advertisement

'นิพัทธ์'ผงาดจับตา'ตท.14'ค้ำบัลลังก์'ยิ่งลักษณ์'

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 16 ก.ย. 2556 05:30

รายชื่อโยกย้ายทหารประจำปี 2556 สำเร็จลุล่วงโรงเรียน"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"ไปแล้วโดยมี "บิ๊กแป๊ะ"พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย กระโดดขึ้นเป็น ผบ.ทร. ขณะที่คู่แข่ง"บิ๊กอ๋อย"พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ผช.ผบ.ทบ.อกหักได้เป็นแค่ ปธ.คปษ.ทบ. โดยมี"บิ๊กโด่ง"พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสธ.ทบ.ขึ้นเป็นรองผบ.ทบ.แต่งตัวเตรียมเป็น ผบ.ทบ....

 

การประกาศโผโยกย้ายลงมาในช่วงเย็น(15 ก.ย.)ที่ผ่านมา ทำ"บิ๊กปู"น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม ถึงกับโล่งอก สบายใจเป็นอย่างมาก เมื่อรายชื่อที่ได้ทูลเกล้าฯขึ้นไป ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตามกระแสข่าวลือ ที่ออกมาหนาหู ซ้ำทับยังถือเป็นการปลดแอก จาก"พี่แม้ว"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้อย่างสง่างาม เพราะรายชื่อออกมา เป็นไปตามที่ตัวเองเสนอมาตั้งแต่ตน และเป็นผู้เลือกไว้

 

เหมือนเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า หลายอย่างที่ "ฝ่ายตรงข้าม"คิด ว่าการดำเนินกิจการในกองทัพ จะต้องทำตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งการ โดยเมื่อดูจากรายชื่อโยกยายทหารครั้งนี้ ต้องบอกได้คำเดียว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใจเด็ดที่จะเป็นผู้เลือกเอง แม้จะไม่มีความรู้เรื่องทหาร กองทัพ ก็ตาม จึงปัดคำครหาได้ว่า สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเลือกแล้วจะต้องทำตามทุกเรื่อง

 

เพราะการเลือก "บิ๊กแป๊ะ"พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นนั่งบัลลังก์ในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงกลาโหม"คนใหม่ และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผบ.ทร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร. นั้น ถือว่าได้เลือกด้วยตัวเอง และทำตามข้อเสนอของหน่วยที่เป็นผู้เสนอายชื่อขึ้นมา โดยหากตรงกับใจเขา จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยืนยันตามเดิม แม้จะขัดใจใครก็ตาม

เห็นได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ความสำคัญกับกองทัพ เพราะทันทีที่กลับจากการภารกิจการเยือนประเทศอิตาลี สวิสฯ และมอนเตเนโกร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็รีบจรดปากการับสนองพระบรมราชโอการ โปรดเกล้าฯให้นายทหารรับราชการทันที โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ มาทำหน้าที่รอรับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยตัวเอง

 

 

แม้โผรายชื่อโยกย้ายในช่วงแรกจะเป็นไปด้วยข้อถกเถียงต่างๆนานา ของ ผบ.เหล่าทัพ ที่อยากเสนอให้ พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ผช.ผบ.ทบ.ข้ามเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม ก่อน เพราะด้วยรุ่น และอายุ ของ พล.อ.นิพัทธ์ ถือว่าสามารถรอค่อยได้ เพราะจะได้หมุนเวียนบุคคลากรในกองทัพ แต่ในมุมของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ต้องการจะดันขึ้นเลย ทาง ผบ.เหล่าทัพ ก็ปฏิเสธไม่ได้ จำใจต้องปฏิบัติตาม จึงทำให้ พล.อ.นิพัทธ์ ได้ขยันขึ้นนั่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม โดยมีอายุราชการยาวถึงปี 2559

เมื่อดูจากรายชื่อปรับย้ายครั้งนี้ ถือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์  ได้มอบความไว้วางใจให้ พล.อ.นิพัทธ์ ได้ร่วมจัดทำโผรายชื่อร่วมกับ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม และประสานงานผ่านผบ.เหล่าทัพ อย่างแน่นอน เพราะรายชื่อส่วนใหญ่ เป็นไปตามที่สื่อ ได้เสนอไปแล้วเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์

 

นายทหารระดับสูงหลายนาย ให้เหตุผลหลักที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จำต้องเลือก พล.อ.นิพัทธ์ เพราะการทำงานที่ใกล้ชิด มีการประสานงานในเรื่องความมั่นคง การเมือง การทหารทุกวัน จึงเป็นที่ไว้วางใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และไม่แปลกใจเลยที่รายชื่อส่วนใหญ่ ในประกาศครั้งนี้ จะมีเพื่อนร่วมรุ่น ตท.14 ของพล.อ.นิพัทธ์ ผงาดขึ้นคุมกำลัง และนั่งในตำแหน่สำคัญๆ จำนวนมาก รวมทั้งเด็กในคาถา หรือทหารที่ใกล้ชิด ขึ้นจ่อตำแหน่งเป็นจำนวนมาก ขณะที่เด็กของ "บิ๊กโอ๋"พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม หลายคน ที่อยู่ในรุ่น ตท.13 กลับถูกเตะเข้ากรุ และนั่งแป๊ก หลายรายด้วยกัน โดยเฉพาะการโยก "บิ๊กใหญ่"พล.อ. ม.ล.ประสบชัย เกษมสันต์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นหิ้งเป็น ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต เป็น ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.ที่ถือเป็นแกนนำของรุ่น ต้องหมดอนาคต

ขณะที่แวดล้อมของ "บิ๊กโอ๋"พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กลับได้ดีในโผนี้ ประกอบด้วย พล.ท.ชำนิ รักเรือง เจ้ากรมยุทธบริการ(ตท.15)ขึ้นเป็น หัวหน้า ฝสธ.ประจำ รมว.กลาโหม (อัตราพลเอก) พล.ต.พฤษะ สุวรรณทัต รองจก.อุตสาหกรรมทหาร(ตท.19) เป็น เจ้ากรมพลังงานทหาร - พล.ต.พันลึก สุวรรณทัต ทส.นายกรัฐมนตรี(ตท.21)น้องชายพล.อ.พฤณท์ ขึ้นเป็น หัวหน้าสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม(อัตราพลโท) พล.ต.อนุชิต อินทรทัต ผช.ผอ.สงป.กห.(ตท.19)เป็น รองผอ.สงป.กห. พล.ต.รุจ กสิวุฒิ ผช.หน.ฝสธ.ประจำรองปลัดกห. เป็น ผช.หน.ฝสธ.รมว.กห.(อัตราพลโท) เป็นต้น

 

แต่ภาพรวม จะเห็นว่าคำสั่งปรับย้ายนายทหารครั้งนี้ น่าจับตาไปที่ ตท.14 ที่ผงาดกันเกือบทั้งรุ่น โดยกระจายไปยังเหล่าทัพต่างๆ แต่ที่เด่นๆ แต่ที่น่าโฟกัสอย่างมากคือทีี่ การถ่ายเปลี่ยนในรุ่นขึ้นจ่อตำแหน่งสำคัญ ทั้ง สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม และกองทัพบก.. โดยที่ ตท.14 เข้ายึดตำแหน่งสำคัญที่คุมกำลังไว้เกือบหมด

โดยมี พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก เป็นแกนนำของรุ่น ที่ผงาดขึ้นเป็น ปลัดกระทรวงกลาโหม คนแรกของรุ่น และยังดึงเพื่อนร่วมรุ่นทั้ง พล.อ.สนธิศักดิ์ วิทยาเอนกนันท์ ขยับเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ทรงธรรม โชคคณาพิทักษ์ ผช.ผบ.ทอ.ข้ามมาเป็น รองปลัดกระทรวงกลาโหม อีกคน นอกจากนี้นี้ยังดึง พล.อ.ชัชวาลย์ ขำเกษม เข้ามาเป็น เจ้ากรมเสมียนตรา พล.อ.สิรวุฒิ สุคันธนาค เป็น ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกลาโหม พล.ท.กุลิส วัฒนา - พล.ท.ชินเสณ ทองโกมล ขึ้นเป็น"พลเอก"ในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ รวมทั้งในระนาบพลโท อีกจำนนมาก

 

ขณะที่ฝาก กองทัพบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก ก็ผงาดขึ้นเป็น รองผบ.ทบ. เตรียมจ่อเก้าอี้ "แม่ทัพบก"ในปีหน้าต่อไป โดยมี พล.อ.อักษรา เกิดผล รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นเป็น เสนาธิการทหารบก และทำหน้าที่ "เลขาธิการ กอ.รมน."ขณะที่ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช รองเสนาธิการทหารบก ลงมาเป็น แม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อคุมกำลังดูแลพื้นที่กรุงเทพฯและภาคกลาง  พล.ต.ชาญชัย ภู่ทอง รองแม่ทัพภาคที่ 2 ก็ขยับขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 ดูแลพื้นที่อีสานทั้งหมด พล.ต.กิตติ อินทสร รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขยับมาเป็น ผช.เสธ.ทบ.ฝกร.ดูสายงานมวลชน พล.ต.กำธร บุณยะสุต รองจก.สส.ทบ. ขึ้นเป็น  จก.สส.ทบ.

ส่วนกองทัพเรือ  ก็ได้ พล.ร.ท.พิจารณ์ ธีรเนตร รองผบ.กองเรือยุทธการ ขึ้นเป็น ผบ.กองเรือยุทธการ  เพื่อจ่อเป็น "แม่ทัพเรือ"ในปีหน้า โดยมี พล.ร.ท.พจนา เผือกผ่อง รองเสธ.ทร. เป็นผู้ทรงพิเศษคุณวุฒิพิเศษ(ผคท)ทร.(อัตราพลเรือเอก)พล.ร.ท.ธนะรัตน์ อุบล รองเสธ.ทร. เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทร.(อัตราพลเรือเอก) ขณะที่กองทัพอากาศ ได้ พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผคท.พิเศษทอ. ขึ้นเป็น เสธ.ทอ. มายืนในระนาบเดียวกับ พล.อ.อ.ชนัท รัตนอุบล ที่ยังนั่งในตำแน่ง ผช.ผบ.ทอ. โดยทั้งคู่มีโอกาสขึ้นเป็น ผบ.ทอ.ด้วยกัน

 

แม้ความพยายามที่จะมีการผลักดัน ตท.13 ให้อยู่ในสายกำลังกองทัพ แต่ด้วยความ ไม่ปึกแผ่นของรุ่น ทำให้ การโยกย้ายทหารครั้งนี้ เข้าทาง ตท.14 ที่มีแกนนำลงไปคลุกคลักับทางการเมือง โดยมีคีย์แมน อย่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯสมช.ที่มีความแนบแน่นกับทางการเมือง ค่อยเป็นกุนซือใหญ่วางแผนให้กับเพื่อนในรุ่น

ขณะที่ความไม่รู้ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ผลการโยกย้ายนายทหารครั้งนี้ มีรายชื่อการโยกย้ายมากถึง 861 ตำแหน่ง อันเป็นการโยกย้ายที่มีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย นับตั้งแต่มีทหารมาทีเดียว เพราะสถิติการย้ายมากสุดทำโดย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เมื่อเข้ามาเป็น รมว.กลาโหม เคยย้ายทหารในขณะนั้นที่ถือว่ามากยังแค่ 811 ตำแหน่ง แต่ในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมีถึง 861ตำแหน่ง ถือเป็นคำสั่งโยกย้าย"นายพล"มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพไทยเลยที่เดียว.

โหวตข่าวนี้