บริการข่าวไทยรัฐ

ประชาชนแห่นำฟิล์มเอกซเรย์ให้ คปท.ทำเสื้อเกราะ

ประชาชนแห่นำฟิล์มเอกซเรย์ให้ คปท.ทำเสื้อเกราะ หลังการ์ดโดนลอบยิงบ่อย ขณะแกนนำ คปท. ยอมรับ สถานการณ์จะรุนแรงขึ้น ระบุนักการเมืองไม่ยอมถอยให้ประชาชน ยากยุติชุมนุม...

วันที่ 1 ธ.ค. 57 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) รวมกลุ่มกันนำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ ที่มีประชาชนนำมาบริจาคให้มาจัดทำเป็นเกราะป้องกันให้กับการ์ดอาสาสมัคร ที่อยู่ตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่การชุมนุม  หลังเกิดเหตุมีคนเข้ามากราดยิงใส่พื้นที่ชุมนุมถึง 2 ครั้ง

ส่วนบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม คปท. ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ในวันขึ้นปีใหม่ 1 ม.ค. 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า คณะแกนนำและกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์ จากวัดเบญจมบพิตร ก่อนจะแยกกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย อยู่ภายในเต็นท์ที่พัก

ขณะที่บางส่วนได้รวมกลุ่มกัน นำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ที่มีประชาชนแห่นำมาบริจาคให้ มาจัดทำเป็นเกราะป้องกันให้กับการ์ดอาสาสมัครที่อยู่ตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่การชุมนุม หลังเกิดเหตุมีผู้ไม่หวังดีเข้ามากราดยิงใส่พื้นที่การชุมนุมถึง 2 ครั้ง

ส่วนบนเวทีการปราศรัย บรรยากาศยังคงเงียบเหงา ยังไม่มีกิจกรรมการปราศรัยใดๆ จากทางแกนนำ  มีเพียงการเปิดเพลง สลับกับเปิดข่าวสารให้กลุ่มผู้ชุมนุมฟัง ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานกลุ่ม คปท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางกลุ่ม คปท. จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ได้กำชับให้การ์ดอาสาสมัคร ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทางด้าน นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. หนึ่งในคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เปิดเผยว่า  ขณะนี้ กปปส.ยังไม่มีข้อสรุปว่าการยกระดับการชุมนุมของ กปปส.และเครือข่ายที่จะทำกิจกรรมปิดกรุงเทพฯ นั้น จะเป็นไปในรูปแบบไหน อย่างไร และเมื่อไร นอกจากนี้ ยังไม่ได้กำหนดวันและเวลาที่แน่นอน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพูดคุยระหว่างคณะแกนนำ

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมความเคลื่อนไหวของมวลชนนั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ และปัจจัยที่เกิดขึ้น เช่น การยกระดับการใช้กำลัง หรือการล้อมปราบมวลชน, การตัดสินคดีของนักการเมืองขององค์กรอิสระ เป็นต้น

ทั้งนี้ ส่วนตัวเชื่อสถานการณ์การเมืองนับจากนี้ไปจะทวีความรุนแรงขึ้น กลายเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน ชนิดยากที่จะหลีกเลี่ยง แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ได้เป็นเป้าหมายของการขับเคลื่อนของมวลชน แต่เมื่อตำรวจระดับนโยบาย เลือกข้างอยู่กับฝ่ายรัฐบาลรักษาการ ที่พยายามทุกทางที่จะรักษาอำนาจของตนเองไว้ ความรุนแรงและการเผชิญหน้าจึงเลี่ยงได้ยาก ดังนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไม่ควรคุม สตช.อีก

นายนิติธร กล่าวอีกว่า ส่วนการเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระและภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการจัดเวทีกลางให้รัฐบาลและ กปปส. ร่วมพูดคุยเพื่อยุติวิกฤติการเมืองว่า หากมองแบบผิวเผิน ถือเป็นความหวังดี แต่หากมองให้ลึกซึ้ง ถือว่าเป็นความเห็นแก่ตัว เพราะองค์กรและภาคส่วนต่างๆ ต้องการรักษาดุลอำนาจและประโยชน์ของฝ่ายตนเองไว้ เช่น กลุ่มนักธุรกิจ ที่ต้องการรัฐบาลที่ดีมาบริหาร แต่กลับมองว่า การชุมนุมเป็นสิ่งที่ทำลายระบบเศรษฐกิจ

ทั้งที่เหตุสำคัญที่ระบบเศรษฐกิจตาย เพราะนโยบายประชานิยม ทั้งโครงการรถยนต์คันแรก ส่วนการดำเนินการของ กกต.ต่อประเด็นการเป็นคนกลางและพรรคการเมือง เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ให้การตอบรับนั้น ตนขอให้นักการเมืองมีจิตสำนึกด้วย ซึ่งท่าทีของรัฐบาลในขณะนี้ ยังคงรักษาอำนาจของตนเองไว้ และพยายามใช้กลไกทางกฎหมายเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง ตนขอเรียกร้องให้รัฐบาลเสียสละ และลาออก แทนการเรียกร้องให้ประชาชนยุติการชุมนุม.