วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำรวจคนเร่ร่อนตกค้าง “ม็อบการเมือง” (ชมคลิป)

คนเร่ร่อนในเมือง ปรับตัวตามสถานการณ์การเมืองร้อนแรงและยืดเยื้อ สวมใส่สัญลักษณ์ของม็อบนั้นๆ เพื่อประโยชน์เข้าไปกิน-อยู่ฟรี ซ้ำเติมปัญหาคนเร่ร่อนที่มีอยู่เดิม...

ปัญหาคนที่ใช้ชีวิตพื้นที่สาธารณะหรือคนเร่ร่อน ยังคงเป็นปัญหาที่พบเห็นในสังคมไทยทุกซอกทุกมุม แม้ว่าพวกเขาจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจออกมาใช้ชีวิตเร่ร่อน จากสาเหตุ นานาประการ เช่น คนเร่ร่อนที่เป็นผู้ติดเหล้า คนเร่ร่อนที่เป็นผู้ป่วยข้างถนน คนเร่ร่อนที่มาจากคนจนเมือง คนเร่ร่อนจากการเป็นคนไร้บ้าน และคนเร่ร่อนที่มาจากผู้พ้นโทษ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ถูกครอบครัวและสังคมแวดล้อม ผลักไสไล่ส่ง ประสบปัญหาความยากจน ไม่มีงานทำและหลายคนใช้โอกาสที่มีรถไฟฟรี เดินทางจากชนบทมุ่งหน้ามากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำแต่สุดท้าย หนทางที่วาดฝันของผู้คนเหล่านี้ก็ต้องมาจบลงที่ท้องสนามหลวง และริมคลองหลอด วัดเทพธิดาราม ซึ่งถือเป็นโลกใบเล็กของคนไร้บ้าน ที่มีคนไม่กี่คนจะมองเห็นพวกเขา

จากการเก็บข้อมูลของมูลนิธิอิสรชน พบว่าในแต่ละปี จะพบเห็นคนเร่ร่อนมีจำนวนมากขึ้น จากวิกฤติปัญหาสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้คนเหล่านี้ต้องดิ้นรน ออกมาหางานทำ น้อยคนที่จะมีโอกาส และหลายคนต้องมาใช้ชีวิตในท้องสนามหลวง เพราะไม่มีทางออก จนต้องมากลายเป็นคนเร่ร่อน เก็บขวดพลาสติกขายเพื่อเอาเงินซื้อข้าวกิน บางคนเป็นผู้ป่วยที่พลัดหลงออกจากบ้าน และบางคนใช้พื้นที่สาธารณะเป็นโชว์รูมเพื่อหาเงินประทังชีวิตรายวัน

ขณะที่มีการพบข้อมูลใหม่จากหลายๆ ครั้งที่มีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จนนำมาสู่การชุมนุม ประท้วงจากหลายฝ่ายที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดได้สร้างผลกระทบ ทำให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมบางส่วน ต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนที่ตกค้างจากการมาร่วมกิจกรรมทางการเมือง โดยพบว่ามีผู้ที่มาร่วมชุมนุมตกค้างและกลายเป็นคนเร่ร่อนแล้วกว่า 100 คน


“นที สรวารี” เลขาธิการ มูลนิธิอิสรชน บอกว่า จากการลงพื้นที่สำรวจคนที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ หรือคนเร่ร่อน ในช่วงที่มีปัญหาการเมืองตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ที่มีการชุมนุมของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติรักษาแผ่นดิน ที่ปักหลักชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ก็มีที่เดินทางมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตกค้างอยู่ช่วงหนึ่ง 10–20 คน ทางมูลนิธิได้ติดตามและพูดคุยเพื่อส่งกลับ ขณะที่การชุมนุมของ กปปส.ที่ใช้ถนนราชดำเนินทางมูลนิธิก็พบว่ามีคนที่ตกค้างที่มาจากภาคใต้หลายคน และบางคนมีอาการเบลอๆ มีการพูดคุยสับสน ก็เป็นข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นผู้ชุมนุมที่พลัดหลงและไม่สามารถกลับบ้านได้ นอกจากนี้ยังพบว่าบางคนกลายเป็นผู้ป่วยข้างถนน ซึ่งประเมินคราวๆ น่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ราย จากการชุมนุมปี 2556 – 2557 เท่านั้น

“การตกค้างของคนกลุ่มนี้ ไม่ได้มีเฉพาะการชุมนุมที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่พบว่า มีการสะสมและตกค้างมาเกือบทุกๆ การชุมนุม ตั้งแต่ปี 2516 ปี 2519 ปี 2535 ปี 2546 และปี 2553 ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่ตกค้างจากการชุมนุม เขาสามารถเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งแน่นอนว่าการมาร่วมชุมนุมในที่สาธารณะย่อมต้องมีคนที่ตกค้าง เพราะเดินทางมาจากต่างจังหวัดมาร่วม จะด้วยการขนกันมาหรือสมัครใจมาก็แล้วแต่ ซึ่งเมื่อเข้ามาอยู่ที่ กทม.นานๆ บางคนก็ดื่มเหล้าเมื่อดื่มมากๆ ก็ทำให้มีอาการป่วย ซึ่งสภาพที่คลองหลอดและสนามหลวงส่วนใหญ่คนเร่ร่อนก็จะติดเหล้า ดังนั้น เมื่อคนใหม่เข้ามาเจอคนเร่ร่อนที่อยู่ในพื้นที่ ก็จะนั่งกินเหล้าด้วยกัน จึงติดโรคและกลายเป็นคนป่วยด้วยกัน” นที กล่าว

เขายังบอกอีกว่า ความรับผิดชอบที่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของ นปช. หรือ กปปส. จะเสื้อแดงหรือเสื้อเหลืองต้องตระหนักว่าจะเกิดผลกระทบอย่างแน่นอน และไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะเราทำงานในพื้นที่นี้เป็น 10 ปี และตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีการชุมนุมใหญ่ 3–4 ครั้งก็จะพบว่ามีคนตกค้างตลอด ดังนั้น ทุกการชุมนุมจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ คนที่พาคนเหล่านี้มาต้องมีความรับผิดชอบเชิงสังคม

เมื่อทราบข้อมูลคนเร่ร่อนที่ตกค้างจากการชุมนุมแล้ว ทีมข่าวไทยรัฐทีวี ได้ลงพื้นที่สำรวจในพื้นที่คลองหลอดวัดเทพธิดาราม ท้องสนามหลวง และสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นเวลา 5 วัน พบว่ามีคนเร่ร่อนจำนวนไม่น้อย นำริบบิ้นธงชาติ สัญลักษณ์ของกลุ่ม กปปส.มาใส่เพื่อป้องกันตัวเองและเข้าไปกินข้าวฟรีในม็อบ และยังพบว่า บางส่วนถูกชักชวนมาให้ร่วมชุมนุม โดยมีนำรถบัสขนมาจากต่างจังหวัด และนำมาร่วมเดินขบวนในวันที่มีการชุมนุมใหญ่ เมื่อการชุมนุมยังไม่มีความเคลื่อนไหวก็ปล่อยให้เข้ามารออยู่ท้องสนามหลวง บางคนอยู่ในพื้นที่กว่า 3 สัปดาห์แล้ว ซึ่งไม่แน่ใจว่า เขาจะต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนที่สนามหลวงอย่างถาวรหรือไม่ และคนเร่ร่อนบางคนเคยถูกคนหลอกให้ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.หรือ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา โดยมีการว่าจ้างจะให้เงินวันละ 300 บาท แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ให้เงินตามที่ตกลงไว้

คนเร่ร่อนที่ตกค้างจากการชุมนุมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้จำนวนคนเร่ร่อนในเมืองมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และยังคงเป็นส่วนที่เพิ่มเข้ามาซ้ำเติมปัญหาคนเร่ร่อนเดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข..!!
(ชมคลิป)