advertisement

สำนักปลัดกลาโหม สั่งเสริมกำลัง รปภ.เข้ม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ม.ค. 2557 15:30

ยกระดับ รปภ.สำนักปลัดกลาโหม เพิ่มกำลังทหาร รอบรั้วลวดหนาม 2 ชั้น ติดกล้องวงจรปิด ขณะทีม รปภ.รีบนำ นายกฯ ออกก่อนม็อบถึง ขณะข้าราชการโผล่โบกมือเป่านกหวีดรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่ทหารได้นำรั้วลวดหนามมาวางโดยรอบสำนักงานฯ เพิ่มเป็น 2 ชั้น จากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ได้มีการวางรั้วลวดหนามไว้ก่อนแล้ว 1 ชั้น รอบสำนักงานฯ


ขณะที่เจ้าหน้าที่ ให้เหตุผลว่า เพื่อเป็นการป้องกันคนร้ายกระโดดข้ามวางระเบิด พร้อมวางกำลังทหารจากศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหมจ.ลพบุรี จำนวน 1 กองรัอย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยรอบสำนักงานฯและบริเวณรอบอิมแพค เมืองทองธานี พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม รวม 32 ตัว มีการตรวจบุคคล เข้า-ออก อย่างเข้มงวด รวมถึงสื่อมวลชน โดยให้มีการลงทะเบียนติดบัตรป้ายชื่อให้ชัดเจน

เมื่อเวลา 09.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อประชุมประเมินสถานการณ์และรับฟังรายงานการชุมนุมกลุ่ม กปปส.

โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ พล.อ.นิพันธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี

จากนั้นเวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.นำโดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายสกลธี ภัททิยกุล นายชุมพล จุลใส เป็นแกนนำ โดยแกนนำม็อบดังกล่าว ได้สั่งการการ์ด กปปส.ทำหน้าที่ควบคุมผู้ชุมนุม ไม่ให้บุกรุกเข้าไปในสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมประกาศว่า มาเพื่อไม่ให้รัฐบาลใช้สถานที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นศูนย์บัญชาการ ศรส. ตามที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกจากพื้นที่ ให้ทหารดูแลสถานที่

ทั้งนี้ ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมมาถึง ได้มีข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมบางส่วน ออกมายืนบริเวณระเบียงสำนักงานฯ โดยออกมา เป่านกหวีด โบกมือ ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่ก่อนหน้าที่กลุ่มผู้ชุมนุม จะเดินทางมาถึงประมาณ 15 นาที ทีมรักษาความปลอดภัย รีบนำตัวนายกฯ ออกจากสำนักงานฯทางด้านหลังของอาคาร รวมถึงรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ บางส่วนต่างรีบเดินทางออกจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ทันที


ขณะที่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเรื่องข้าว อาทิ นายกิตติรัตน์ นายนิวัฒน์ธำรง นายวราเทพ และนายยรรยง ยังคงประชุมอยู่ที่สำนักงานฯ ไม่ได้เดินทางออกไป โดยมีรายงานข่าวว่า มีความเป็นไปได้ อาจจะมีการย้าย ศรส.ไปยังกองบัญชาการกองทัพอากาศ

ต่อมาเวลา 11.00 น.พ.อ.เชาวบูลย์ คงพูลศิลป์ รองเสนาธิการศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร กระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ รองเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าไปเจรจากลุ่มผู้ชุมนุม โดยพ.อ.คงชีพ กล่าวว่า ไม่ได้ว่าอะไร การที่กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมา เพียงแต่ไม่อยากให้มีภาพว่า สถานที่ของทหารถูกปิด และขอให้ผู้ชุมนุมเข้าใจ การทำหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ไม่สามารถหยุดทำงานได้ เพราะต้องดูแลกำลังพลทั่วประเทศ และขอให้เข้าใจหลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ใช้เป็นที่ทำการ ของศรส. ทหารต้องยืนยันในอุดมการณ์ เอาผลประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นเป้าหมายสูงสุด ทหารยังคงปฏิบัติหน้าที่ และยังยึดอุดมการณ์นี้อยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทางเราได้ติดตามอยู่ ไม่มีทหารแตงโม หรือ อะไรทั้งสิ้น ขอให้เข้าใจ ไม่เช่นนั้นการทำงานของทหารถ้ายังมีแตงโม ก็จะไม่จบ

“ทหารยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี 2554 มีใจความโดยสรุปว่า ขอให้พวกเราทำความเข้าใจในหน้าที่ตนเองให้กระจ่าง และปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด โดยยึดเอาประโยชน์ส่วนรวม ไม่ประมาท รอบคอบ และมีสติ ยึดประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นเป้าหมายสูงสุดร่วมกัน ยืนยันว่า เรายังยึดมั่นในอุดมการณ์และพระราชดำรัสนี้

ดังนั้น ขอให้ทุกคนมั่นใจได้ ไม่ต้องระแวงเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง หรือ ผลประโยชน์ส่วนรวม ที่พวกท่านได้ต่อสู้กันมานั้น ทหารยังคงยืนอยู่เคียงข้างประชาชน ขอให้เราทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ แต่ถ้าปล่อยให้เราเอียงไปเอียงมา เราจะทำงานไม่ได้” พ.อ.คงชีพ กล่าว

 

โหวตข่าวนี้