 ก.พ. ให้จับตาดูดาวอังคาร ซึ่งอยู่ราศีกรกฎ ทำมุมถึงดาวเสาร์ที่อยู่ราศีกันต์ ทำมุมถึงราหูที่อยู่ราศีธนู ทำมุมถึงดาวมฤตยูที่อยู่ราศีมีน แล้วดาวบาปพระเคราะห์อยู่ในมุมแบบนี้ก็อันตราย บาปพระเคราะห์ 4 ถึงกัน แล้วตรึงดวงเมืองอยู่ นั้นเรื่องความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นได้

"โดยเฉพาะดาวอังคาร ซึ่งมันหมายถึงกองกำลังกองทัพ กองโจร อุบัติเหตุ อุบัติภัย ความขัดแย้ง ซึ่งมันโคจรแบบวิปริต เพราะฉะนั้นกองกำลังขาดระเบียบ จะมีปัญหาเรื่องกองกำลังมากมาย มีกองกำลังนอกระบบ ความรุนแรงก็เกิดได้ ฝ่ายความมั่นคงก็ดูแล

"ถามว่าถึงขั้นปฏิวัติไหม ผมเชื่อว่าถ้านายกฯ ไม่ยุบสภาจะมีการปฏิวัติแน่นอน โดยนายกฯ คนต่อไปทำนายได้ว่าตอนนี้เมืองมีอายุ 228 ปี แต่พอเข้าปีที่ 229 คือต้องผ่านวันที่ 21 เมษายน 2553 เป็นต้นไป นายกฯ คนต่อไปจะมีอาชีพในเครื่องแบบ หรือเคยเป็นคนในเครื่องแบบก็ได้ โดยเฉพาะคนทีมีอักษร ป-จ-ฉ-ช-ญ"

ยึดทรัพย์ ปัญหาไม่จบ วิกฤติการเมืองหยั่งรากลึก

ในส่วนของภาคการเมือง นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา แสดงความเชื่อมั่นว่า หลังการพิพากษาคดียึดทรัพย์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้  ไม่ว่าผลจะออกมาในทิศทางใด ก็คงไม่อาจทำให้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทย ที่กินระยะเวลายาวนานมาเกือบ 4 ปีสิ้นสุดลงได้ เพราะปัญหาดังกล่าว ได้กินลึกลงไปในความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของไทย ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงอย่างเดียว

"ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็คือ การที่ฝ่่ายหนึ่งต้องการที่จะทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้สามารถกลับมามีอำนาจทางการเมืองอีกครั้ง เพราะฉะนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะทำอย่างไรก็ได้เพื่อหาเหตุให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง"

ส่วนจะเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่นั้น นายประสพสุข มองว่า คงไม่ใช่เพราะระดับความขัดแย้งทางด้านการเมืองในสังคมไทยปัจจุบัน  ได้สะสมมาเป็นเวลานาน จนยากที่จะให้สามารถขจัดปัดเป่าลงได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็หมายความว่า หากคิดในแง่ดีผลคำพิพากษาออกมาเป็นที่พอใจของฝ่ายหนึ่ง ก็คงทำให้ความขัดแย้งเบาลงบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความขัดแย้งหายไปได้ทั้งหมดแน่นอน

"แนวทางที่จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบสุขนั้น ทางเดียวก็คือ ทั้งสองฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากัน และยอมถอยคนละก้าว เพื่อเปิดการเจรจาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่อย่างไรก็ดี การเจรจานั้น จะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเป็นสำคัญ"

นายประสพสุข กล่าวด้วยว่า การยอมถอยหมายความว่าหากจะยอมอ่อนข้อในประเด็นใด ก็ควรจะมีการออกกฎหมายมารับรองในส่วนนั้นด้วย ส่วนทางเลือกอื่นใดนอกจากการเจรจานั้น สำหรับตัวเขายังมองไม่เห็นทาง

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าคำพิพากษาศาลจะไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะอย่างไรพรรคร่วมรัฐบาล ก็คงจะไม่แตกกัน และหากบริหารราชการกันดี ๆ อดทนต่อสิ่งยั่วยุต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาได้ จนสามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ ก็คงจะสามารถอยู่บริหารจนครบเทอมได้แน่นอน.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement