advertisement

เมื่อถึงคราว กำนัน'สุเทพ' ต้องเล่นเกมวัดใจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ธ.ค. 2556 05:30

หากให้ประเมินเกมการเมืองที่ร้อนแรงชนิด "ปรอทแทบแตก" ในยามนี้ ต้องยอมรับว่า การตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎร ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม ที่ตัวนายกฯ เอง ตอนแรกคงหวังลดแรงกดดันมหาศาลจากฝ่ายต่อต้าน ที่ระดมมวลมหาประชาชนนับล้านถาโถมเข้าใส่รัฐบาล ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า การประกาศยุบสภา สามารถลดแรงกดดันการเมืองไปได้บางส่วน แต่หากให้ประเมิน คิดว่าคงยังไม่มากพอ เพราะเกมมาถึงจุดนี้ เงื่อนไขม็อบข้ามเลยจากที่ให้รัฐบาลยุบสภาแล้วไปเลือกตั้งกันใหม่ ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไปมากแล้ว

ขณะที่หลายคน อาจสงสัยว่า เพราะเหตุใด กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ถึงต้องเร่งเดินเกมแรง ประกาศปิดประตูไม่มีช่องทางเจรจาต่อรอง แถมยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี "นารีขี่ม้าขาว" จะต้องลาออกไม่ให้รักษาการในตำแหน่ง เพื่อทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เพื่อเปิดทางให้สามารถตั้งสภาประชาชน แถมยังบอกให้กลุ่มผู้ชุมนุมนับล้าน หรือหลายล้านคน ตามที่สื่อใหญ่เมืองนอกระบุ อดใจรออีกไม่เกิน 3 วัน จะเข้าสู่ชัยชนะอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ หากจับคำพูดของ กำนันสุเทพ ที่ระบุว่า อีก 3 วัน จะชนะเด็ดขาดนั้น ก็อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้อง 3 วัน หากลองนับจากวันที่เคลื่อนพลใหญ่เป็น 9 สายเข้าสู่ทำเนียบฯ (9 ธ.ค.) นับไปอีก 3 วัน ก็คือวันที่ 12 ธ.ค. พอเข้าไปดูก็จะทราบว่า วันดังกล่าวเป็นวันที่ อัยการสูงสุด นัดนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. เพื่อพิจารณาสั่งฟ้อง ข้อหาเจตนาสั่งการให้ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตาย ในคดีกระชับพื้นที่ชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553

แน่นอน ถ้าเป็นฟากฝั่งรัฐบาล ก็ต้องระบุอย่างที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นายสุเทพ หวังใช้ประชาชนเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ที่อัยการสูงสุด จะพิจารณาสั่งฟ้องคดีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่า หากเป็นมวลชนฝั่งต่อต้านรัฐบาลก็คงไม่คิดเช่นนั้น

 

 

ฉะนั้น คนที่จะตอบคำถามนี้ได้ ต้องเป็นเจ้าตัว คือ กำนันสุเทพเอง ว่าแท้จริงแล้ว เป็นไปอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาหรือไม่ จะทำอย่างไร ตัดสินใจไปตามวันเวลาที่อัยการนัดหมายพร้อมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. หรือไม่ แต่สำหรับนายอภิสิทธิ์ ยืนยันแล้วว่าพร้อมไปพบอัยการในวันดังกล่าวแน่ เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ตนเอง และพร้อมสู้คดีใช้หลักทรัพย์ประกันตัวด้วย เนื่องจากได้ลาออกจาก ส.ส. ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองแล้ว

เพราะก็ทราบดีว่า ตอนนี้กำนันสุเทพ ติดหมายจับข้อหากบฏ ซึ่งมีระวางโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิต หากวันที่ 12 ธ.ค.เดินทางไปพบอัยการจริง ก็สุ่มเสี่ยงถูกตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย เข้าจับกุม ทั้งที่ความจริงแล้ว ข้อหาที่อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง กรณีสั่งการให้มีคนตายในการชุมนุมเสื้อแดงปี 53 นั้น กลับเป็นเรื่องรอง เพราะอย่างไรก็ยังต้องสู้คดีกันอีกยาว ความจริงก็ไม่ได้แตกต่างจากข้อหากบฏ ที่ยังต้องสู้กันตามขั้นตอนของกฎหมายไป ซึ่งผู้รู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย ระบุว่าใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปีขึ้นไป

 

นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ นิด้า กล่าวกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ กรณีอัยการ นัด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อสั่งฟ้องข้อหา เจตนาออกคำสั่งทำให้มีคนตายในการชุมนุมการเมือง นปช. เมื่อปี 2553 ในวันที่ 12 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ ขณะที่ตัวนายสุเทพเองก็โดนศาลออกหมายจับข้อหากบฏอยู่ว่า เรื่องนี้ตามความเป็นจริงแล้ว ส่วนตัวเห็นว่า ฝ่ายรัฐบาลพยายามออกมาให้ข่าว ทำให้เกิดความตกอกตกใจ ความจริงวันที่ 12 ธ.ค. ที่อัยการนัด เป็นเพียงเหมือนการนัดพร้อมจำเลยเท่านั้น ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายอีกมากที่ต้องดำเนินการ จึงยังต้องใช้เวลาอีกมาก ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว นายสุเทพเองไม่ไปก็ได้ แต่ส่งทนายความ ไปขอเลื่อนนัดอัยการได้อยู่...

"ส่วนความผิดข้อหากบฏนั้น ตามกระบวนการตามกฎหมาย ยังต้องใช้ระยะเวลาต่อสู้กันในชั้นศาล อีกถึง 3 ศาล ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอีกไม่น้อยกว่า 10 ปี หรือ มาตรา 69 ดังนั้น เรื่องนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้น่ากลัวอย่างมีการพยายามสร้างภาพ แต่ยอมรับว่า หากวันที่ 12 ธ.ค.นี้ ถ้านายสุเทพตัดสินใจเดินทางไปพบกับอัยการตามที่มีหมายเรียกตัว อาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ เพราะมีหมายจับข้อหาเป็นกบฏอยู่" ดร.สมบัติ กล่าว...

 

 

แต่หากกำนันสุเทพ ตัดสินใจไม่ไปพบอัยการในวันนั้น ส่งเพียงทนายความไปขอเลื่อนพบ แน่นอนก็จะเข้าทาง ฝ่ายรัฐบาลรักษาการ ที่จะพยายามขยายความ ทำให้ข้อกล่าวหา "จงใจนำมวลชนมาเป็นเกราะกำบัง" มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่ก็นั่นล่ะ หากตัดสินใจไปพบอัยการจริง ก็สุ่มเสี่ยงกับอิสรภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับม็อบ กปปส. ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะต้องไม่ลืมว่า ถึงนาทีนี้ นายสุเทพ คือ แกนนำ ในการขับเคลื่อนหลัก ตัวจริง เสียงจริง ของม็อบ กปปส.อย่างแท้จริง สำหรับการ "โค่นล้มระบอบทักษิณ"

 

 

ดังนั้นถ้าถึงกำหนดเส้นตาย 3 วัน หาก กปปส.ยังไม่ชนะอย่างเด็ดขาดอย่างที่ประกาศไว้ โดยเฉพาะการกดดัน ให้นายกรัฐมนตรี ต้องประกาศลาออก จากนายกฯ รักษาการ หรือยังไม่เกิดเหตุอะไรเข้ามากระทบรัฐบาล จนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างเช่น ถ้าเกิดกรณี ป.ป.ช. ออกมาชี้มูลความผิดในช่วงใกล้ๆ นี้ว่า 312 ส.ส.-ส.ว.ที่เข้าชื่อแก้ รธน.ที่มา ส.ว. เข้าข่ายกระทำความผิด ตามที่ศาล รธน.ได้วินิจฉัยว่า การแก้ไข รธน.ประเด็นดังกล่าว มีความผิดเพราะขัด รธน.ม.68 ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายบางคนออกมาชี้ว่า ถ้าเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นจริง จะส่งผลเป็นการเปิดทาง เข้าสู่การใช้ รธน.มาตรา 3 และต่อเนื่องไปยัง มาตรา 7 เพื่อจัดตั้ง "สภาประชาชน" ได้แล้วล่ะก็

 

ถ้าถึงนาทีนั้น ก็คงต้องวัดใจ ลูกผู้ชายที่ชื่อ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ดูกันแล้วว่า...จะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน และจะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเดินไปในแนวทางใดได้อีก...!!!

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement