advertisement

เปิดคำร้อง 'มาร์ค-กรณ์' สกัดกู้ 2 ล้านล้านบี้ 'สมศักดิ์' ส่งศาลรธน.

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ย. 2556 22:15

เปิดคำร้อง "มาร์ค-กรณ์" สกัดกู้ 2 ล้านล้านบี้ "สมศักดิ์"ส่งศาล รธน. อ้างคลิป"นริศร"ส.ส.พท.จอมกดบัตรแทน ม.6 ชี้ผิด ก.ม.เพียบ


วันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในร่างคำร้องให้ประธานสภายื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 154 ของ รัฐธรรมนูญ ว่าร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคได้ยื่นไปนั้นมีสาระสำคัญคือ การที่รัฐบาลอ้างเหตุขอกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างด้านคมนาคมและรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจการลงทุนทั้งในและระหว่างประเทศ แต่คณะรัฐมนตรีกลับมีมติให้กู้เงินเป็นการเฉพาะนอกเหนือว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สินสาธารณะ และกำหนดวิธีการใช้จ่ายเงินเป็นการเฉพาะนอกงบประมาณรายจ่ายกฎหมายเกี่ยวกับการเงินและการคลัง ซ้ำยังเป็นการกู้เงินนอกระบบงบประมาณที่ไม่ต้องนำส่งคลังของกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณ และยังสามารถโยกเงินระหว่างแผนงานได้อีก

จึงน่าสังเกตว่า พ.ร.บ.กู้เงินนี้เป็นการกู้เงินระบบงบประมาณที่ใหญ่ที่สุดคือมากกว่า 4 เท่าของประเทศไทยที่เคยกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และต้องเสียดอกเบี้ยมหาศาลถึง 3 ล้านล้านบาท ในเวลา 50 ปี อนาคตเป็นการย้ำชัดว่าร่าง พ.ร.บ.ขอกู้เงินนี้ไม่ได้ทำตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ส.ส.หรือผู้แทนปวงชนในรัฐสภาไม่มีอำนาจแม้จะเสนอเป็น พ.ร.บ. โดยรัฐสภาให้ความเห็นชอบเพียงครั้งเดียวที่จะขอกู้เงินมหาศาลมาใช้จ่ายใน 7 ปี พบว่า มีมูลค่าเกินครึ่งของงบฯ ลงทุนตามงบประมาณประจำปีปกติ ที่รัฐสภามีสิทธิ์กลั่นกรองทุกปี ที่เฉลี่ยตกปีละ 2.8 แสนล้านบาท แต่งบปี 56 กลับอยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาทจึงเป็นการใช้เงินแผ่นดินที่ไม่มีการถ่วงดุลจากรัฐสภา อีกทั้งยังไม่มีรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ว่าจะใช้จ่ายเท่าไหร่ กลับเป็นเพียงกรอบการลงทุนพื้นฐานที่ไร้ความชัดเจนเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ยังพบว่า มีปัญหาอีกว่าในระหว่างการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2 เมื่อศุกร์ที่ 20 ก.ย.2556 ที่ผ่านมา ในช่วงที่มีการพิจารณามาตรา 6 เสร็จสิ้น ประธานในที่ประชุมขณะนั้นคือ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่อยู่ ได้สั่งให้ ส.ส.กดบัตรเพื่อแสดงตัวก่อนลงมติในมาตรา 6 ปรากฎว่า นายนริศร ทองธิราช ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทยได้กดบัตรแสดงตนแทนเพื่อน ส.ส.รายอื่นอีก 4-5 คน และเมื่อประธานในที่ประชุมให้สัญญาณเพื่อให้ ส.ส.ลงมติในมาตรา 6 ปรากฏว่า นายนริศรได้กดบัตรเพื่อลงคะแนนเห็นชอบในมาตรา 6 แทนส.ส.อื่นอีก 3-4 คน โดยมีคลิปบันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานที่ได้ยื่นเป็นหลักฐานในการนี้ด้วย

ดังนั้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 130 มาตรา 126 ทำให้ผลโหวตเป็นโมฆะและยังขัดแย้งต่อประมวลแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 ฉะนั้นร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนี้ จึงตราขึ้นไม่ถูกตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญและเป็นอันตกไปทั้งฉบับตามมาตรา 154 ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งร่าง พ.ร.บ.นี้ยังตราไม่ถูกต้องตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ โดยมีความขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 มาตรา 57 มาตรา 66 - 67 และมาตรา 169 อีกด้วย.

โหวตข่าวนี้