ในบรรดามิตรประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง คนไทยไว้วางใจเขมรหรือกัมพูชาเป็นอันดับท้ายๆ น้อยกว่าพม่าที่เป็นศัตรูคู่แค้นกันมาโดยตลอด เป็นเพราะในอดีตทุกครั้งที่ไทยมีศึกศัตรูมาประชิด เขมรจะฉวยโอกาสลอบกัดส่งทัพมากวาดต้อนคนไทยตามแนวชายแดนไปเป็นข้าทาสเสมอ
ดังจะหาอ่านได้ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติฯ ที่บันทึกไว้ว่า...เมื่อปี พ.ศ. 2075 ในรัชสมัยพระมหาจักรพรรดิ กรุงหงสาวดียกทัพมาตีไทย พระยาละแวกเจ้าเมืองเขมรเห็นได้ที จึงยกทัพเข้ามาทางปราจีนบุรี กวาดต้อนผู้คนกลับไปจำนวนมาก
หลังจากพม่ายกทัพกลับไป สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงพิโรธมาก จึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปถึงเมืองพระตะบองและละแวก พระยาละแวกเห็นท่าจะแพ้ในการศึก จึงมีราชสาส์นมากราบทูลพระมหาจักรพรรดิ ใจความว่า "ข้าพระองค์ผู้ปกครองกัมพูชา มิได้เกรงพระบรมเดชานุภาพ ที่ไปกวาดต้อนคนจากปราจีนบุรี ขออย่าทรงพิโรธยกทัพมาตีเมือง ข้าพเจ้าจะนำเครื่องราชบรรณาการมาถวาย และเป็นข้าพระบาทตราบชั่วกัลปาวสาน"
หลังจากนั้น 3 วัน พระยาละแวกได้นำเครื่องราชบรรณาการพร้อมด้วยนักพระสุโทและนักพระสุทันเป็นราชบุตรมาเข้าเฝ้า พระมหาจักรพรรดิก็ทรงคลายพิโรธ และขอนำโอรสทั้งสองไปเลี้ยงดู พระยาละแวกก็ยอม จากนั้นก็กวาดต้อนคนชาวปราจีนบุรีกลับคืนมาฝั่งไทย ต่อมาไม่นานญวนได้ยึดเมืองละแวก ไทยจึงส่งกองทัพไปช่วยเพื่อตีเมืองคืน
ในปี พ.ศ. 2113 รัชสมัยพระมหาธรรมราชา หลังจากที่ไทยเสียกรุงให้แก่พม่าเพียงปีเดียว พระยาละแวกได้ถือโอกาสเข้ามาปล้นและตีเมืองนครนายก กวาดต้อนผู้คนแถวจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา กลับไปเขมรจำนวนมากด้วย ทั้งๆที่เคยให้สัจจะว่าจะขอเป็นข้าพระบาทกษัตริย์ไทยชั่วกัลปาวสาน พระมหาธรรมราชาจึงทรงรับสั่งให้ยกทัพไปปราบ ให้ทหารนำปืนจ่ารงค์ยิงไปถูกพระจำปาธิราชของเขมรตายคาที่บนคอช้าง ทัพของเขมรถอยกลับไป แต่ก็ย้อนกลับมาปล้นเมืองอีกหลายครั้ง
ครั้งหนึ่งพระยาละแวกได้ยกทัพมาถึงปากน้ำพระประแดง โจมตีเมืองธนบุรี จับชาวเมืองธนบุรีและนนทบุรีไปเป็นเชลยจำนวนมาก เลยได้ใจรวบรวมคนหมายจะตีกรุงศรีอยุธยา แต่งทัพเรือ 30 ลำ เข้าปล้นบ้านนายก่าย แต่โชคไม่ดีถูกปืนใหญ่ของไทยยิงตายเป็นจำนวนมาก ฝ่ายเขมรแตกทัพหนีกลับไป หนีไม่หนีเปล่ายังกวาดต้อนผู้คนแถวสาครบุรีกลับไปอีกด้วย
ในปี พ.ศ. 2129 พระยาละแวกเห็นว่าไทยกำลังสู้ศึกหงสาวดีอยู่ จึงฉวยโอกาสยกทัพเข้ามาตีเมืองปราจีน สมเด็จพระนเรศวรทรงตรัสว่า "พระยาละแวกตระบัดสัตย์อีกแล้ว จึงต้องยกไปปราบให้ราบคาบ" ผลการศึกกองทัพไทยไล่ตีเขมรไปจนสุดชายแดน ทหารเขมรล้มตายจำนวนมาก
ในปี พ.ศ. 2132 หลังจากสมเด็จพระนเรศวรครองราชย์ ทรงปรึกษาข้าราชการว่า กษัตริย์เขมรมีใจคิดไม่ซื่อ ชอบซ้ำเติมไทยในยามศึกกับพม่า จึงทรงมีพระราชดำริที่จะยกทัพไปแก้แค้นเอาโลหิตมาล้างพระบาท ทรงจัดกองทัพให้ไปตีเมืองปัตบอง เมืองโพธิสัตว์ แล้วเข้าล้อมเมืองละแวกเอาไว้ ทรงล้อมเมืองนานถึง 3 เดือน ยังตีไม่ได้ เสบียงอาหารเริ่มลดน้อย จึงทรงรับสั่งให้ยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยาไปก่อน แล้วจะเตรียมการมาตีในภายหน้า
ต่อมาในปี พ.ศ. 2136 สมเด็จพระนเรศวรจึงทรงยกทัพกลับไปตีกัมพูชาอีกครั้ง พระองค์ทรงจัดทัพเป็น 2 ทาง คือ ทางบกและทางเรือ เข้าตีหัวเมืองสำคัญของกรุงกัมพูชาจนแตกพ่ายไปเป็นลำดับ ฝ่ายกัมพูชาก็ได้ต้านทานสู้รบป้องกันเมืองอย่างสามารถ และยังได้ขอกำลังจากญวนมาช่วยอีก แต่ในที่สุดทัพฝ่ายไทยก็สามารถตีกัมพูชาจนแตกได้สำเร็จ
บ้างก็ว่าศึกครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรทรงจับพระยาละแวกประหารชีวิต นำเลือดมาล้างพระบาทเป็นปฐมกรรม
บ้างก็ว่าพระยาละแวกได้หลบหนีไปพิงพักอยู่เมืองลาว พร้อมด้วยพระมเหสีและโอรสอีก 2 องค์ อีก 3 ปีต่อมา พระยาละแวกและโอรสองค์โตก็สิ้นพระชนม์ที่เมืองลาวนั้น
วันนี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหาขัดแย้งการเมืองรุนแรง สมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา กลับแต่งตั้งอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ คนโง่ก็รู้ว่าลูกหลานพระยาละแวกกำลังคิดอะไรอยู่.
"ลมสลาตัน"




















