advertisement

ส่อแรง! ยิงบ้าน กปปส.อยุธยา-ผู้สมัครเพื่อไทย

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 31 ธ.ค. 2556 15:45

ส่อรุนแรง ! มือมืดบุกยิงบ้าน แกนนำ กปปส.อยุธยา และ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.ชุมพร ตำรวจเร่งล่าตัว...

ยิงบ้านแกนนำ กปปส.กรุงเก่า กลางดึก

วันนี้ (31 ธ.ค.56) เวลา 03.30 น. วันที่ 31 ธันวาคม 2556 พ.ต.ท.สมยศ คำอยู่ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายนำอาวุธสงครามยิงถล่มอาคารพาณิชย์ เลขที่ 24/2 หมู่ 2 ต.ธนู ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย เป็นของนางกัลยาณี  จูปรางค์ แกนนำมวลชน กปปส.อยุธยา พังเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง 3 คูหา ตั้งเป็นสำนักงานตัวแทนบริษัทวิริยะประกันภัย สาขาพระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างถนนสายเอเชียประมาณ 30 เมตร ปากทางเข้าตลาดแกรนด์สถานบันเทิงของอยุธยาตรวจสอบกระจกบานหน้า ถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม (M16) จำนวน 9 รูทะลุทะลวงเข้าด้านในเจาะกำแพงไม้และปูนเสียหายถึงห้องเก็บของด้านหลังเศษกระจกและข้าวของแตกกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหัวกระสุนจำนวน 4 หัวจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นายชีพ สุขมียิ่ง อายุ 66 ปี บ้านเดิมอยู่บ้านเลขที่ 74 หมู่ 2 ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี เป็นพนักงาน รปภ.บริษัท เอ เอ็ม พี การ์ด เซอร์วิส จำกัด ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าตนได้เข้าเวรเฝ้าบริษัทที่อยู่ติดกันกับที่เกิดเหตุประมาณตี 3 พบรถเก๋ง สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนวิ่งวนดูลาดเลาอยู่ประมาณ 3 รอบและตอนเกิดเหตุ ตนนั่งเก้าอี้ มีรถเก๋งจอดบังอยู่คนร้ายมองไม่เห็น คนร้ายขับรถเก๋งมาจอดบนถนนแล้วรูดกระจกยิงเสียงดังเป็นชุด แล้วขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.อ่างทอง-นครสวรรค์

นางกัลยาณี จูปรางค์ แกนนำมวลชน กปปส.อยุธยา บอกว่าเมื่อคืนตอนตีสาม ตนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำสักพักใหญ่ๆ ได้ยินเสียงปืนและเศษกระจกแตก ตนจึงก้มลงแล้ววิ่งออกมาดูไม่พบรถคนร้าย จึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองแน่นอน ที่ผ่านมา ตนถูกคุกคามมา 3 ครั้งแล้ว จึงขอฝาก ผู้การฯ อยุธยาฯ อย่างนิ่งเฉย ที่ผ่านมาตามจับคนร้ายไม่ได้ครั้งนี้เล่นแรงใช้อาวุธสงครามไม่เกรงกลัวกฎหมาย กล้องวงจรปิดมีเกือบ 10 ตัว ตำรวจมาตรวจสอบได้หรือตรวจกล้องตามเส้นทาง ก็ต้องพบเป็นรถยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไรแน่นอน

มือมืดยิงบ้านผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย จ.ชุมพร

วันนี้ (31 ธ.ค.56) เวลา 00.30 น. ร.ต.ท.ธนเทพ สุวรรณ ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุจาก ดร.ทนายเสือธนพล สุขปาน อายุ 45 ปี ว่าถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มบ้านพัก เลขที่ 99/1 หมู่ 2 ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานให้ พ.ต.อ.วิมล พิทักษ์บูรพา ผกก.สภ.เมืองชุมพร ทราบ นำกำลังไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.วัชระ เผือกจันทร์ สว.สส. พ.ต.ต.สมภพ เชื้อทอง สว.สส.

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 3 ไร่ ติดริมถนนเฉลิมพระเกียรติ เบื้องต้นพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 ตกเรียงรายอยู่จำนวน 4 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่บ้านพัก หน้าบ้าน ตรงกระจกหน้าต่างถูกกระสุนปืนยิงทะลุเป็นรู 3 รู และที่ฝาบ้านอีก 3 รู ส่วนที่พื้นปูนพบหัวกระสุนทองแดงสภาพบี้แบนไม่ทราบขนาด ตกอยู่ 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบภายในบ้านซึ่งดัดแปลงเป็นสำนักงานทนายความและเป็นชมรมทนายความ จังหวัดชุมพร รวมทั้งเป็นศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง บริเวณผนังห้องเหนือกรอบรูปใบสัมฤทธิบัตรของสถาบันพระปกเกล้า พบรอยกระสุนปืนที่ทะลุมาจากกระจกหน้าต่างเจาะเป็นรู 3 รู จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน รวมรอยกระสุนปืนที่ยิงถูกตัวบ้านจำนวน 6 นัด

จากการสอบสวน ดร.ทนายเสือธนพล สุขปาน เจ้าของบ้าน ทราบว่าปัจจุบันตนเองมีอาชีพเป็นทนายความ และกำลังจะลงสมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร ในนามพรรคเพื่อไทย ในวันนี้ (31 ธ.ค.56) ก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่มเศษ ขณะที่ตนเองกำลังนั่งพูดคุยโทรศัพท์อยู่กับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งที่ โทรมาจากกรุงเทพฯ อยู่บริเวณโต๊ะกินข้าวข้างบ้านห่างจากตัวบ้านประมาณ 5 เมตร ส่วนภายในบ้านมีภรรยา ลูก 2 คนอายุ 2 ขวบกับ 4 ขวบและหลานๆ อีก 5 คน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังกึกก้องจำนวนหลายนัดมาจากประตูรั้วหน้าบ้าน เมื่อเสียงปืนสงบตนตั้งสติได้ จึงวิ่งเข้าบ้านไปหยิบอาวุธปืนลูกซอง 5 นัดออกมา ประกอบกับเหลือบไปเห็นคนร้าย 2 คน กำลังขึ้นรถ จยย.ขี่หลบหนีพอดี จึงยิงปืนไล่หลังไปจำนวน 5 นัด แต่ไม่ถูกคนร้าย ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจทราบ

ด้าน ร.ต.ท.ธนเทพ สุวรรณ ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และดูจากกล้องทีวีจงจรปิดที่ติดไว้ที่ประตูหน้าบ้าน พบว่า มีคนร้าย 2 คนใส่เสื้อแจ็กเก็ตสีดำ ใช้รถ จยย.เป็นพาหนะพร้อมอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก ปืนยาว 1 กระบอก มาจอดที่ริมถนนข้างประตูรั้วหน้าบ้าน ก่อนจะลงเดินเข้าไปยิงปืนใส่บ้าน ดร.ทนายเสือธนพล แล้วพากันหลบหนี เบื้องต้นคาดว่าเป็นเพียงการยิงข่มขู่เท่านั้น ซึ่งจะได้ตรวจวิถีกระสุน หัวกระสุนและปลอกกระสุน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ติดตามคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

โหวตข่าวนี้