advertisement

SEAL'มนุษย์กบ'พันธุ์ดุรบพิเศษ ทร.ไทย(ตอนที่ 1)

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2557 05:30

ท่ามกลางความตึงเครียดของบ้านเมือง และกระแสความขัดแย้งในชาติ โดยเฉพาะมือที่สามที่จะเข้ามาป่วนม็อบ จู่ๆ นายทหาร 3 นายจาก "หน่วยซีล" หรือ "มนุษย์กบ" กองทัพเรือ ที่ถูกส่งลงมาหาข่าวยาเสพติดจากสัตหีบ ลงมาถึงกรุงเทพฯ แถมมีบัตร กปปส. โดนจุดสกัดตำรวจตรวจค้น จับกุม เรื่องเลยร้อนฉ่าไปถึง หน่วยต้นสังกัด จน "ผบ.ทร." ต้องออกมาชี้แจง เป็นการเข้าใจผิด จนนำไปสู่คำถามว่า "ทหาร" เหล่านี้ได้รับคำสั่งจากใครหรือไม่ แต่ที่รู้ๆ "หน่วยซีล" ที่ 3 ทหารนายสังกัดอยู่ เป็นหน่วย "รบพิเศษ" ที่ถือว่าอยู่แถวหน้าของกองทัพไทย จนมีผู้อยากรู้ว่า "หน่วยซีล" นี้มีภารกิจอะไร "ไทยรัฐออนไลน์" จึงจัดให้...

ทันทีที่นายทหารเรือ 3 นายจาก หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นรส.) หรือ "หน่วยซีล" ประกอบด้วย เรือเอกไพรัตน์ พลายงาม จ่าเอกบัลลังค์ ขันทะพล และจ่าเอกไพรินทร์ โพธิ ถูกจับกุม พร้อมอาวุธปืน 3 กระบอก อุปกรณ์เก็บเสียง 3 ชุด กระสุนปืน 9 มม. รวม 72 นัด เสื้อเกราะ 1 ตัว บัตร คปท.VIP 3 ใบ

นอกจากนี้ยังพบหนังสือการปฏิบัติงานของชุดตรวจค้น และจับกุมในการสนับสนุนชุดปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติด กองทัพเรือ โดยจับกุมทั้ง 3 ได้ขณะขับรถกระบะผ่านด่านตรวจความมั่นคง บริเวณศูนย์โทรคมนาคม ถนนกรุงเกษม เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดนตำรวจ สน.นางเลิ้ง เป็นจับกุม ทั้งหมดอ้าง มาภารกิจปราบปรามยาเสพติด

ก่อนหน้านี้ จ่าสิบเอกณรงค์ศักดิ์ ผ่องจินดา อายุ 37 ปี สังกัด รพ.พระมงกุฎฯ ก็โดนจุดตรวจความมั่นคง บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้า จับกุมพร้อมอาวุธปืน ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม.เลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 12 นัดเครื่องวิทยุสื่อสาร พร้อมอาวุธมีด

2 เหตุการณ์ที่ทหารโดนจุดตรวจของตำรวจจับกุม ในเวลาไล่เลี่ยกัน อันนำไปสู่หลากหลายคำถามว่า จะมีเหตุอันรุนแรงเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ เพราะท่าทีของม็อบ กปปส.ที่พยายามปิดเมืองชัตดาวน์กรุงเทพฯ โดยมีการระดมมวลชนเข้ามาจำนวนมาก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ยึดกฎหมายเอาเลือกตั้งเป็นหลัก ขณะที่ฝ่ายข่าวกองทัพ ก็ประเมิน กลุ่มมือที่สามขณะนี้ก็หวังจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดเหตุร้ายขึ้น

ซึ่งการจับกุมทหารที่ออกมานอกกรมกอง ในช่วงบ้านเมืองวิกฤติ ปัญหาความขัดแย้งที่รุนแรง แถมยังพกอาวุธสงคราม เข้ามาในเขตพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคง ทำให้เกิดความสงสัยว่าทหารเหล่านี้คือ ทหารนอกแถว หรือได้รับภารกิจจากผู้บังคับบัญชา หรือจะเป็นกลุ่มมือที่สาม ที่หวังเข้ามาสร้างสถานการณ์

จนนำไปสู่ การออกคำสั่งกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกลาโหม สั่งการให้มีการส่งหนังสือด่วนถึง บก.กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ  ขอให้ทุกเหล่าทัพกวดขันระเบียบวินัยทหาร เพราะตั้งแต่มีการชุมนุม พบว่ามีการจับกุมทหาร และอาวุธ และมีหลักฐานเกี่ยวข้องกับการชุมนุม เช่น มีบัตรการ์ด นั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ ขึ้นอีก จึงใคร่ขอย้ำให้ข้าราชการทหารในสังกัดกลาโหม ให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง และไม่แต่งเครื่องแบบไปร่วมชุมนุมใดๆ ทำให้เกิดความเสียหายแก่กองทัพ และจะมีความผิดทางวินัยทหาร ในกรณีพกพาอาวุธ และเครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ไปด้วยหากถูกจับกุม จะมีความผิดทั้งทางอาญา และวินัยทหารด้วย 

กระทั่งพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร.ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่า ทหารทั้ง 3 นายเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์พลังแผ่นดินเพื่อเอาชนะยาเสพติดของกองทัพเรือที่ ออกไปปฏิบัติภารกิจต่อเนื่อง ตั้งแต่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนเข้าพื้นที่ กทม.

แต่เมื่อมีการเช็กประวัติทหารเรือทั้ง 3 ทหารเรือ ก็ทราบว่า ได้รับคำสั่งจาก พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือ "หน่วยซีล" เข้ามาปฏิบัติการพิเศษข่าวลับ เพราะทั้งสามราย เป็นนายทหารฝีมือดี และเคยถูกส่งปฏิบัติภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญมาแล้ว

สำหรับนโยายของกองทัพเรือ และหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ นั้นเปิดกว้างสำหรับบุคคลสำหรับวีไอพีที่จะร้องขอ ให้ทหารในหน่วยนี้ไปรักษาความปลอดภัย หรืออารักขา แต่ต้องทำหนังสือมายังที่ กองทัพเรือ โดยพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. โดยตรง หรือทำหนังสือขอไปที่ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผบ.นสร. ที่จะพิจารณาให้ตามความเหมาะสม และความจำเป็นเร่งด่วน

ซึ่งอดีตที่ผ่านมา ทหารจากหน่วยนี้ก็เคยไปอารักขา นายกษิต ภิรมย์ สมัยเป็น รมว.ต่างประเทศจำนวน 4 นาย และอดีตรัฐมนตรีอีกหลายคน ในอดีตก็ร้องขอทหารฝีมือดีจากหน่วยดังกล่าวไปอารักขา เพราะด้วยความสามารถ และการฝึกที่ทรหด ทำให้ทหารจากหน่วยซีล มีความสามารถในการอารักขาได้ดี

สิ่งนี้เองทำให้ "ไทยรัฐออนไลน์" ต้องมาไขความกระจ่างหน่วย "สงครามพิเศษทางเรือ" (นสร.) หรือ "หน่วยซีล ของกองทัพเรือไทย มีความเป็นมาอย่างไร

ประวัติหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.)

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังทางเรือของทั้งฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายอักษะ ต่างก็ได้ส่งหน่วยรบพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยรบขนาดเล็ก ที่ได้รับการฝึกให้มีขีดความสามารถเหนือทหารทั่วไป เข้าปฏิบัติการเพื่อทำลายกองเรือ ฝ่ายตรงข้าม ทำการก่อวินาศกรรม และปฏิบัติการลับอื่นๆ เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ภารกิจของหน่วยรบพิเศษได้มีการพัฒนาทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรบ รวมทั้งการพิจารณาหายุทธวิธีใหม ่ๆ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ปี พ.ศ. 2495 กระทรวงกลาโหม มีความคิดที่จะจัดตั้ง หน่วยทำลายใต้น้ำ โดยมีตัวแทนจากทุก ๆ เหล่าทัพ และ เจ้าหน้าที่จาก ทร.สหรัฐฯ ประจำหน่วย MAAG (MILITARY ASSISTANCE ADVISORY GROUP) ที่ประชุมมีมติให้ ทร.จัดตั้งหน่วยฝึก แต่เกิดปัญหาเนื่องจากครูผู้ฝึกสอนฝ่ายอเมริกันไม่พร้อม จึงระงับการฝึกไว้

ปี พ.ศ. 2496 บริษัท SEA SUPPLY เสนอให้การสนับสนุนการฝึก ให้กับกำลังพลของ ทร. และ ตร. ซึ่งผ่านการโดดร่มมาแล้ว กำลังพลชุดแรกมี ข้าราชการ ทร.จำนวน 7 นาย ตร.จำนวน 8 นาย เดินทางไปเข้ารับการฝึกใน วันที่ 4 มี.ค.2496 โดยทราบเพียงแต่ว่าสถานที่ฝึกมีชื่อว่าเกาะ Z (ZULU) หลังจากนั้น 61 วัน ชุดฝึก ได้เดินทางกลับ โดยมีผู้สำเร็จการฝึกนักทำลายใต้น้ำรุ่นแรกจำนวน 15 นาย

หลังจากนั้นกองเรือยุทธการได้มีความคิดที่จะดำเนินการฝึก จึงขออนุมัติ ทร.จัดตั้งหน่วยฝึกและอบรมหน่วยทำลายใต้น้ำ เมื่อ 24 พ.ย. 96 โดย ร.ท.วิศนุ ปราบศากุน ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผ.บ.หน่วยฝึกฯ มีทหารอเมริกันและผู้ผ่านการฝึกในต่างประเทศมาแล้วเป็นครูฝึก รุ่นแรกนี้มีผู้เข้ารับการฝึกจำนวน 62 นาย สำเร็จการฝึกจำนวน 14 นาย ซึ่งเป็นการฝึกระดับต้น (PRIMARY COURSE) โดยทร. อนุมัติให้ นทต.ระดับสูง (ADVANCE COURSE) ณ ที่ใดไม่มีใครทราบเพราะเป็นความลับสุดยอด หลังจากเสร็จสิ้นการฝึก ทำให้พวกเขามีขีดความสามารถมากขึ้น

ปี พ.ศ.2489 ทร. อนุมัติ จัดตั้งอัตรา หมวดทำลายใต้น้ำ บก.กร. หลังจากนั้น 1 ปี มีการเปิดการฝึกรุ่นที่ 2 หน่วยฝึกตั้งอยู่ที่เรือหลวงท่าจีน(ลำเก่า) ปี พ.ศ. 2502 ย้ายที่ตั้งมาที่เกาะพระ ปี พ.ศ. 2514 ปรับปรุงการจัดกำลังพลเป็น แผนกปฏิบัติงานชายฝั่ง กองการฝึกปฏิบัติการฝ่ายการศึกษา กฝร.จัดกำลังพลเป็น 2 หมวด (นักทำลายใต้น้ำจู่โจม และ นักทำลายใต้น้ำ)

ภารกิจของ "หน่วยซีล" ในกองทัพเรือไทย คือ..

การต่อต้านการก่อการร้ายสากล การปฏิบัติการจิตวิทยา ในพื้นที่ ทร.รับผิดชอบ การสำรวจหาด ทำลายสิ่งกีดขวางหน้าหาด ตัดรอนเป้าหมายสำคัญทางทหาร พื้นที่ยกพลขึ้นบก ดำเนินการด้านการข่าวลับ ก่อวินาศกรรม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ ปฏิบัติการค้นหา และทำลายวัตถุระเบิด การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ดำเนินการฝึกกำลังพลทดแทนของหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ ดำเนินการฝึกกำลังพลอื่นๆ ในขีดความสามารถ ตามที่ได้รับมอบหมาย ปฏิบัติการสงครามนอกแบบ การสนองงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กองทัพเรือ สนับสนุนโครงการอุทยานใต้ทะเลจุฬาภรณ์ 36 ถวายอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ปฏิบัติภารกิจพิเศษอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

การฝึกของหน่วยซีล

หรือหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม ใช้ระยะเวลาประมาณ 7-8 เดือน นับเป็นการฝึกหลักสูตรทางทหารที่มีระยะเวลานานที่สุดของไทย แบ่งออกเป็น 5 ช่วง ได้แก่
1.    การแนะนำการฝึกเบื้องต้น ฝึกการออกกำลังกายและการฝ่าอุปสรรคต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์
2.    การฝึกจริง ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์
3.    การฝึกแบบเข้มข้น หรือเรียกว่า "สัปดาห์นรก" ใช้เวลา 120 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก
4.    การฝึกสอนยุทธวิธีต่างๆ
5.    การฝึกยุทธวิธีในสภาพจริง ใช้เวลาประมาณ 2 เดือน

เมื่อสำเร็จหลักสูตรจะได้ประดับตราความสามารถ ซึ่งออกแบบโดย พลเรือโทพัน รักษ์แก้ว โดยส่วนประกอบของตรามีความหมายดังนี้
•    ปลาฉลาม สีขาวหรือสีน้ำเงิน หมายถึงจ้าวแห่งท้องทะเล ดุร้าย น่าเกรงขาม สง่างาม แข็งแกร่ง
•    คลื่น หมายถึง ความน่ากลัวของทะเลที่มีเกลียวคลื่นตลอดเวลา หรืออุปสรรคของคลื่นหัวแตก แต่ฉลามก็ไม่ได้หวั่นเกรง
•    สมอเรือ หมายถึง ทหารเรือ ในอดีตหลักสูตรจะรับเฉพาะทหารเรือเท่านั้น แต่ในปัจจุบันทางหน่วยได้รับทหารบก ทหารอากาศ และตำรวจเพิ่มด้วย
•    ธงชาติ หมายถึง การยอมพลีเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
กฎสำคัญของนักเรียนนักทำลายใต้น้ำจู่โจม คือ มีจิตใจเข้มแข็ง กล้าเผชิญหน้าต่อปัญหาต่างๆ ตัดสินใจด้วยความเด็ดขาด รวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้อง เอาตัวเองรอดได้โดยไม่ทิ้งเพื่อน และมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

หลักสูตร นักทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEAL)หรือ "มนุษย์กบ" ถือเป็นหลักสูตร ที่โหด แกร่ง ท้าทาย และหนักที่สุดในบรรดา หลักสูตรหน่วย"รบพิเศษ" ของกองทัพไทย

หน่วยซีล ได้รับการยอมรับของเหล่าทัพด้วยกันว่า เป็นที่สุดยอดของหน่วยรบพิเศษแถวหน้าของโลก
จึงเป็นที่ใฝ่ฝันของเหล่าทหารกล้า และท้าทายความสามารถของคนที่แต่งเครื่องแบบทหาร ที่จะครอบครองเครื่องหมายนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ ฉลามเงินคู่เกลียวคลื่น เพราะหน่วย SEAL ได้ชื่อว่าเป็นหน่วยที่ถูกฝึกหนักที่สุดในบรรดาหน่วยรบพิเศษด้วยกันเองของทุกเหล่าทัพ เหตุผลก็คือภารกิจที่หน่วย SEAL ได้รับมักจะอันตรายอย่างที่สุดและถูกกดดันทั้งร่างกายและจิตใจมากที่สุดเสมอ

ปัจจุบัน หน่วยซีลของไทยประกอบไปด้วยข้าราชการของกองทัพเรือทั้งชั้นประทวนและชั้นสัญญาบัตรที่สมัครใจเข้ามารับการฝึก โดยหลังจากการฝึกก็จะประจำอยู่ที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ส่วนผู้ที่รับการฝึกจากเหล่าทัพอื่นก็จะกลับไปหน่วยต้นสังกัดของตน

ช่วงที่สำคัญของหลักสูตรคือ สัปดาห์นรกของ US Navy SEAL คือสัปดาห์ที่ 13 ส่วนสัปดาห์นรกของ Royal Thai Navy SEAL (RTN) คือสัปดาห์ที่ 11

ในสัปดาห์นรก โดยครูฝึกมักเปิดสัปดาห์นรกด้วยการจู่โจม นทต. ซึ่งในช่วงการฝึกนั้นจะมีปัญหาแปลก ๆ ให้นทต.ได้ทรมานกันเล่น ๆ เช่น ปัญหากระทะทองเย็น (แช่น้ำทะเลใส่น้ำแข็ง) หรือปัญหาผี (การเฝ้าโลงศพในคืนมืดมิดคนเดียว) ตลอดการฝึก นทต.จะต้องแบกเรือยางหนักเป็นร้อยกิโล ถือไม้พาย ถือท่อนซุง ทำภารกิจต่าง ๆ ที่ได้รับมาตลอดเวลา ไม่มีการพัก ไม่มีการนอน เพราะจะละเมิดกฎเหล็กคือห้ามพักฝึกเกินกว่า 1 ชั่วโมง

ปัจจุบันหน่วยรบพิเศษของประเทศมหาอำนาจเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรบ และการต่อต้านการก่อการร้ายเป็นอย่างมาก โดยอเมริกาเองมีหน่วยรบที่มีชื่ออยู่หลายหน่วย เช่น UDT/SEAL (Underwater Demolition / Sea-Air-LAnd Team: USMC) , US Army Specail Force (Green Berets), Ranger, Delta Force และ Airborn ส่วนอังกฤษก็มีหน่วย SAS (The British Special Air Service Regiment) และเยอรมันมีหน่วย GSG

เรื่องราวของหน่วยรบพิเศษจำนวนมากถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยคอมมานโดหน่วยรบพิเศษที่จู่โจมอย่างรวดเร็ว (Comandos), ซีลหน่วยทำลายและจู่โจมใต้น้ำ (SEAL), รีคอนหน่วยลาดตระเวนทางน้ำและชายฝั่ง (RECON), แรนเจอร์ทหารราบรบพิเศษ(RANGER), สไนเปอร์หรือพลซุ่มยิงผู้ปลิดชีพข้าศึกด้วยความเฉียบขาดและรวดเร็ว (Sniper), พลร่มหน่วยรบที่แทรกซึมไปทุกพื้นที่ (Airborn).

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement